ศูนย์ ACSC-CIB ทลายแก๊งขายซิมเน็ตข้ามชาติ ลวงโรงเรียนภาคเหนือจัดอบรมรู้ทันภัยสแกมเมอร์ แจกซิมเน็ตฟรี หลอกเด็กนักเรียนกว่า 200 คน สแกนหน้าลงทะเบียน ก่อนนำไปขายให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ท่าขี้เหล็ก ใช้โทร.หลอกเงินชาวบ้าน
วันนี้ (24 ก.พ.) เมื่อเวลา 07.00 น. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เจษฏา แก้วจาเครือ รองผกก.4 บก ป. พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ชุดปฏิบัติการ บก.รน. และเจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC นำกำลังกว่า 40 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ใน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย สามารถจับกุมขบวนการขายซิมการ์ดโทรศัพท์ให้แก๊งสแกมเมอร์ ประกอบด้วย น.ส.จิราภรณ์ อายุ 36 ปี, น.ส.เบญจมาศ อายุ 29 ปี และ นายปรัชญา อายุ 36 ปี พนักงานขายของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ฐาน “ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อหรือขายหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้ในนามของบุคคลอื่น, ร่วมกันใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่นเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และร่วมกันเก็บรวบรวมครอบครองหรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อนำไปใช้ให้บุคคลอื่นในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยการขายหรือแสวงหาประโยชน์โดยชอบ” พร้อมของกลางซิมการ์ดโทรศัพท์หลายร้อยเลขหมาย
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2568 ศูนย์ต่อด้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ ACSC ได้รับแจ้งการหลอกลวงฉ้อโกงออนไลน์ จำนวน 8 เคส พบว่า หมายเลขโทรศัพท์คนร้าย จำนวน 7 หมายเลข มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน คือ หมายเลขโทรศัพท์ของคนร้าย ถูกลงทะเบียนโดยเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ทำตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยลักษณะหลอกลวงปลอมเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หลอกให้โอนเงินค่าเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า พล.ต.ท.จิรภพ และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ จึงสั่งการให้ตำรวจและชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการลงพื้นที่สืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568 ในเวลา 09.00-12.00 น. ที่ โรงเรียนบ้านสุขฤทัย ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และวันที่ 24 พ.ย. 2568 ในเวลา 09.00-12.00 น. ต่อเนื่องกันที่ โรงเรียนบ้านห้วยศาลา ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ทั้งสองโรงเรียนอยู่ใน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มคนประมาณ 4 คน อ้างว่า มาจากบริษัทเครือข่ายให้บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตรายใหญ่แห่งหนึ่ง สาขา จ.เชียงราย มาติดต่อกับทางโรงเรียนว่าจะแจกซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนภายในโรงเรียน เพื่อสนับสนุนการศึกษา จึงได้มีนักเรียนสนใจและสมัครใช้งาน กลุ่มคนดังกล่าวจึงได้นำบัตรประชาชนของนักเรียนไปสแกนพร้อมเบอร์ และสแกนใบหน้าของนักเรียน คนละหลายครั้งเพื่อเปิดการใช้งาน
จึงเชื่อว่า บุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ 4 คน น่าจะนำข้อมูลซิมการ์ดโทรศัพท์ไปขายให้กับแก๊งสแกมเมอร์ไปกระทำความผิดข้างต้น โดยมีการสแกนใบหน้าเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 8-10 กว่าปี เพิ่มเติมรายละหลายซิมต่อคน และให้ซิมการ์ดกับเด็กกลับบ้านไปใช้งานเพียงคนละ 1 ซิมเท่านั้น
