ศึกเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีกทู รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สองระหว่างนักเตะจ้าบ้านเปอร์ซิบ บันดุง กับราชบุรี เอฟซี ผู้มาเยือนเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกนัดหนึ่งที่ศึกนี้ได้รับความสนใจจากแฟนบอลเจ้าถิ่นที่เข้าไปเชียร์สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งแดนอิเหนากันจนล้นสนาม
เกมดังกล่าวนักเตะเจ้าบ้านหมายมั่นที่จะเก็บชัยหลังจากดวลกันเกมแรกนักเตะเมืองโอ่งออกนำไปก่อน 3-0
ด้วยสภาวการณ์ที่เป็นรองในเรื่องของสกอร์ผนวกกับนักเตะจากถิ่นบันดุงโดนไล่ออกไปหนึ่งคนจึงไม่ลดราวาศอกใส่เกียร์เดินหน้าจนคว้าชัยเหนือราชบุรี เอฟซีไป 1-0
ภายหลังสัญญาณนกหวีดจากสิงห์เชิ้ตดำจบลง และขณะที่ขุมกำลัง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทีมและสต๊าฟโค้ชกำลังฉลองความสำเร็จในสนาม
สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมือแฟนบอลอิเหนาเจ้าเล่ห์กลุ่มหนึ่งสร้างปรากฎการณ์หรือรอยด่างในวงการลูกหนังด้วยการก่อความวุ่นวายไม่พอใจผลการแข่งขันมีการปาสิ่งของรวมถึงพลุลงไปในสนาม
ขณะที่แฟนบอลพันธุ์ดุอีกกลุ่มก็กรูลงไปสนามหมายทีจะปองร้ายนักเตะจากสโมสรฟุตบอลไทย เหตุดังกล่าวส่งลให้นักเตะและทีมงานราชบุรี เอฟซีต้องเผ่นเข้าห้องแต่งตัว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เหตุที่เปอร์ซิบ บันดุงครั้งนี้ ถือว่าเป็นอีกครั้งที่กองเชียร์แห่งแดนอิเหนาแสดงออกซึ่งความป่าเถื่อน และเชื่อว่าจากเหตุดังกล่าว AFC คงจะไม่นิ่งนอนใจการลงโทษตามระเบียบคงจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อกล่าวถึงความป่าเถื่อนของกองเชียร์อินโดนีเซียต่อทัพนักเตะไทยต้องย้อนไปในศึกชิงเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ปี 1997 (2540) ครั้งนั้นทัพช้างศึกลงล่าแชมป์กับทีมเจ้าบ้านอิเหนาท่ามกลางแฟนบอลนับหมื่นของเจ้าถิ่นที่ยัดทะนานเข้าไปเต็มในสนามเสนายัน
ศึกในวันนั้นทัพช้างศึกไทยภายใต้การกุนซือของ “โค้ชเฮง”วิทยา เลาหกุล โดยมี “บิ๊กแป๊ะ” ถิรชัย วุฒิธรรม เป็นจอมทัพรับหน้าที่ผู้จัดการทีม
เกมดวลหัวเกือกอันร้อนแรงที่ทั้งสองทีมมุ่งที่จะยืนหนึ่งหรือเป็นเจ้าลูกหนังในอาเชียนจบครึ่งแรกทัพไทยออกนำไป 1-0
จากสกอร์ดังกล่าวกลุ่มกองเชียร์อินโดแสดงความไม่พอใจระเบิดอารมณ์แค้นทำลายกำแพงเหล็กกั้นที่สแตนด์ฝั่งคบเพลิงและเตรียมจะบุกลงในสนามพร้อมกับจุดไฟเผาอัฒจันทร์ ขว้างปาลูกหินและถุงปัสสาวะลงในสนาม
เหตุนั้นทำให้เกมต้องหยุดไปนับชั่วโมงทำให้ทัพนักเตะไทยไม่ยอมลงสนาม และเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้ายิ่งทำให้บรรยากาศในสนามกลับตึงเครียด ขณะเดียวกัน สอดสร้อย สาวสังเวียน ผู้สื่อข่าวจากข่าวสดผู้ล่วงลับซึ่งเป็นเหยี่ยวข่าวที่เข้าทำข่าวในสนาม รายนงานว่า ฝ่ายจัดการแข่งขันยื่นไพ่ตายให้นักเตะไทยลงสนามถ้าไม่ลงไปแข่งให้จบจะไม่รับรองความปลอดภัย
เกมครึ่งหลังผ่านไป 2 นาที ทัพอินโดตีเสมอ 2-2 จนจบเกม 120 นาทีต้องดวลจุดโทษตัดสินผลนักเตะไทยแม่นเป้ากว่ายิงเข้าไปตุงตาข่าย 4 คนขณะที่ทัพเจ้าบ้านยิงข้ามคานไป 2 คน ทำให้ช้างศึกไทยคว้าเหรียญทองไปด้วยสกอร์ 4-2
เมื่อจบเกมกองเชียร์เจ้าถิ่น ซึ่งไม่อยากเห็นทัพไทยฉลองแชมป์ต่อหน้าตนเองจึงสร้างความป่าเถื่อนก่อการจลาจลด้านนอก จุดไฟเผาสิ่งของและทุบกระจกรถ
ด้านนักเตะไทยและทีมงานรวมทั้งเหยี่ยวข่าวซึ่งหนึ่งในนั้น “บี บางปะกง” นักข่าวหัวเห็ดจากสำนักหัวเขียวไทยรัฐ จำนงค์ สงค์เกื้อ, วันกล้า ขวัญแก้ว และอีกหลายๆคนรวมอยู่ด้วยและกว่าจะออกจากสนามได้ก็ต้องรอเพื่อความปลอดภัยกันนานกันพอสมควร
จากปรากฎการณ์ความป่าเถื่อนของกองเชียร์ลูกหนังแห่งแดนการูดาหรืออิเหนาเจ้าเล่ห์ทั้งที่เปอร์ซิบ บันดุง รวมทั้งในศึกซีเกมส์ 1997สะท้อนให้เห็นว่าคอบอล(บางกลุ่ม)ในบ้านเขามุ่งแต่ชัยชนะจนละเลยคำว่า “SPIRIT” ของเกมกีฬาไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตามในฐานะที่บ้านเราได้ชื่อว่า “สยามเมืองยิ้ม”ดินแดนที่ต่างชาติอยากจะมาเยือนก็หวังว่าคงไม่มีรอยด่างที่ก่อให้เกิดในวงการลูกหนังอย่างบ้านเขา
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร