xs
xsm
sm
md
lg

บวรศักดิ์ ออกตัวแรง แบไต๋เนติบริกรสีน้ำเงิน ทวนกระแสโกงเลือกตั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บวรศักดิ์ ออกตัวแรง
แบไต๋เนติบริกรสีน้ำเงิน
ทวนกระแสโกงเลือกตั้ง


นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย รัฐบาลภูมิใจไทย โดยสถานะที่เป็นอยู่ คงจะบอกว่า เป็นกลางทางการเมืองไม่ได้ ดังนั้น การรับฟังความเห็นใดๆจากบุคคลที่มีตำแหน่งแห่งหนในรัฐบาล ประชาชนอย่างเราๆท่านๆต้องฟังหูไว้หู
แม้นายบวรศักดิ์ จะมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับอ๋อง แต่ก็ยังอ่อนชั้นในศาสตร์ด้านสังคมหรือมวลชน การออกมาสวนกระแสน้ำเชี่ยวด้วยหลักกาลามสูตร เพื่อหักล้างความเชื่อของผู้คนสังคมส่วนใหญ่เรื่องเลือกตั้งส่อโมฆะ เพราะปมคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้การลงคะแนนไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ2560 มาตรา 85 ที่ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
รวมถึงพยายามหยิบยกเหตุผล อ้างบัตรเลือกตั้งคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ออสเตรเลีย อังกฤษ อเมริกา ประเทศต้นแบบประชาธิปไตยก็ยังใช้กัน รวมถึงสิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ บราซิล ฯลฯ แต่ตอนหลังมีการถกเถียงกันมาก หลายประเทศก็เลยยกเลิกไป
นายบวรศักดิ์ พูดออกมาเองว่า หลายประเทศยกเลิกคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดไปแล้ว เพราะมีข้อถกเถียงกัน นั่นก็แสดงว่า คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้การเลือกตั้งหลายประเทศมีปัญหา เขาถึงยกเลิก แต่กกต.ไทยเป็นบ้าอะไรถึงได้เอาสิ่งที่หลายประเทศยกเลิกมาใช้ในวันที่ 8 กุมภาฯ 69 ซึ่งก็เห็นอยู่ว่า มีปัญหาต้องยกเลิกไปตามที่นายบวรศักดิ์พูดเอาไว้
ทำไมนายบวรศักดิ์ไม่ให้น้ำหนักกับข้อมูลนี้ที่ตัวเองเป็นคนนำมาพูดถึงเลย
นอกจากนี้ ยังมีการให้น้ำหนักเหตุผลไปที่การใช้คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เพราะกกต.ต้องการป้องกันการโกงด้วยการเอาบัตรเลือกตั้งปลอมมาใส่หีบ แต่ไม่ให้น้ำหนักเหตุผลการคุ้มครองความอิสระและเสรีภาพผู้เลือกตั้งไม่ให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล อำนาจมืด อำนาจเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
อดีตกกต.หลายท่านให้ข้อมูลหลายครั้งว่า มีวิธีการใส่รหัสลับหรือวิธีการอื่นๆลงในบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกันบัตรปลอมเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ให้เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ และทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
แต่นายบวรศักดิ์ กลับไม่ได้ให้น้ำหนักข้อมูลเหล่านี้เลย
การชี้แจงแสดงเหตุผลบนเวทีสาธารณะในระบอบประชาธิปไตย ทุกฝ่ายสามารถหยิบยกข้อมูลมาสนับสนุนหรือหักล้างกันได้เต็มที่ ซึ่งนายบวรศักดิ์ ก็กำลังทำแบบนั้นอยู่เช่นกัน
แต่น่าเสียดาย ฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างเดียวกับนายบวรศักดิ์ในประเทศนี้ ก็มีแค่กกต.เท่านั้น ขณะที่คนส่วนใหญ่เกือบทั้งประเทศ ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งอย่างหนักแน่นมั่นคง
หากถามว่า ทำไมคนส่วนใหญ่จึงเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ควรเป็นโมฆะ
คำตอบ ไม่ใช่แค่เรื่องปัญหาคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดเท่านั้น แต่เหตุแวดล้อมของความผิดปกติทั้งหมดในการจัดเลือกตั้งต่างหาก ที่สร้างความเชื่อนี้ขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งและรวดเร็วระบาดออกไปเป็นวงกว้างไปทั่วประเทศ
มุมมองของนายบวรศักดิ์ที่เป็นนักกฎหมายใหญ่รัฐบาล แม้พยายามหาเหตุผลให้ดูดีมีน้ำหนักแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ “ไม้ซีกงัดไม้ซุง” ไม่มีผลใดๆต่อกระแสมวลมหาประชาชน
นักกฎหมายที่มอบตัวเป็นเนติบริกร จำเป็นต้องหาช่องทางกฎหมายมาช่วยแก้ปัญหาให้พวกตนเองไม่ว่าจะถูก หรือผิด แต่หลายครั้งก็หนีไม่พ้นผิด จนเครดิตนักกฎหมายถูกทำลายหมดสิ้นไป