กกต.รับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดตรวจสอบถึงคนกาได้ แต่เป็นไปได้ยากมาก เหตุมีมาตรการป้องกันเก็บรักษาแน่นหนา และต้องมีต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งด้วย มั่นใจยังเป็นความลับ ไม่ขัด รธน. มีไว้กันปลอมแปลงกันบัตรเขย่ง แจงเป็นเทคนิคโรงพิมพ์ ไม่มีทางเป็นบิ๊กดาต้า เร่งหาตัว กปน.ปล่อยภาพติดต้นขั้วว่อนเน็ต
วันนี้ (13 ก.พ.) ทีมโฆษกสำนักงาน กกต.นำโดย นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. นายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง แถลงข่าว "การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ" โดย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต.เปิดเผยว่า กรณีบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อปรากฏบาร์โค้ดขึ้น สงสัยว่าเป็นการเลือกตั้งที่ทำให้คนมาลงคะแนนแล้วมีคนรู้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด ขออนุญาตทำความเข้าใจการใช้สิทธิลงคะแนนก่อน ให้คิดถึงขั้นตอนใช้สิทธิ ขั้นแรกไปเข้าที่หน่วย ตรวจบัญชีรายชื่อ และลงลายมือชื่อ จากนั้นลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตร ก่อน กปน.จะฉีกบัตรจากต้นขั้วส่งให้ไปกากบาทในคูหา ถามว่าการไปใช้สิทธิในคูหา “ใครเห็นบ้าง” ต้องตั้งประเด็นนี้ก่อน ใครล่วงรู้การลงคะแนนของท่านได้หรือไม่ ถือเป็นสิทธิส่วนตัว ตัวเราเองจะรู้เพียงคนเดียวว่าลงคะแนนให้ใคร
ประเด็นต่อมา “มันล่วงรู้ได้” มีกฎหมายกำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วเสนอต่อผู้อื่นว่าลงคะแนนให้ใคร และห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดใช้เครื่องมืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ท่านลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ทั้ง 2 ส่วนนี้มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทางอาญา รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เชื่อเถอะว่าถ้าเราได้สิทธิเพียงคนเดียว กาบัตรเพียงคนเดียว ประเด็นนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นแน่นอน เมื่อออกจากคูหา นำบัตรไปหย่อนที่หีบบัตร ใครหย่อนบัตรแทนได้หรือไม่ ไม่ได้ ตัวท่านเองเท่านั้นที่สามารถเอาบัตรหย่อนในหีบบัตร กระบวนการนี้เป็นไปตามขั้นตอน อยากให้เข้าใจ
เมื่อปิดการลงคะแนน 17.00 น. กระบวนการนับคะแนนเริ่มขึ้น ในหีบมีบัตรสารพัดของใครก็ไม่รู้ในหีบ กปน.มีหน้าที่หยิบบัตรมาขาน ถามว่ารู้หรือไม่ว่าเป็นของใคร ไม่ทราบ เพราะต้นขั้วบัตรไปคนละที่แล้ว กระบวนการเป็นแบบนี้ไล่ไปเรื่อยจนเสร็จ พอนับเสร็จแล้ว บัตรนี้มีการไปบรรจุ เรียกว่าถุงวัสดุใส มีถุงที่จะแยกว่าถุงบัตรดี บัตรเสีย ถุงบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด มีถุงใหญ่ใส่คล้องไว้ มีสายรัดซึ่งจะคล้องไว้บริเวณหน้าถุง ถุงเหล่านี้ ไม่มีใครสามารถเปิดได้ ย้ำนะ เพราะเมื่อจัดการบรรจุเรียบร้อย ถุงบัตรดี บัตรเสีย ถุงบัตรไม่เลือกผู้ใด เอาทุกอย่างใส่เข้าไปในถุงใหญ่ เสร็จแล้วใช้สายรัดคล้อง
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า เอกสารทั้งหลายเหล่านี้จะต้องไปใส่ไว้ในถุงวัสดุใสชั้นนอก และบรรจุให้เรียบร้อย เมื่อบรรจุเสร็จแล้วมีกระบวนการในการรับถุง จากนั้นใช้สายรัดล็อคเลย เพราะฉะนั้นหีบบัตรแต่ละประเภท ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตต้องทำแบบนี้ เมื่อทำเสร็จแล้วเอาถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้ว บรรจุไปในหีบบัตร แล้วจะมีกระบวนการในการปิดหีบบัตร ใช้เทปกาวซีน แล้วคล้องสายรัด
