นครพนม – กลายเป็นประเด็นฉาวสนั่นเมืองนครพนม เมื่อครูสาวรายหนึ่งพร้อมสามี ก่อเหตุสุดแสบ เช่ารถหรูจากเต็นท์รถในอำเภอศรีสงคราม ก่อนเชิดรถเงียบ ปลอมแปลงเอกสารสวมชื่อตัวเองเป็นเจ้าของ แล้วนำไปตระเวนจำนำแลกเงินสด พบเหยื่อโผล่แฉเพิ่ม ถูกหลอกโอนเงิน อ้างค่ารักษาพยาบาล สุดท้ายโป๊ะแตกเพราะGPSและพลังโซเชียล
เหตุการณ์ฉาวโฉ่นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 68 ครูณัชชา ข้าราชการครูในพื้นที่ อ.โพนสวรรค์ พร้อมด้วย นายอัครพงษ์ (สามี) ได้มาติดต่อเช่ารถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 6999 นครพนม จาก หจก.ศรีสงครามรถเช่า โดยอาศัยโปรไฟล์ที่เป็นลูกค้าประจำมาแล้ว 4-5 ครั้ง ทำให้เจ้าของไว้วางใจยอมให้ค้างค่าเช่าและต่อสัญญาทางโทรศัพท์
ปรากฏต่อมาวันที่ 21 ก.พ. 69 นายอมรเดช ก้อนสินธ์ เจ้าของเต็นท์รถ พบสัญญาณ GPS เคลื่อนไหวผิดปกติบริเวณถนนเลี่ยงเมืองนครพนม จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบจนพบรถจอดทิ้งอยู่ริมทาง ในลักษณะน่าสงสัยคล้ายถูกนำไปทำธุรกรรมมืด จึงประสานตำรวจและรถสไลด์ยกกลับทันที
ล่าสุดวันที่ 22 ก.พ. 69 นายอมรเดช ได้หอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกง หรือยักยอกทรัพย์" โดยเชื่อมั่นว่าครูสาวรายนี้มีพฤติกรรม ปลอมแปลงเอกสารสิทธิตัวรถ เปลี่ยนชื่อเจ้าของเป็นชื่อตัวเอง เพื่อนำไปแอบอ้างจำนำกับนายทุนนอกระบบ พร้อมตั้งคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงว่าเหตุใดจึงนำรถไปจอดทิ้งไว้เช่นนั้น
ในวันเดียวกัน นายอานพ หรือ "แม็ก" เหยื่ออีกรายได้เดินทางเข้าแจ้งความเช่นกัน หลังถูกครูณัชชาใช้มารยาหลอกว่าเดือดร้อนหนัก อ้างเกิดอุบัติเหตุต้องใช้เงินรักษาพยาบาลด่วน จนตนหลงเชื่อโอนเงินให้รวม 70,000 บาท โดยครูสาวได้นำรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว มาจำนำไว้เป็นหลักประกัน
อย่างไรก็ตามเมื่อนายแม็กนำเอกสารที่ครูสาวให้ไว้ไปตรวจสอบกับตำรวจ สภ.ศรีสงคราม พบว่าเป็น เอกสารปลอมทั้งชุด ทั้งหน้าเล่มและชื่อผู้ครอบครองไม่ตรงกับฐานข้อมูลจริง นายแม็กยืนยันตนบริสุทธิ์ใจ ไม่ขอรับของโจร และพร้อมคืนรถให้เจ้าของที่แท้จริงโดยไม่เรียกรับเงินคืนจากเจ้าของรถ แต่อยากให้ครูหญิงรายนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเงินที่หลอกเอาไป
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมออกหมายเรียก "ครูณัชชาและสามี" มาชี้แจงข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารราชการจริง จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาด รวมถึงบทลงโทษทางวินัยข้าราชการที่อาจถึงขั้น ไล่ออก