xs
xsm
sm
md
lg

จับ "ส.ต.อ." ร่วมขบวนการค้ายาข้ามชาติ ยึดทรัพย์ - ดำเนินคดีขั้นสูงสุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - ป.ป.ส. เปิด “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ รับสารภาพคอยประสานควบคุมการลำเลียงและรับโอนเงินค่ายา

ตามนโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ชื่อ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน โดยมีแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น จะไม่มีการปกป้องเจ้าหน้าที่หากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในทุกบริบท ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับข้ามชาติ โดยจะถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินมาใช้ตรวจสอบและดำเนินคดี เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อส่งสัญญาณว่าหน่วยงานของรัฐต้องสะอาดและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

วันนี้ (16 ก.พ.) รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงาน ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ดำเนินการจับกุมเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ (เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานสืบสวนปราบปราบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. (สำนักปราบปรามยาเสพติด และ สำนักงาน ปปส.ภาค 4) ประสาน พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อดำเนินการจับกุม ส.ต.อ.นนทพัทธ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดบึงกาฬ ที่ 26/2569 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่ง ส.ต.อ.นนทพัทธ์ มีบทบาทเป็นผู้ประสานควบคุมการลำเลียงยาเสพติด และรับโอนเงินค่ายาเสพติดร่วมกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว โดยถูกออกหมายจับในคดีวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สภ.บึงกาฬ จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาบ้า 1,594,000 เม็ด ที่ จ.บึงกาฬ

ในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ดำเนินการสืบสวนขยายผล เป็นเวลากว่า 3 เดือน จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย (ประชาชน 3 ราย, เจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 ราย) พบพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และพยานหลักฐานอื่นๆ จนนำมาซึ่งการถูกออกหมายจับ รายละเอียดดังนี้ 1.นางภูเวียง (สงวนนามสกุล) ชาวลาว เป็นผู้สั่งการนำยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย , 2.นายชาญยุทธ (สงวนนามสกุล) ชาวไทย ผู้ร่วมขบวนการและจัดหารถยนต์ลำเลียง , 3.น.ส.ปุณยวีร์ฯ (สงวนนามสกุล) ชาวไทย ผู้ร่วมขบวนการและจัดหารถยนต์ลำเลียง และ 4. ส.ต.อ.นนทพัทธ์ (เจ้าหน้าที่ของรัฐ) มีบทบาทเป็นผู้ประสานควบคุมการลำเลียงยาเสพติด และรับโอนเงินค่ายาเสพติดร่วมกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว


โดยในวันที่ 30 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. (สำนักปราบปรามยาเสพติด และ สำนักงาน ปปส.ภาค 4) สามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับ 4 คน (เจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 คน , ชาวลาว 1 คน ชาวไทย 2 คน) คือ ส.ต.อ.นนทพัทธ์ อายุ 27 ปี , นางภูเวียง ชาวลาว อายุ 30 ปี , นายชาญยุทธ ชาวไทย อายุ 38 ปี และ น.ส.ปุณยวีร์ ชาวไทย อายุ 48 ปี เหตุเกิดในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อเนื่อง จ.นครพนม และ จ.ขอนแก่น ตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 1,600,000 บาท (รถยนต์ 3 คัน) และอายัดเงินในบัญชีธนาคาร 4 บัญชี ยอดเงิน 985,837 บาท

จากการสืบสวนพบว่า นางภูเวียง นักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว มีพฤติการณ์จัดหายาเสพติด จาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย มีการจัดหาทีมลำเลียง รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติด และมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด โดยในห้วงปี 2568 พบว่ามีคดีการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับ นางภูเวียง รวมจำนวน 6 คดี จับกุมผู้ต้องหา 6 คน ยาบ้า 5,800,000 เม็ด ไอซ์ 917 กิโลกรัม เหตุเกิดในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.บึงกาฬ จ.สระบุรี และ จ.ราชบุรี

เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้มอบหมาย อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติดประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าพบ พันเอกแพง ไซยะวง หัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการสืบสวนปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศ ไทย - สปป.ลาว เพื่อขยายผลเครือข่ายดังกล่าวร่วมกัน ในการสืบสวนบุคคลและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป แต่กลุ่มดังกล่าวยังคงมีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การกำจัดเนื้อร้าย (เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิด) ในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ที่เข้าไปมีส่วนรู้เห็นและร่วมขบวนการในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อีกทั้งจะดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์กับบุคคล
ที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการให้ถึงที่สุด


พ.ต.ต.สุริยา เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงระดับชาติ แต่สิ่งที่วิกฤตและเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด คือ การที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ทั้งการสนับสนุน เอื้อประโยชน์ หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้ายาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. จึงกำหนดให้ยุทธการนี้เป็นกลไกหลักในการทำความสะอาดหน่วยงานภาครัฐ โดย สำนักงาน ป.ป.ส. ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากมีเบาะแสเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด