แพทย์ศิริราชเผยผลวิจัยใหม่ในวารสาร Nature Communications พบว่า ผู้สูงอายุที่ฉีดวัคซีนงูสวัดชนิด RZV ครบ 2 เข็ม อาจมีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมลดลงราว 51% โดยเฉพาะในผู้หญิง อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่ายังไม่สามารถสรุปได้ว่าวัคซีนเป็นสาเหตุโดยตรง และควรฉีดตามข้อบ่งชี้หลักเพื่อป้องกันโรคงูสวัดเป็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. รศ.ดร.นพ.ชัยเจริญ ตันตระเถียร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน พยาธิวิทยาคลินิก และ โลหิตวิทยา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาโพสต์ข้อความ เผย งานวิจัยใหม่ (Nature Communications ก.พ. 2026) พบว่า วัคซีนงูสวัดชนิด RZV ในผู้สูงอายุที่ฉีดครบ 2 เข็ม อาจเกี่ยวข้องกับการ ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้ประมาณ 51% โดยผู้หญิงเห็นผลชัดกว่าผู้ชาย แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าวัคซีนเป็นสาเหตุโดยตรง เพราะเป็นการศึกษาย้อนหลังและผู้ที่ฉีดมักดูแลสุขภาพดีอยู่แล้ว ทั้งนี้ นพ.ชัยเจริญ ได้ระบุข้อความว่า
"น่าสนใจครับ งานวิจัยล่าสุดพบ "วัคซีนงูสวัด" ไม่ได้แค่ป้องกันงูสวัด แต่อาจเกี่ยวกับการลดความเสี่ยง "ภาวะสมองเสื่อม" ได้ด้วย! 🧠✨
เป็นข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง Nature Communications (กุมภาพันธ์ 2026) แบบสด ๆ ร้อน ๆ ยังเป็น article in press อยู่เลยครับ
🔬 สรุปสาระสำคัญ
งานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาในกลุ่มผู้สูงอายุที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดชนิดใหม่ (Recombinant Zoster Vaccine: RZV) โดยพบผลลัพธ์ที่น่าทึ่งดังนี้ครับ:
- ผู้ที่ได้รับวัคซีนงูสวัดครบ 2 เข็ม มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ลดลงถึง 51% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ฉีด
- แม้วัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงได้ในทุกเพศและทุกช่วงวัย แต่ผลการศึกษาพบว่าใน "ผู้หญิง" จะได้รับประโยชน์ในการลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมชัดเจนกว่าผู้ชายครับ
ก็เป็นที่น่าสนใจครับที่วัคซีนที่ป้องกันโรคติดเชื้อโดยตรงกลับมีผลกระทบเชิงบวกด้านอื่นอีก ซึ่งคงต้องมีการศึกษากันต่อถึงกลไกในเชิงลึก
🇹🇭 สำหรับคำแนะนำการฉีดวัคซีนโรคงูสวัดในประเทศไทย ชนิด RZV (ซึ่งเป็นชนิดที่ใช้หลัก ๆ ในปัจจุบัน) สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยมีคำแนะนำดังนี้ครับ:
- แนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป (หรืออายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง/ได้ยากดภูมิ)
- ต้องฉีดทั้งหมด 2 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ให้ฉีดห่างจากเข็มแรก 2-6 เดือน (หากเป็นผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ อาจร่นระยะเวลาเหลือ 1-2 เดือนได้)
- ประสิทธิภาพการป้องกันสูงมากครับ สามารถป้องกันโรคงูสวัดได้ถึง 90-97% และช่วยลดโอกาสเกิดอาการปวดตามแนวเส้นประสาทเรื้อรังหลังเป็นงูสวัดได้ดีเยี่ยม แถมภูมิคุ้มกันยังอยู่ได้ยาวนานเกิน 10 ปี
⚠️ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น (และข้อควรระวัง)
ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้บ่อยหลังฉีดคือ มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือมีอาการปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดยา ซึ่งมักจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองใน 2-3 วัน
🗣️ แต่จากประสบการณ์ของผมเองพบว่าผลข้างเคียงบางคนเยอะเคยเจอถึงขั้นที่เป็นฝีบริเวณที่ฉีด ต้องแนะนำให้ดี ผมเคยฉีดให้ท่านหนึ่งอาการเยอะมากจนต้องโทรถามทุกวันเป็นสัปดาห์กว่าจะหายเลยครับ
ดังนั้นหลังฉีดควรประคบเย็น ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีดรุนแรงผิดปกติ หรือเป็นก้อนนานหลายวัน ควรรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการครับ
ส่วนผลข้างเคียงอีกอย่างที่ไม่ค่อยเห็นเขียนกันในตำราแต่ผมแนะนำคนที่มาปรึกษาเสมอคือ แพง ครับ 555 อยากให้ถูกลงอีก คนจะได้เข้าถึงกันได้มากขึ้นครับ
ถ้าใครพิจารณาแล้วเห็นประโยชน์ อายุเข้าเกณฑ์ ลองปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลใกล้บ้านดูนะครับ ป้องกันโรคงูสวัดไว้ก่อนดีกว่าเป็นแล้วปวดทรมาน แถมตอนนี้ยังได้โบนัสเป็นการช่วยดูแลสมองอีกด้วยครับ 555
ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อมูลนะครับ พอดีมีคอมเม้นที่น่าสนใจถามว่า การฉีดวัคซีนนี้ใช้ป้องกันหรือรักษาโรคสมองเสื่อมหรือเปล่า ซึ่งคำถามนี้เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ และคำตอบคือเราไม่สามารถใช้วัคซีนนี้เพื่อประโยชน์ในการรักษาหรือป้องกันโรคสมองเสื่อมได้จากผลการวิจัย เพราะข้อจำกัดจากการวิจัยดังนี้ครับ
- คนฉีดมักดูแลสุขภาพดีอยู่แล้ว เป็นกลุ่มคนที่พร้อมจ่ายเงินฉีดวัคซีน มักจะเป็นคนที่ใส่ใจสุขภาพ ออกกำลังกาย และกินอาหารดีเป็นทุนเดิม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดภาวะสมองเสื่อม ไม่ใช่วัคซีนเพียงอย่างเดียว
- วัคซีนชนิดนี้แบบครบ 2 เข็ม มีราคาหลักหมื่นบาท และยังไม่ครอบคลุมในสิทธิรักษาฟรีของรัฐ ทำให้ประชาชนทั่วไปยังเข้าถึงได้ยาก
- งานวิจัยนี้เป็นการเก็บข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่การทดลองทางการแพทย์แบบควบคุม จึงบอกได้แค่ว่าสองเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าวัคซีนคือตัวการตรง ๆ ที่ช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้
ดังนั้น ข้อมูลจากงานวิจัยนี้เป็นสัญญาณที่ดีครับ แต่เรายังไม่ควรตื่นตระหนกหรือแห่กันไปฉีดวัคซีนงูสวัดเพียงเพราะหวังผลเรื่องการป้องกันสมองเสื่อมเพียงข้อเดียว เราควรพิจารณาฉีดตามข้อบ่งชี้หลักคือ "เพื่อป้องกันความทรมานจากโรคงูสวัด" โดยประเมินความพร้อมของร่างกายและงบประมาณเป็นหลักครับ"