xs
xsm
sm
md
lg

'ฮุน มาเนต' ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ ชี้ 'ไทย' ยึดครองดินแดนกัมพูชาคือ 'ข้อเท็จจริง' จี้ 'อนุทิน' เร่งถกปัญหาชายแดนผ่านกลไก JBC หลังเลือกตั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ย้ำกองกำลังไทยยังคงยึดครองดินแดนกัมพูชาอยู่หลังจากเกิดเหตุปะทะเมื่อปีที่แล้ว แม้จะมีข้อตกลงสันติภาพที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยก็ตาม พร้อมเรียกร้องให้ไทยอนุญาตให้คณะกรรมการกำหนดเขตแดนร่วมเริ่มทำงานในพื้นที่พิพาทชายแดน

ฮุน มาเนต เดินทางไปวอชิงตันเพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของ ทรัมป์ ในสัปดาห์นี้ และกล่าวว่าตนคาดหวังว่าหน่วยงานใหม่นี้จะมีบทบาทในการลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน ซึ่งสถานการณ์ยังคง "เปราะบาง" แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงในเดือน ธ.ค. ที่ยุติการสู้รบที่เกิดขึ้นใหม่ก็ตาม

คณะกรรมการสันติภาพนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อกำกับดูแลแผนสันติภาพในฉนวนกาซา แต่ ทรัมป์ เปรยว่ามันอาจมีบทบาทที่กว้างขวางกว่านั้น

ฝ่ายไทยระบุว่า การคงกำลังทหารไว้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดความตึงเครียด และปฏิเสธว่าไม่ได้เข้ายึดครองดินแดนที่เป็นของกัมพูชา

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศครั้งแรก ฮุน มาเนต ผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา สมเด็จ ฮุน เซน ในปี 2023 ได้ยกย่องความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นกับสหรัฐฯ และยืนยันว่ารัฐบาลของเขากำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาศูนย์กลางการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่แพร่หลายในประเทศ

ข้อคิดเห็นจากผู้นำกัมพูชาเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง แม้ว่า ทรัมป์ จะยังคงโปรโมตความสำเร็จของข้อตกลงสันติภาพก็ตาม

เหตุสู้รบที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษซึ่งปะทุขึ้นในเดือน ก.ค. ปีทีแล้ว ทำให้ประชาชนหลายแสนคนต้องพลัดถิ่นฐาน และทำให้การค้าขายตามแนวชายแดนยาว 817 กิโลเมตรต้องหยุดชะงัก ข้อตกลงสันติภาพที่ลงนามกับ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในเดือน ต.ค. ล่มสลายลงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงใหม่ในวันที่ 27 ธ.ค.

“กองกำลังไทยยังคงรุกล้ำเข้ามาในดินแดนกัมพูชาในหลายพื้นที่ ซึ่งเกินกว่าเส้นเขตแดนที่ไทยอ้างสิทธิฝ่ายเดียวเสียอีก” ฮุน มาเนต กล่าวกับรอยเตอร์ พร้อมเสริมว่าทหารไทยได้วางตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามเข้าไปในดินแดนที่ไทยยอมรับมานานแล้วว่าเป็นดินแดนของกัมพูชา และประชาชนไม่สามารถกลับบ้านได้ “นี่ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น”

กัมพูชาไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เขาเรียกว่า “การละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพดินแดนของเรา” ได้

“วิธีเดียวที่จะตรวจสอบได้คือ การใช้กลไกทางเทคนิคที่เรามีอยู่ โดยอิงจากสนธิสัญญาและข้อตกลงทั้งหมดที่เรามี ดังนั้นเราหวังว่าประเทศไทยจะเห็นด้วย และเริ่มอนุญาตให้คณะกรรมการกำหนดเขตแดนร่วม (JBC) เริ่มทำงานโดยเร็วที่สุด” ฮุน มาเนต กล่าว พร้อมเสริมว่า ประเทศไทยอ้างการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นเหตุผลที่ไม่เริ่มงานกำหนดเขตแดน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากกระแสชาตินิยมที่ถูกปลุกขึ้นจากความขัดแย้งชายแดน