หีบบัตรนี้ของแต่ละหน่วยจะนำไปส่ง ณ ศูนย์รวมคะแนน หรือศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของแต่ละเขต เพื่อทำกระบวนการยุบรวมหีบบัตร เหมือนกรณีชลบุรีที่ท่านเห็นภาพ ไปถึงปุ๊บอนุกรรมการประจำเขต จะมีการนำหีบบัตรทุกหน่วยของเขตเลือกตั้งตัวเอง นำมาแยกประเภท และยุบรวมด้วยการตัดสายรัด แล้วเอาถุงใส่บัตร โดยไม่มีการเปิดสายรัดออกมาจากถุงใด ๆ ทั้งสิ้น แค่หยิบถุงบัตรขึ้นมา แล้วนำไปบรรจุในหีบบัตรใบเดียวให้เต็ม เมื่อจัดทำแบบนี้ มีกระบวนการยุบรวมหีบบัตรเรียบร้อยแล้ว ส่วนต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อ แยกไปเก็บรักษาไว้อีกทีหนึ่ง บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิต้องไปส่งต่อนายทะเบียนอำเภอหรือท้องถิ่น เพื่อประกาศผู้ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คนเหล่านี้จะถูกจำกัดสิทธิ
เมื่อยุบรวมหีบบัตรเรียบร้อย จะไปเก็บไว้ ณ ที่ปลอดภัย บางเขตกำหนดไว้ เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด เก็บไว้ 2 ปีจนกว่าพ้นระยะเวลาในการร้องเรียน ร้องคัดค้าน ถึงสามารถเอาบัตรนี้เบิกมาทำลายได้ บัตรที่เก็บรักษาไว้ ใครทำอะไรได้บ้าง กกต.อยากไปเปิดได้หรือไม่ ไม่ได้ ไม่มีใครสามารถไปเปิดดู เปิดได้กรณีเดียว คือ กรณีสั่งนับคะแนนใหม่แค่นั้น นี่คือกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่อยากชี้ให้เห็นว่า การเลือกตั้งทุกหน่วย ทุกคน เป็นการลงคะแนนลับ ตามมาตรา 85 แห่งรัฐธรรมนูญ
“ท่านอาจตั้งข้อสงสัยว่า แบบนี้เราก็รีเช็คได้สิว่าบัตรนี้มาจากไหน เหมือนที่เป็นข่าว บอกเลยว่า ต่อให้สแกนออกมา แต่องค์ประกอบที่ต้องใช้พิจารณาร่วมกันมี 2 ส่วน คือ 1) ต้นขั้วบัตร ตอนนี้ไปเก็บที่ไหนแล้ว ท่านไม่รู้หรอก มันรวมกันไปหมดแล้ว และ 2) บัญชีรายชื่อ ไปไหน ไปสำนักทะเบียนแล้ว เพื่อทำบัญชีรายชื่อผู้ไม่มาใช้สิทธิรวมกันแล้ว เหล่านี้เป็นต้น อยากให้เข้าใจตรงกันว่า การมีบาร์โค้ดมีไว้เพื่ออะไร กระบวนการลงคะแนน ขอยืนยันว่าทุกขั้นตอนที่ท่านเข้าไปใช้สิทธิลงคะแนน เป็นไปโดยตรงและลับ ตามรัฐธรรมนูญ” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว
ด้าน นายวรพงศ์ อนันเจริญกิจ ผู้อำนวยการ ชี้แจงข้อสงสัยกรณีที่มีการกำหนดบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ว่า มีพื้นฐานมาจากข้อกฎหมายซึ่งถูกกำหนดไว้ในระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 ที่ให้อำนาจ กกต.ในการกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใด เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งในส่วนของบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่กำหนดไว้ ถือเป็นหนึ่งในหลายมาตรการป้องกันการปลอมแปลง และยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมและบริหารจัดการ โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้ง ให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม เช่น ในกระบวนการจัดพิมพ์บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดเป็นข้อมูลในการติดตามจำนวนบัตรที่ถูกจัดพิมพ์ไว้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามีการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่
ขั้นตอนต่อมาคือการเข้าเล่ม การติดตามก็มีการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดสำหรับตรวจสอบก่อนเข้าเล่ม บัตรเลือกตั้ง 1 เล่มมี 20 บัตร ก็ใช้วิธีการติดตามจากคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด เพื่อให้รู้ว่าปกบัตรเล่มนี้มี 20 ใบมีเลขอะไรถึงเลขอะไรครบถ้วนถูกต้อง เมื่อนำไปใช้ในหน่วยเลือกตั้งจะไม่มีปัญหาเรื่องบัตรเขย่ง
