ศาลธัญบุรีสืบพยานนัดสุดท้ายกลางปี คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกแม่ “อัยการดาว“ ล่าสุดจำเลยบางรายยอมชดใช้คืนแล้ว 4 เเสนบาท ความคืบหน้าคดีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในคดีหลอกลวงมารดาของ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ “อัยการดาว” อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคดีอาญา อดีตพนักงานอัยการผู้ทำคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว แตงโม นิดา โดยขบวนการดังกล่าวใช้วิธี สวมรอยเป็นนายแฮรี่ ชาร์ด นักธุรกิจชาวเวียดนาม ติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความสนิทสนม หลอกให้รัก ก่อนหลอกลวงให้โอนเงินหลายสิบครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่ พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ยื่นฟ้อง น.ส.อัญชลี คำนึงสุขกับพวกรวม 5 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบัญชีม้าและผู้รับโอนเงิน โดยพบว่า 1 ในจำเลย เป็นผู้บริหารโรงงานปุ๋ยในจังหวัดบุรีรัมย์ และมีเส้นทางการเงินหมุนเวียนในบัญชีหลัก หลายร้อยล้านบาทกับ วัยรุ่นสร้างตัวทำซื้อขายเหรียญคริปโต รับโอนฟอกหลักครึ่งล้าน
ความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันเป็นซ่องโจร,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตและโดยหลอกลวง,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน,สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน
ในวันนัดตรวจพยาน ทนายความจำเลยบางคนได้แถลงว่า ทำ บันทึกข้อตกลงเยียวยากับผู้เสียหายแล้ว
ด้าน น.ส.สุภาภรณ์ หรือ อัยการดาว ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากมารดาในฐานะโจทก์ร่วม ได้แถลงต่อศาลว่า ได้รับเงินชดใช้เยียวยา เป็นยอด จำนวน 4 เเสนบาทและไม่ติดใจดำเนินคดีในส่วนแพ่ง กับจำเลยที่ชดใช้ตามข้อตกลงดังกล่าว
พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรีได้ยื่นคำร้องขอรวมคดีเนื่องจากภายหลังมีการฟ้องนายธนพล จำปาสุข ซึ่งเป็นบุคคลที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับขบวนการ และมีพฤติการณ์เดินทางไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในประเทศกัมพูชา ก่อนนำเงินกลับมาใช้ในประเทศไทย เป็นจำเลยเพิ่มเติม
ศาลจังหวัดธัญบุรีพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้สำนวนมีพฤติการณ์ต่อเนื่อง เป็นคดีเดียวกัน และใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน หากรวมการพิจารณาจะเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็ว จึงมีคำสั่งให้ รวมการพิจารณาคดีเข้าด้วยกันทำให้มีจำเลยรวมทั้งสิ้น 5 ราย
ทั้งนี้ ศาลจังหวัดธัญบุรีได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 10 นัด เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569และนัดสืบพยานจำเลยอีก 10 นัด นัดสุดท้ายในวันที่ 30 เมษายน 2569 ก่อนจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป
มีรายงานว่า จำเลยทั้งหมด ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากพนักงานอัยการโจทก์คัดค้านการประกันตัว และศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง เป็นความผิดร้ายแรง และมีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างไรก็ตามคดีนี้เเม้จะมีการเยียวยาความเสียหายบางส่วนจากจำเลยเเต่คดีนี้เป็น ความผิดอาญาแผ่นดิน ในทางอาญาจึงไม่สามารถยอมความได้ คดียังคงต้องดำเนินต่อไป โดยการชดใช้ค่าเสียหายอาจมีผลเฉพาะในเรื่องการบรรเทาโทษ และการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว