xs
xsm
sm
md
lg

จีนกำลังเคลื่อนไหวตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อความเชื่อมั่นในตราสารหนี้สหรัฐฯชักสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อยๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ปักกิ่งกำลังบอกให้แบงก์ใหญ่ๆ ของแดนมังกร  ยุติการเพิ่มถือครองตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ อย่างเช่นพวกพันธบัตรกระทรวงการคลัง โดยในกรณีที่มีการเข้าไปผูกพันเกี่ยวข้องกันจนเกินเลยไปแล้ว ก็ให้รีบลดภาระลง  ทั้งนี้ ตามตัวเลขข้อมูลของทางการ ณ เดือนกันยายน 2025  พวกธนาคารจีนถือครองตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์รวมแล้วเป็นมูลค่าราวๆ 298,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯทีเดียว
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/02/china-moving-early-as-confidence-in-us-debt-frays/)

China moving early as confidence in US debt frays
by Nigel Green
10/02/2026

การที่จีนชี้แนะให้พวกธนาคารรายใหญ่ของแดนมังกรยุติการซื้อพันธบัตรคลังสหรัฐฯ แม้จะกระทำกันอย่างเงียบๆ ไม่เอะอะเกรียวกราว แต่ก็จะเป็นสิ่งที่ถูกสังเกตเห็นและจับตามองอย่างพินิจพิเคราะห์จากทั่วทั้งเอเชียในวงกว้างออกไปอยู่ดี

จีนกำลังกำชับพวกแบงก์ขนาดใหญ่ที่สุดของตน ให้ลดการถือครองพันธบัตรคลังสหรัฐฯ ถือเป็นการแทรกแซงอย่างคำนวณน้ำหนักให้พอเหมาะพอเจาะ เข้าไปในเครือข่ายสายท่อทางการเงินระดับโลก ความเคลื่อนไหวเช่นนี้เปิดเผยให้เห็นถึงความรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับอะไรบางอย่างบางประการ ซึ่งเอเชียเวลานี้กำลังมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยง

ทั้งนี้ พวกหน่วยงานกำกับตรวจสอบของจีนกำลังแนะนำธนาคารใหญ่ทั้งหลายให้ยุติการเพิ่มถือครองตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ จากที่ในปัจจุบันก็ครอบครองเอาไว้แล้วเป็นจำนวนมหาศาล ตลอดจนสำหรับจุดซึ่งมันดูจะเกินเลยไปแล้วก็ให้ลดความกี่ยวข้องผูกพันลงมา

การชี้แนะดังกล่าวนี้ใช้วิธีบอกกล่าวกันทางวาจา โดยไม่มีการระบุเป้าหมายหรือเส้นตายใดๆ และยังยกเว้นไม่ครอบคลุมถึงทุนสำรองอย่างเป็นทางการของภาครัฐของจีน รายละเอียดเช่นนี้ต้องถือว่ามีความสำคัญ

ปักกิ่งไม่ได้กำลังรื้อทิ้งทำลายโครงสร้างทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของตน แต่กำลังบอกพวกธนาคารพาณิชย์ว่า การสะสมตราสารหนี้สหรัฐฯเอาไว้ในมืออย่างมืดบอด เวลานี้กลับกลายเป็นภาระทางการเงินเสียแล้ว

ณ เดือนกันยายน 2025 พวกธนาคารจีนถือครองตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์รวมแล้วเป็นมูลค่าราวๆ 298,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ตามตัวเลขข้อมูลของทางการ ในจำนวนนี้เป็นการถือครองพวกพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯปริมาณเท่าใดนั้นไม่มีความชัดเจน แต่สำหรับเรื่องทิศทางการไหลของเงินทุน เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีความคลุมเครือแต่อย่างใด

สิ่งที่ทางหน่วยงานกำกับตรวจสอบของทางการจีนกำลังมีความวิตกนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับความผันผวน ไม่ใช่กลัวเกรงว่าจะถึงขั้นเกิดการหยุดพักชำระหนี้ พวกเขากำลังมีความกังวลเกี่ยวกับการรวมศูนย์ถือครองสินทรัพย์บางประเภทเอาไว้มากเกินไป ไม่ใช่ถึงขั้นเกิดความคลางแคลงใจเรื่องเครดิตความน่าเชื่อถือ นี่ก็คือพวกความกังวลซึ่งจะเกิดขึ้นมาเมื่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของศูนย์กลางของระบบ เริ่มต้นที่จะหวั่นไหวสั่นคลอนขึ้นมาแล้ว

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เอเชียปฏิบัติต่อพันธบัตรคลังสหรัฐฯเหมือนกับว่ามันเป็นรากฐานทางการเงินอย่างหนึ่ง แบงก์ต่างๆ ถือครองตราสารเหล่านี้เนื่องจากพวกมันทั้งมีสภาพคล่องสูง, มั่นคงหนักแน่น, และแลดูเหมือนปลอดจากอิทธิพลทางการเมือง