ส่วนกระบวนการแจกจ่ายให้กับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่าง ๆ เช่น กกต.เขต และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เมื่อแจกจ่ายไปแล้ว หากมีประเด็นบัตรเลือกตั้งเล็ดลอดออกไปสู่ภายนอก ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรที่เล็ดลอดออกไปถูกจัดสรรหรืออยู่ในความรับผิดชอบของใคร ผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัยที่กระทำความผิดซึ่งเป็นมาตรการที่กำหนดไว้
สุดท้ายเรื่องการตรวจสอบการป้องกันการทุจริตต่าง ๆ ก็สามารถนำมาตรวจสอบได้ เช่นการนำบัตรปลอมมาใช้ การนำบัตรมาใช้ข้ามเขตข้ามหน่วยต่าง ๆ ก็สามาถใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในการตรวจสอบได้เช่นกัน
ยกตัวอย่างกรณีที่มีภาพปรากฏถ่ายบัตรเลือกตั้งติดกับต้นขั้วที่มีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ยอมรับว่าในบาร์โค้ดนี้เมื่อสแกนแล้วสามารถระบุได้ถึงเลขที่บัตรเลือกตั้ง โดยจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าสามารถติดตามตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนเผยแพร่ เพราะบัตรที่ถูกเผยแพร่เป็นบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในเล่ม ยังไม่ได้ถูกฉีกออกไป แสดงว่าอยู่ในมือของผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ย้ำว่า เรื่องของการใช้คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ตรวจสอบติดตามไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ใช้เพื่อการตรวจสอบควบคุมเรื่องการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น
ส่วนประเด็นข้อสงสัยว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปโดยตรงหรือลับหรือไม่นั้น จะเห็นว่าในแต่ละขั้นตอนกระบวนการ ไม่มีโอกาสที่จะรู้ได้เลยว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด แม้จะมีภาพปรากฏว่ามีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและนำไปเผยแพร่ เลขต่าง ๆ นั้นไม่ได้พิสูจน์เลยว่าบัตรเลือกตั้งใบนี้ผู้ใดเป็นคนลงคะแนน
ส่วนกระบวนการรักษาความปลอดภัยหีบบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรต่าง ๆ ย้ำว่ามีกระบวนการจัดเก็บอย่างละกลุ่ม มีการแยกจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วน มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่าบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครและพรรคการเมืองใด
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ฝากไปถึงประชาชนว่า อย่าคิดไกลไปถึงคนอื่น ขอให้คิดเฉพาะที่ตนเองไปใช้สิทธิ กระบวนการที่ไหลไปตามขั้นตอนจะไม่มีใครล่วงรู้ว่าตนเองลงคะแนนให้ใคร จนไปถึงกระบวนการควบคุมการเก็บรักษา จนถึงขั้นสุดท้ายซึ่งเก็บรักษาไว้ 2 ปี แม้กกต.ก็ไม่สามารถเปิดหีบบัตรได้ จะสั่งเปิดได้กรณีเดียว คือ การสั่งให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ต้องการบอกให้รู้ว่า การเลือกตั้งของท่านที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 และวันที่ 8 ก.พ. เป็นไปโดยตรงและลับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 85
นายวรพงศ์ กล่าวอีกว่า การจัดทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นมาตรการตรวจสอบความปลอดภัย ส่วนประชาชนที่ไปลงคะแนนก็ห้ามทำเครื่องหมายใด ๆ ที่สังเกตได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กปน.