MGR ออนไลน์ - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาได้แสดงความคิดเห็นว่าภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดยังคงมีอยู่มากในกัมพูชา พร้อมกับเสริมว่าความเสี่ยงดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นจากการละเมิดอธิปไตยกัมพูชาของกองทัพไทย เช่น การใช้ระเบิดคลัสเตอร์และกระสุนปืนใหญ่
ผู้นำกัมพูชาได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวก่อนวันตระหนักรู้เกี่ยวกับทุ่นระเบิด ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ. โดยฮุน มาเนต ระบุว่าตั้งแต่ปี 2535 ถึงปี 2568 กัมพูชาได้กำจัดทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดไปแล้ว 3,541 ตารางกิโลเมตร เพื่อนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนและถนน เขาระบุว่าตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ผ่านมา กัมพูชาได้ค้นพบและทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคลไปมากกว่า 1 ล้านลูก ทุ่นระเบิดต่อต้านรถถังกว่า 2 หมื่นลูก และวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดอื่นๆ อีกกว่า 3 ล้านลูก
ฮุน มาเนต ระบุว่า จากผลงานดังกล่าวทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงจาก 4,320 คนในปี 2539 เหลือเพียง 39 คนในปี 2568 และเขาระบุว่ายังคงมีพื้นที่อีกหลายตารางกิโลเมตรที่ยังไม่ได้เก็บกวาด และอีกหลายพื้นที่ที่สงสัยว่ามีทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดปนเปื้อนอยู่
“น่าเสียดายที่ในปี 2568 กัมพูชาได้รับความเสียหายอย่างหนักจากความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทย เนื่องจากทหารไทยละเมิดอธิปไตยกัมพูชาและใช้ระเบิดคลัสเตอร์ กระสุนปืนใหญ่ ระเบิดที่ถูกทิ้งลงมา และอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ ทำลายบ้านเรือน ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ เช่น ศูนย์สุขภาพ โรงเรียน วัด ปราสาทโบราณ และบังคับให้หลายหมื่นครอบครัวต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย” ฮุน มาเนต ระบุ
“วัตถุระเบิดบางส่วนยังไม่ระเบิดและกระจัดกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ซึ่งอาจระเบิดได้ ในอดีตที่ผ่านมา มีกรณีที่พลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากระเบิดคลัสเตอร์ที่เหลืออยู่” ฮุน มาเนต กล่าว
ผู้นำกัมพูชากล่าวโทษว่าวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดซึ่งเหลืออยู่จากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ได้สร้างภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับอ้างว่ารัฐบาลกัมพูชาจำเป็นต้องเร่งความพยายามเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปลอดจากผลกระทบจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่หลงเหลือจากสงคราม
ฮุน มาเนต ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดำเนินการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอันตรายจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนเฝ้าระวังและรายงานวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดทุกชนิด
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ประเทศผู้บริจาค หุ้นส่วนด้านการพัฒนา ภาคเอกชน และผู้ใจบุญ ร่วมมือกับหน่วยงานด้านทุ่นระเบิดและสนับสนุนกิจกรรมการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างอนาคตที่รุ่งเรืองให้กับประชาชน.