ชุดสืบสวนจึงแจ้งให้ผู้อำนวยการทั้งสองโรงเรียนทราบ และให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.แม่อาย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2568 ว่า เด็กนักเรียนทั้งสองโรงเรียนถูกมิจฉาชีพมาหลอก ทำให้เด็กนักเรียนที่ยังเป็นเด็กและเยาวชนได้รับความเสียหาย จากนั้นชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามรายไว้ได้ในที่สุด
นายนิรันดร์ อวรรณา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยศาลา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มคนอ้างว่ามาจากบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง นำเอกสารมาประสานว่าจะมีการทำกิจกรรม มาให้ความรู้เกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ และแจกซิมการ์ดสำหรับใช้อินเทอร์เน็ตให้กับเด็กนักเรียนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ทางโรงเรียนเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่เด็กนักเรียนและครอบครัว จึงอนุญาตให้มาทำกิจกรรมได้ จนกระทั่งวันเกิดเหตุ มีชาย 2 คน หญิง 2 คน ใส่เสื้อสีส้มของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มาที่โรงเรียน ตามที่นัดหมายไว้ ทางโรงเรียนได้นำเด็กนักเรียนที่มีบัตรประจำตัวประชาชนราว 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมอบรม โดยทั้ง 4 คนได้ เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์
นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า จากนั้นบุคคลทั้ง 4 ได้ เริ่มแจกซิมการ์ดอินเทอร์เน็ต ให้กับเด็กนักเรียน โดยมีการสแกนบัตรประจำตัวประชาชนและสแกนใบหน้าของเด็กนักเรียน เพื่อเปิดใช้ซิมการ์ดโทรศัพท์ ซึ่งการสแกนหน้าก็เหมือนเป็นพิรุธ เนื่องจากเด็กคนหนึ่งต้องสแกนหน้าหลายครั้ง โดยทางกลุ่มคนดังกล่าวอ้างว่า สแกนไม่ติด จึงต้องทำหลายครั้ง โดยไม่คิดว่าจะสแกนหน้าเปิดซิมไปหลายใบต่อเด็กหนึ่งคน หลังจากนั้น กลุ่มคนดังกล่าวก็ได้แจกซิมให้เด็กคนละหนึ่งซิม เอากลับไปใช้ที่บ้าน ซึ่งบางคนก็ไม่สามารถใช้งานได้ จนกระทั่งมารู้ภายหลังว่ามีซิมการ์ดของเด็กบางคนที่ลงทะเบียนโดยเด็กนักเรียนถูกนำไปใช้กระทำความผิดจากตำรวจกองปราบ ที่มาประสานงานที่โรงเรียน
“ผู้ต้องหามีพฤติกรรมแย่มาก ใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการไปแสวงหาผลประโยชน์หลอกลวงชาวบ้านโดยผิดกฎหมาย เด็กบริสุทธิ์กลายเป็นแก๊งสแกมเมอร์โดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้ผู้ปกครองและครูเป็นกังวลอย่างมาก เพราะกลัวเด็กจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย” นายนิรันดร์ กล่าว
นายนิรันดร์ กล่าวอีกว่า อยากเตือนโรงเรียนต่างๆ ว่า อย่าพลาดท่าให้กับแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ ตอนนี้ได้แจ้งเขตการศึกษาไปแล้ว เพราะเชื่อว่าหลายโรงเรียนอาจเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อ เมื่อมีโครงการต่างๆ เข้ามาควรตรวจสอบให้ดีก่อนอนุญาตให้คนพวกนี้เข้าไปทำกิจกรรมในโรงเรียนได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากแนวทางสืบสวนของตำรวจในขณะนี้ พบว่า มีเด็กนักเรียนตกเป็นเหยื่อทั้งสองโรงเรียนรวมกันมากกว่า 200 คน และอาจจะมีโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งชุดสืบสวนเชื่อว่าซิมการ์ดที่เปิดใช้บริการโดยเด็กนักเรียนเหล่านี้ถูกขายให้กับแก๊งสแกมเมอร์ที่ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจกำลังประสานกับบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ดังกล่าวให้ระงับใช้หมายเลขที่เปิดใช้บริการจากเด็กนักเรียนโดยเร่งด่วนแล้ว
สอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ อ้างว่า ไม่ได้มีพฤติกรรมในการกระทำความผิดดังกล่าว จึงนำตัวทั้งหมดส่ง สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดี พร้อมเร่งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนที่เกี่ยวข้องต่อไป