เมื่อเกิดสถานการณ์ที่เครียดเค้นวุ่นวายขึ้นมา พันธบัตรคลังสหรัฐฯได้รับความคาดหวังว่าจะเป็นตัวทำให้ผู้ถือครองมีความเสี่ยงน้อยลง ไม่ใช่ขยายความเสี่ยงให้เพิ่มสูงขึ้น สมมุติฐานเช่นนี้ทำให้มันถูกใช้เป็นตัวทำให้งบดุลบัญชีมีความมั่นคงเชื่อถือได้ไม่ว่าจะเป็นที่โตเกียวหรือสิงคโปร์

สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปไม่ใช่เครื่องมือตัวนี้ แต่อยู่ที่ผู้ออกเครื่องมือตัวนี้ต่างหาก ภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ สภาพทางการคลังของสหรัฐฯกลายมาอยู่ในภาวะที่มีแต่ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ, มีน้ำเสียงในทางการเมืองอย่างเปิดเผยยิ่งขึ้นเรื่อยๆ, ขณะที่มีความยึดมั่นอยู่กับวินัยลดน้อยลงทุกที การขาดดุลในด้านต่างๆ ไม่ได้ถูกกำหนดกรอบเอาไว้ให้เป็นสิ่งจำเป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวอีกต่อไปแล้ว

เงินดอลลาร์ไม่ได้ถูกถือว่าเป็นสินทรัพย์สำรองที่มีความเป็นกลางและเป็นตัวค้ำประกันเสถียรภาพของทั่วโลกอีกต่อไป มันกลับกำลังถูกนำมาพิจารณาใช้เป็นคานงัดสำหรับผลักดันเรื่องภายในสหรัฐฯที่ถือว่ามีความสำคัญลำดับต้นๆ ให้ก้าวคืบหน้าไปได้ ซึ่งก็รวมไปถึงเรื่องภาษีศุลกากร และการสร้างแรงบีบคั้นทางการค้า

เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯส่งสัญญาณออกมาว่ามีความสบายอกสบายใจกับการที่ค่าเงินตราของประเทศกำลังอ่อนตัวลง ชาวต่างชาติที่ถือครองเงินดอลลาร์อยู่ย่อมต้องสนใจจับตามอง เมื่อมาตรการขยายตัวทางการคลังถูกนำมาใช้อย่างเต็มอกเต็มใจเคียงข้างการสร้างแรงกดดันใส่พวกสถาบันต่างๆ เพื่อให้เปิดทางสะดวกแก่การดำเนินนโยบายของรัฐบาล การถือครองเงินดอลลาร์เป็นระยะเวลายาวๆ ก็เริ่มต้นที่จะถูกพิจารณาวินิจฉัยด้วยสายตาที่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม

ตลาดอาจจะยังคงเงียบสงบ แต่ความสงบไม่ใช่ว่าเท่ากับความแน่นอน พวกหน่วยงานกำกับตรวจสอบของจีนเข้าอกเข้าใจความแตกต่างในเรื่องนี้ พวกเขารู้สึกกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ทำท่าว่ากำลังจะเกิดขึ้นมา เมื่อความแปรปรวนผันผวนหวนกลับคืนสู่ตลาดซึ่งให้แต่ความคุ้นเคยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในเรื่องภาวะเสถียรภาพ

ความแปรปรวนผันผวนของพันธบัตรสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นถึงขั้นที่ผลตอบแทนของมันในระยะหลังๆ นี้ได้หล่นลงมาสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายๆ ปี เอเชียนั้นได้เคยชมภาพยนตร์ที่มีท้องเรื่องทำนองนี้มาก่อน ระยะเวลาของความผันผวนลงต่ำอย่างผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นมาเป็นช่วงๆ มักเป็นตัวนำหน้าการเกิดการปรับราคากันใหม่อย่างรุนแรง ตรงนี้เองที่สงครามด้านเงินทุนบังเกิดขึ้นมาอย่างแท้จริง

ไม่มีใครกำลังประกาศความเป็นอิสระทางการเงินออกมาอย่างเปิดเผย ตรงกันข้าม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการสะสมสินทรัพย์ที่ทำท่ามีปัญหาชะลอตัวลง พวกผู้ซื้อที่ใช้เงินกู้พากันถอยห่าง ความเข้มข้นรวมศูนย์ของพอร์ตโฟลิโอได้รับการตกแต่งตัดขอบตัดปลายให้ดูทะมัดทะแมงคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม เมื่อเวลาผ่านไป การตัดสินใจที่ดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก็ส่งผลให้อุปสงค์ความต้องการ เปลี่ยนรูปโฉมไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งเสียกว่าการประกาศถอยออกไปอย่างฉับพลันน่าตื่นตาตื่นใจ จะสามารถสร้างขึ้นได้มากมายนัก

บทบาทของจีนตรงนี้ก่อให้เกิดผลสะเทือนที่เด็ดขาดหนักแน่น สืบเนื่องจากขนาดและสัญญาณที่ส่งออกมา ปักกิ่งนั้นยังคงมีฐานะเป็นผู้จัดสรรเงินทุนรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย เมื่อพวกหน่วยงานกำกับตรวจสอบของจีนทำการทบทวนประเมินความเสี่ยงกันใหม่ ทั่วทั้งภูมิภาคจึงต้องให้ความสนใจ

พวกธนาคารญี่ปุ่น, กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ตลอดจนพวกกิจการประกันภัยในภูมิภาค อาจจะไม่ได้เลียนแบบทำตามความเคลื่อนไหวของจีน แต่พวกเขาก็รวมเอาสัญญาณนี้จากแดนมังกรเข้าไปในการทดสอบและการตั้งสมมุติฐานของพวกเขาเอง เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงน่าเชื่อถือ สงครามของเงินทุนนั้นแผ่ขยายออกไปโดยผ่านการลอกเลียนหลักตรรกะ ไม่ใช่ด้วยการร่วมมือประสานงานกัน

พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯพยายามตอบโต้โดยชี้ไปที่ตัวเลขข้อมูล การถือครองพันธบัตรคลังของต่างชาติยังคงสามารถไต่สูงขึ้นทำสถิติใหม่ที่ระดับ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา การจัดประมูลขายตราสารหนี้เหล่านี้ก็ยังคงได้รับความสนใจและได้ราคาที่ดี รอบปี 2025 ถือเป็นปีที่พันธบัตรคลังมีผลงานอย่างแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความจริง ทว่ามันเป็นการมองย้อนกลับไปข้างหลัง ไปยังสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว

สงครามเงินทุนเป็นสิ่งที่สู้รบกันในเรื่องความคาดหมาย ถ้าพวกสถาบันต่างประเทศเริ่มต้นปฏิบัติต่อหนี้สินสหรัฐฯในฐานะที่เป็นแหล่งของความผันผวนแปรปรวนเสียเอง แทนที่จะเป็นเครื่องมือสำหรับรับประกันความเสี่ยงในกรณีเกิดความผันผวนแปรปรวนขึ้นมา กรอบโครงความเสี่ยงทั้งหมดก็ต้องเปลี่ยนแปลงกันใหม่อย่างสิ้นเชิง

พันธบัตรคลังยุติฐานะความเป็นตัวป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหยุดพักชำระหนี้อย่างสัตย์ซื่อ พวกมันกลายเป็นเพียงการถือครองที่จะต้องคอยบริหารจัดการให้ดีอีกตัวหนึ่ง

การที่เอเชียมีความอ่อนไหวต่อการปรับเปลี่ยนเช่นนี้ เป็นสิ่งซึ่งมีผลสั่นสะเทือนอย่างล้ำลึกกว้างขวางยิ่งกว่าในโลกตะวันตก ภูมิภาคนี้ยังคงจดจำดีว่าเกิดอะไรขึ้นมาเมื่อพวกหลักยึดภายนอกทั้งหลายกลับล้มเหลวไม่อาจทำหน้าที่อย่างที่พวกมันควรต้องกระทำ เอเชียยังคงจดจำได้ดีถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายต่างๆ อย่างฉับพลันทันที, การที่ค่าเงินตราผันผวนทำให้อัตราแลกเปลี่ยนพลิกเปลี่ยนไปจากสิ่งที่เคยคาดคำนวณเอาไว้, รวมทั้งต้นทุนอันเกิดจากการตั้งสมมุติฐานผิดๆ ว่าเสถียรภาพจะยังดำรงคงอยู่ต่อไป

เงินทุนของเอเชียได้เรียนรู้แล้วในเรื่องที่จะต้องเคลื่อนไหวตั้งแต่เนิ่นๆ และกระทำอย่างเงียบๆ มันเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้โดยสัญชาตญาณ จากการนำทางไปก่อนเช่นนี้ของปักกิ่ง

จีนกำลังบอกให้พวกธนาคารของตนกระจายความเสี่ยง, ลดการพึ่งพาพันธบัตรคลังสหรัฐฯ, และเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับอเมริกาที่จะอยู่ในภาวะผันผวนแปรปรวนมากขึ้น ขณะที่เอเชียในขอบเขตกว้างขวางออกไป ก็สามารถคาดหมายได้ว่าจะจับตาและรับฟังสัญญาณนี้ด้วยความสนใจกระตือรือร้น