เข้าถึงบัตรต้นขั้วได้ก็จะสามารถรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้กับบุคคลใดได้หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กระบวนการนับคะแนน เป็นกระบวนการนับต่อหน้าสาธารณชน จะมีการแยกบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ลงคะแนนให้กับผู้สมัครใด และมีการจัดเก็บ ดังนั้นจึงไม่สามารถนำบัตรแต่ละใบมาถ่ายมาสแกนเพื่อจะรู้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใดได้ เพราะจะมีผู้สังเกตการณ์ มีผู้แทนพรรคการเมือง มาร่วมนั่งสังเกตการณ์อยู่ด้วย ดั้งนั้นไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน และกระบวนการใช้สิทธิ เป็นการใช้สิทธิแบบคนต่อคน กรรมการจะดูว่าประชาชนไปใช้สิทธิในลำดับของตัวเองและแจกบัตรให้ไป และไม่ทราบว่าบัตรใบไหนจะแจกให้ใคร ผู้มีสิทธิจำนวนมากก็อาจจะใช้บัตรเลือกตั้งหลายเล่ม ดังนั้นไม่สามารถคิดได้ว่าคนที่อยู่ลำดับหลังจากเราจะเลือกใคร การใช้สิทธิเป็นเรื่องเฉพาะของเราเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า บาร์โค้ดแม้จะบอกว่าป้องกัน แต่ว่าในทางปฏิบัติมีการสแกนออกมาแล้ว ตัวเลขเป็นตัวเลขเฉพาะ ตรวจย้อนกลับไปได้หรือไม่ ต้นขั้วเทียบกันได้หรือไม่ ถ้าเทียบแล้วเป็นความลับหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าสแกนออกมาแล้วจะขึ้นเป็นเลขที่บัตร แต่อย่างที่นำเรียน ขั้นตอนออกเสียงลงคะแนนและนับคะแนน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ การเก็บรักษาอย่างที่นำเรียนไปแล้ว เรามีมาตรการหลายชั้น รวมถึงการเก็บรักษาขั้นสุดท้ายในที่ปลอดภัย และห้ามเปิด
เมื่อถามย้ำว่า แบบนี้ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวเสริมว่า โดยลับ หมายถึง เราไปใช้สิทธิต้องไม่มีใครรู้ว่าเราใช้สิทธิให้กับผู้ใด อันนี้โดยตรงถือว่าลับแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม บังเอิญสามารถเอาต้นขั้วและบัตรลงคะแนนบาร์โค้ดไปแมตช์กันได้ จะสามารถบอกได้ว่าคน ๆ นั้นเลือกใคร อยากให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า ขอเล่าว่ากระบวนการเก็บต้นขั้วบัตรต่าง ๆ เราเก็บทั้งเขตเลือกตั้ง เขตหนึ่งราว 250 หน่วย หรือเก็บในภาพรวมทั้งจังหวัด อาจมีเป็นพันหน่วย อย่างที่ยกตัวอย่าง เป็นไปได้ยากมากที่จะไปสืบค้น เพราะด้วยปริมาณที่นำเรียน ถ้าผู้กระทำมีเจตนาทุจริต แล้วไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง นั่นมีความผิดตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างนักข่าวสอบถามประเด็นนี้ ได้เน้นย้ำหลายครั้งว่า กระบวนการนี้สามารถไล่ย้อนไปถึงต้นขั้ว และจะทราบว่าประชาชนกาผู้สมัครหรือพรรคใดได้ใช่หรือไม่นั้น นายวรพงศ์ ไม่ได้ตอบคำถามในเรื่องนี้ แต่กล่าวว่า ถ้านำต้นขั้วบัตร หรือนำบัตรมาเทียบ ด้วยมาตรการในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่า กกต.เอง หรือ กกต.จังหวัด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถนำต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งที่จัดเก็บยุบรวมแบบนี้มาดูได้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นของใคร ถ้าใครกระทำแบบนั้น จะมีความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าพนักงาน กกต.เอง หรือในส่วนของจังหวัดก็ตาม
“ใครเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมกันแล้ว โดยที่ กกต.ไม่มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ก็แล้วแต่ ไม่มีผู้ใดดำเนินการเช่นดังว่าได้ โดยสำนักงาน กกต.ส่วนกลาง หรือจังหวัด มีเรื่องวินัยกำกับดูแลพวกเราเช่นเดียวกัน ถ้าใครทำหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตจะถูกลงโทษทางกฎหมาย” นายวรพงศ์ กล่าว
ส่วนกรณีบาร์โค้ดที่หลุดในโซเชียลมีเดียตอนนี้ ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งใด ข้อมูลผู้มาใช้สิทธิไม่รั่วไหลใช่หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวยืนยันว่า เห็นแค่เลขที่ ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
