ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมากล่าาวในวันศุกร์. (13 ก.พ.) ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน พร้อมประกาศว่า "อำนาจมหาศาล" จะเข้ามาในตะวันออกกลางในไม่ช้า ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าไปยังภูมิภาคนี้
การเคลื่อนไหวทางทหารและคำพูดที่แข็งกร้าวของ ทรัมป์ เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ และอิหร่านพยายามฟื้นฟูการเจรจาทางการทูตเกี่ยวกับข้อพิพาทนิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อ
แหล่งข่าวที่ได้ทราบเรื่องนี้บอกกับรอยเตอร์ว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยทรัมป์ จะเจรจากับอิหร่านในวันอังคาร (17) ที่เจนีวา โดยมีตัวแทนจากโอมานทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย
แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า วิตคอฟฟ์ และ คุชเนอร์ จะพบกับเจ้าหน้าที่จากรัสเซียและยูเครนในวันอังคาร (17) ที่เจนีวาด้วย ในความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามในยูเครน
เมื่อถูกถามว่า เขาต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า "ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้"
ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะพูดว่า เขาต้องการให้ใครเข้ามาปกครองอิหร่าน แต่ก็กล่าวว่า "มีคนอยู่"
“พวกเขาเอาแต่พูดคุยกันมาเป็นเวลา 47 ปีแล้ว” ทรัมป์ กล่าวภายหลังไปร่วมงานอีเวนต์ทางทหารที่ฟอร์ตแบร็ก รัฐนอร์ทแคโรไลนา “ในระหว่างนั้น เราสูญเสียชีวิตไปมากมายในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ขาขาด แขนขาด ใบหน้าขาดวิ่น เราอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มานานแล้ว”
สหรัฐฯ ต้องการให้การเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่านครอบคลุมถึงโครงการขีปนาวุธ การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค และการปฏิบัติต่อประชาชนชาวอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลอิหร่านระบุว่า พร้อมที่จะหารือเกี่ยวกับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของตนเพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แต่ปฏิเสธที่จะเชื่อมโยงประเด็นนี้กับขีปนาวุธ
ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านหากไม่มีข้อตกลง ขณะที่เตหะรานก็สาบานว่าจะตอบโต้ ทำให้หลายฝ่ายหวาดกลัวกันว่าจะเกิดสงครามที่ขยายวงกว้างขึ้น
สหรัฐฯ กำลังระดมกำลังทหารในตะวันออกกลาง และเคยส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าไปโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว
เมื่อถูกถามว่ายังเหลืออะไรให้โจมตีที่โรงงานนิวเคลียร์อีกบ้าง ทรัมป์ ตอบว่า "ฝุ่น" เขายังกล่าวเสริมว่า "ถ้าเราทำได้ นั่นจะเป็นส่วนน้อยที่สุดของภารกิจ แต่เราคงจะคว้าเอาสิ่งที่เหลืออยู่ทั้งหมด"
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อธิบายถึงกระบวนการที่ซับซ้อนในการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ทางทหาร เรือบรรทุกเครื่องบิน เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด จะเข้าร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน อับราฮัม ลินคอล์น เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีหลายลำ เครื่องบินรบ และเครื่องบินลาดตระเวนที่ถูกเคลื่อนย้ายไปยังตะวันออกกลางในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
เรือบรรทุกเครื่องบิน เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ล่าสุดของสหรัฐฯ และใหญ่ที่สุดในโลก ได้ปฏิบัติการอยู่ในทะเลแคริบเบียนพร้อมกับเรือคุ้มกัน และเข้าร่วมปฏิบัติการในเวเนซุเอลาเมื่อต้นปีนี้
เมื่อถูกถามเมื่อวันศุกร์ (13) ว่า เหตุใดเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 จึงมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง ทรัมป์ ตอบว่า "ในกรณีที่เราไม่บรรลุข้อตกลง เราก็จะต้องใช้มัน...ถ้าเราต้องการใช้ เราก็จะมีมันพร้อมใช้งาน"
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าวจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์กว่าจะไปถึงตะวันออกกลาง
สหรัฐฯ เคยส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำไปยังพื้นที่นี้เมื่อปีที่แล้ว ในช่วงที่ปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในเดือน มิ.ย.
เนื่องจากกองทัพสหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินเพียง 11 ลำ จึงเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด และตารางการปฏิบัติการมักถูกกำหนดล่วงหน้าเป็นอย่างดี
ที่มา: รอยเตอร์