ตำรวจ สน.พระโขนงคุมตัวนายทิว ผู้ต้องหาบุกชิงทองหนัก 198 บาท ในห้างดังย่านสุขุมวิท ไปส่งศาลฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านประกันตัว ฝากขอโทษถึงแม่และน้องสาว ตนเองทำผิดไปแล้ว
วันนี้ (21 ก.พ.) พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก.สน.พระโขนงพนักงานสอบสวน สน. พระโขนง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษควบคุมตัวนายจะลอ กุ่ยแก้ว หรือ ทิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนข่มขู่ ราดน้ำมัน ชิงทองคำน้ำหนักประมาณ 198 บาท พร้อมเงินสด 1.7 แสนบาท ที่ร้านทองออโรร่า ภายในห้างดัง ซอยสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ออกจากห้องคุมขังไปส่งศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อฝากขัง เป็นผัดเเรก
ในระหว่างการถูกควบคุมตัวไปส่งศาล ผู้สื่อข่าวพยายามหลอกสอบถามนายทิวว่า รู้หรือไม่ว่าตอนนี้เพื่อนที่ชื่อนายดิว ที่ให้การว่านำทองไปให้ฝากขายนั้น ได้ถูกจับแล้ว พร้อมกับของกลางทองคำที่ชิงไป นายทิวตอบว่า ไม่รู้ ส่วนจะมีของกลางที่เป็นทองรูปพรรณด้วยหรือไม่ ต้องไปถามนายดิวเอง
ส่วนจะมีโอกาสได้ออกมาใช้เงินหรือไม่นั้น นายทิว ตอบว่า ไม่ทราบเช่นกัน โดยการตอบคำถามของนายทิว ผู้ต้องหา มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มีความสะทกสะท้าน หรือว่ากังวล หรือตกใจ
ในเบื้องต้นจากคำให้การของนายทิว ที่นำทองไปฝากขายให้เพื่อนชาวเมียนมา ซึ่งข้อมูลจากชุดสืบสวน ยังไม่ยืนยันว่า นายดิว ที่ผู้ต้องหา อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทหรือ ชายชุดดำ มีตัวตนจริงหรือไม่ ตำรวจยังอยู่ระหว่างการขยายผล ว่าคำให้การของผู้ต้องหาเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่
หลังจากนายทิวขึ้นไปนั่งบนรถผู้ต้องขัง นายทิวฝากขอโทษถึงแม่ และ น้องสาว ว่าตนเองทำผิดไปแล้ว พร้อมที่จะรับโทษทางกฎหมาย
สำหรับผู้ต้องหา ถูกดำเนินคดี ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใดๆ โดยมีอาวุธ ใช้ในยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือ การพาทรัพย์นั้นไป
พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอาญา ที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี ประกอบกับผู้ต้องหากระทำความผิด เคยก่อเหตุลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน มาแล้ว 7 ครั้ง เเละ เพิ่งจะพ้นโทษ ออกมาจากคุกมาเมื่อเดือน ตุลาคม 2568 ก่อนมาก่อเหตุซ้ำอีก