สำหรับบาร์โค้ดใช้ในการติดตามการทุจริตหรือบัตรเขย่ง ทำไมใช้บาร์โค้ดในการตรวจสอบ มีวิธีการอื่นหรือเทคโนโลยีอื่นหรือไม่ เห็นจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่ไม่มี และบัตรลงคะแนนที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลตอนนี้ มีบาร์โค้ดที่เปิดไปแล้ว จะยังเป็นการลงคะแนนโดยลับอยู่หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เลือกตั้งปี 2566 บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตก็มีการใช้คิวอาร์โค้ดอยู่ ส่วนการเผยแพร่ภาพบัตรในโซเชียลไปแล้วนั้น เป็นบัตรที่ยังไม่มีการลงคะแนน เป็นบัตรติดเล่มอยู่ที่หน่วย อีกกรณีคือเผยแพร่ระหว่างการนับคะแนน กปน.เป็นผู้นับคะแนน เจ้าตัวไม่ได้เปิดเผยเอง และมีผู้สังเกตการณ์อยู่ด้วย
เมื่อถามอีกว่า ทำไมต้องใช้บาร์โค้ด มีวิธีอื่นอีกหรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า จริง ๆ มีหลายวิธี แต่ขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์และเทคนิคของแต่ละโรงพิมพ์ กระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เวลาจำกัด แต่ละโรงอาจถนัดใช้เทคโนโลยีนี้ บางโรงอาจไม่ถนัด แต่อยู่ในเงื่อนไขต้องสามารถตรวจสอบเลือกตั้งให้สุจริตได้ เป็นวิธีที่แต่ละโรงพิมพ์เลือกจัดทำ
เมื่อถามว่า ไม่กลัวบัตรประชามติรั่วไหลหรือ เพราะไม่ได้มีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด นายวรพงศ์ กล่าวว่า แม้บัตรประชามติไม่มีบาร์โค้ด แต่มีมาตรการตรวจสอบทุจริตได้ แต่ต้องเรียนว่าไม่อาจเปิดเผยได้ เพราะถ้าเปิดเผยจะรู้กันหมดว่าอยู่ตรงไหน โดยวิธีการขึ้นอยู่กับโรงพิมพ์แต่ละโรง เขาใช้วิธีการอะไรอย่างไร ทั้งนี้การใช้คิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดดังกล่าว ใช้ในการเลือกตั้งปี 2566 การเลือกตั้งท้องถิ่นก็มี แต่เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ปัจจุบันมีหลายประเทศใช้รหัสใช้โค้ดอยู่ แต่อาจไม่ได้เป็นคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดชัดเจน
เมื่อถามว่า การใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด จะสแกนกรณีไหนได้บ้าง ช่วยยกตัวอย่างให้ชัดเจน นายวรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบ มีเหตุร้องเรียนว่ามีการนำบัตรไปใช้ผิดที่ผิดทาง ข้ามหน่วยข้ามเขต การสแกนตรวจสอบได้ แต่เราก็สแกนแค่ว่า บัตรนี้จัดสรรไปที่เขตเลือกตั้งไหน และอยู่เขตเลือกตั้งนั้นหรือไม่ ถ้าดูเลขแล้วอยู่คนละเขต แสดงว่ามีความผิดปกติ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น
ต้นขั้วกับตัวบัตรเลือกตั้ง พอพ้นอายุ 2 ปีไปแล้ว ทำลายอย่างไร และจะกลายเป็นบิ๊กดาต้าตรวจสอบได้หรือไม่ นายวรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องการเก็บรักษา เก็บไว้ 2 ปี ส่วนเรื่องการทำลาย เป็นอำนาจของ กกต.ในการอนุมัติให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง กำหนดวิธีการ รูปแบบวิธีการ ว่าจะทำลายด้วยรูปแบบอะไร ไม่มีโอกาสเกิดเป็นบิ๊กดาต้าแน่นอน เพราะไม่มีใครไปเปิด
กรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) มาร้องเรียน เขียนในคำร้องว่า ตรวจสอบขั้วบัตร ตรงกับรหัสหรือไม่ และระบบความลับต้องไม่มีใครรู้ เมื่อ กกต.รู้แล้ว สุ่มเสี่ยงหรือไม่ กังวลหรือไม่หากมีการไปร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่นำเรียน เวลาเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรกับตัวบัตรแยกกันต่างหาก ไม่สามารถรีเช็คได้ ต้นขั้วจัดเก็บส่วนหนึ่ง ตัวบัตรเลือกตั้งใส่ในหีบเก็บรักษาไว้อีกส่วนหนึ่ง กระบวนการนี้ไม่มีใครรีเช็คได้ เว้นแต่กระทำการทุจริตหรือฝ่าฝืนกฎหมายจริง ๆ อันนั้นก็พิจารณาตามข้อเท็จจริงไป