MGR Online - อินเดียออกมาตรการกดดันกองทัพอาระกัน เร่งสืบสวนกรณีชาวมิโซรัมดับปริศนา หลังขับรถข้ามไปส่งสินค้าในเมืองปะแลตวะ รัฐชิน ทางการท้องถิ่นประกาศปิดด่าน ปิดถนน เชื่อม 2 ประเทศ 2 เดือน จนกว่าคดีจะกระจ่าง แต่จำต้องผ่อนปรน เหตุทำชาวบ้านเดือดร้อน
วานนี้ (18 ก.พ. 69) Development Media Group รายงานว่า พรรคเยาวชนมารา (Mara Thyutlia Py : MTP) องค์กรอาสาสมัครในอำเภอเซียฮา ทางตอนใต้ของรัฐมิโซรัม ของอินเดีย ได้แจ้งว่าเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างเมียนมาและอินเดีย ผ่านด่านชายแดนเซียฮา ได้กลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้งแล้ว เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569
ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา ทางการอินเดีย โดยฝ่ายปกครองและศาลอำเภอลองตไล รัฐมิโซรัม ได้มีคำสั่งให้ปิดเส้นทางขนส่งสินค้าเมียนมา-อินเดีย ตั้งแต่ด่านชายแดนเซียฮา-ปะแลตวะ ผ่านเมืองลองตไล ขึ้นไปยังเมืองไอซอล เมืองหลวงของรัฐ เป็นเวลา 2 เดือน จนถึงวันที่ 16 เมษายน ตามคำขอขององค์กรศูนย์กลางเยาวชนไล(Central Young Lai Association : CYLA) หลังพบว่ามีคนขับรถบรรทุกสินค้าชาวมิโซรัมผู้หนึ่ง เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา หลังขับรถข้ามไปส่งสินค้าในเมืองปะเลตวะ รัฐชิน เมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอาระกัน (AA)
โดยเหตุเสียชีวิตดังกล่าว เกิดขึ้น เมื่อนายลารามสังกา (Lalramsanga) อายุ 37 ปี ได้ขับรถบรรทุกสินค้าจากฝั่งมิโซรัมข้ามไปส่งในเมืองปะแลตวะ ในช่วงเช้าของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จากนั้นนายลารามสังกาได้หายตัวไป ถัดมาอีก 3 วัน ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มีผู้พบศพนายลารามสังกา ลอยอยู่ในแม่น้ำคาลาดาน
หลังพบศพ องค์กรศูนย์กลางเยาวชนไลได้เรียกร้องให้กองทัพอาระกัน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เปิดคดีเพื่อสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตของนายลารามสังกา และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยด่วน พร้อมร้องไปยังฝ่ายปกครองอำเภอลองตไลให้ออกมาตรการกดดันกองทัพอาระกัน ต่อมาในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ศาลเมืองลองตไลได้ประกาศคำสั่งให้ปิดเส้นทางขนส่งสินค้าสายนี้เป็นเวลา 2 เดือน หรือจนกว่าคดีของนายลารามสังกาจะเป็นที่กระจ่าง
อย่างไรก็ตาม หลังมีการปิดเส้นทางขนส่งสินค้าสายนี้ได้เพียงวันเดียว กลับสร้างความเดือดร้อนโกลาหลให้เกิดขึ้นกับประชาชน ทั้งทางฝั่งมิโซรัมและฝั่งเมืองปะแลตวะ โดยผู้ส่งออกสินค้าจากเมืองไอซอล และเมืองลองตไล ในมิโซรัม ไม่สามารถส่งสินค้าข้ามไปขายยังเมืองปะแลตวะได้ ขณะที่ในเมืองปะแลตวะเอง ก็เกิดภาวะขาดแคลนสินค้าจำเป็น ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สมาคมพ่อค้าชาวอาระกันในอินเดียจึงยื่นคำร้องไปยังฝ่ายปกครองอำเภอเซียฮา ให้พิจารณาผ่อนปรนคำสั่งนี้ และล่าสุด ฝ่ายปกครองอำเภอเซียฮาก็ได้มีคำสั่งให้เปิดด่านชายแดนเซียฮา-ปะแลตวะ ให้รถขนส่งสินค้าสามารถวิ่งข้ามผ่านได้อีกครั้ง เมื่อตอนบ่ายของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
เมืองปะแลตวะเป็นเมืองชายแดนของรัฐชิน พื้นที่ฝั่งตะวันตกของปะแลตวะติดกับรัฐมิโซรัมของอินเดีย ฝั่งตะวันออกติดกับภาคมะกวย และทิศใต้ติดกับรัฐยะไข่(โปรดดูแผนที่ประกอบ)
แม้อยู่ในรัฐชิน แต่หลังจากกองทัพอาระกันสามารถบุกยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐยะไข่เอาไว้ได้ ก็ได้ประกาศให้เมืองปะแลตวะเป็นพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอาระกัน เนื่องจากเมืองปะแลตวะเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักในการพัฒนาของโครงการขนส่งสินค้าหลายรูปแบบคาลาดาน มูลค่ากว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เป็นประตูเข้าสู่อินเดียจากรัฐยะไข่
หลังกองทัพอาระกันกลับมาเปิดศึกกับกองทัพพม่าเมื่อปลายปี 2566 กองทัพพม่าได้ใช้วิธีกดดันกองทัพอาระกัน ด้วยการปิดเส้นทางขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจากส่วนกลางของเมียนมาเข้าไปยังรัฐยะไข่และรัฐชิน ทำให้ทั้ง 2 รัฐ ต้องพึ่งพาสินค้าจำเป็นที่ต้องนำเข้าจากฝั่งอินเดียเป็นหลัก โดยขนส่งข้ามมาทางด่านชายแดนปะแลตวะ-เซียฮา และเมื่อมีการปิดด่านกับเส้นทางขนส่งสินค้าหลังเกิดเหตุฆาตกรรมปริศนาขึ้น จึงทำให้ผู้คนทั้งในรัฐยะไข่และรัฐชินได้รับความเดือดร้อน