“ตอนนี้การเลือกตั้งก็เสร็จสิ้นแล้ว เราหวังว่าประเทศไทยจะเริ่มดำเนินการอย่างน้อยในระดับเทคนิค เริ่มวัด เริ่มกำหนดเขตแดนในพื้นที่ที่มีปัญหา เพื่อที่เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ” ฮุน มาเนต กล่าว

- บัณฑิตจากเวสต์พอยต์

สมเด็จ ฮุน เซน ผู้นำที่ครองอำนาจมายาวนานของกัมพูชา ประกาศว่าจะส่งมอบอำนาจให้แก่บุตรชาย ฮุน มาเนต หลังจากการเลือกตั้งในปี 2023 ซึ่งพรรคประชาชนกัมพูชาของเขาได้รับชัยชนะอย่างแทบไม่มีคู่แข่ง

การขึ้นสู่อำนาจของ ฮุน มาเนต วัย 48 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายทหารเวสต์พอยต์ของสหรัฐฯ และตามมาด้วยการที่ ทรัมป์ เข้ามามีส่วนร่วมในข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ได้นำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นระหว่างวอชิงตันและพนมเปญ ซึ่งก่อนหน้านี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนมาโดยตลอด

ฮุน มาเนต กล่าวว่า ความสัมพันธ์กับจีนและสหรัฐฯ นั้น "ไม่ได้ขัดแย้งกัน" และกล่าวว่ากัมพูชา "ไม่มีอะไรต้องปิดบัง" เกี่ยวกับฐานทัพเรือเรียมที่จีนได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น

รัฐบาลสหรัฐฯ ในอดีตได้ผลักดันให้กัมพูชาแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยก่อนที่ความสัมพันธ์จะดีขึ้นได้

ฮุน มาเนต กล่าวว่า ปัญหาสิทธิมนุษยชนในกัมพูชาได้รับความสนใจอย่างมากก็จริง แต่ประเทศของเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในด้านอื่นๆ เช่น ความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ

“ประชาธิปไตยไม่ได้นิยามเพียงแค่การแสดงออกของพรรคการเมือง แต่ยังรวมถึงสุขภาพ การศึกษา เสรีภาพของสื่อ และอื่นๆ ด้วย” นายกฯ กัมพูชา

องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders) จัดอันดับกัมพูชาอยู่ที่ 161 จาก 180 ประเทศในดัชนีเสรีภาพสื่อโลกเมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างถึงการจับกุมและคุมขังสื่อมวลชน

ปีที่แล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อบุคคลจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการฉ้อโกงจำนวนมหาศาล รวมถึงการหลอกลวงทางออนไลน์โดยใช้ความรักเป็นเครื่องมือ (online romance scams) ที่มีคนตกเป็นเหยื่อทั่วโลก

ฮุน มาเนต กล่าวว่า รัฐบาลของเขากำลังปราบปรามการหลอกลวงทางไซเบอร์ และกำลังร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหานี้ พร้อมทั้งโต้แย้งว่า การหลอกลวงทางออนไลน์ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในกัมพูชาเท่านั้น

"ใช่ พวกมันมีอยู่จริง พวกมันมีอยู่มานานแล้ว แต่นั่นหมายความว่าเราปล่อยให้พวกมันมีอยู่ เราสนับสนุนพวกมัน หรือเราไม่ทำอะไรเลยหรือ? ไม่ใช่" เขากล่าว พร้อมยกตัวอย่างความพยายามของกัมพูชาในการเนรเทศผู้คนที่ทำงานในศูนย์หลอกลวงและปิดศูนย์เหล่านั้นลง

ที่มา: รอยเตอร์