เชียงใหม่ - พ่อแม่ "น้องผึ้ง" เหยื่อกิ่งต้นยางนายักษ์ตกใส่หัวจนเสียชีวิตบนถนนสายต้นยางสารภี วอนให้กลุ่มอนุรักษ์ต้นยางนาออกมาแสดงความรับผิดชอบ ชี้การอนุรักษ์สวนทางกับความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ ส่วนร่างลูกสาวยังอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทยตามความประสงค์ของน้องที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนการเยียวยาตอนนี้ทาง อบจ.เชียงใหม่ติดต่อมาช่วยเหลือครอบครัวแล้ว
จากกรณีเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ก.พ. 69 ร.ต.อ.ธนัง วรรณศิริ พนักงานสอบสวน สภ.สารภี รับแจ้งเหตุกิ่งต้นยางนายักษ์หักร่วงลงมาทับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บนถนนเชียงใหม่-ลำพูน หมู่ 4 บริเวณหน้าสำนักงานที่ดินสารภี ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ที่เกิดเหตุพบหญิงสาวนอนหมดสติอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลราชเวชอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.สุกานต์ดา อายุ 26 ปี ชาว ต.หนองผึ้ง อ.สารภี แม้แพทย์จะพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่อาการสาหัสเกินเยียวยา และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
วันนี้ (24 ก.พ. 69) รายงานข่าวแจ้งว่า ที่วัดกองทราย อ.สารภี จ.เชียงใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติเตรียมนำร่างผู้เสียชีวิตมาตั้งบำเพ็ญกุศล เนื่องจากยังอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในขั้นตอนของการบริจาคอวัยวะ ตามความประสงค์ของ น.ส.สุกานต์ดา หรือน้องผึ้ง ผู้ตายที่ได้ทำเรื่องบริจาคอวัยวะกับสภากาชาดไทยก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อส่งต่อชีวิตและความหวังให้ผู้ป่วยรายอื่น ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัวและชาวบ้าน ขณะที่นายพรรคนาวิน และนางศรีออน ศรีบุญเรือง พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต เปิดใจด้วยความเสียใจ พร้อมเรียกร้องให้ “กลุ่มอนุรักษ์ต้นยางนา” ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
คุณพ่อระบุว่า แม้จะเข้าใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ต้นยางนา แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องโค่นต้นไม้ออกทั้งหมด แต่อยากให้มีมาตรการตัดแต่งกิ่ง หรือลิดรอนกิ่งไม้ที่เสี่ยงอันตรายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอย เพราะที่ผ่านมาการอนุรักษ์มักจะสวนทางกับเรื่องของความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ทั้งสองฝั่งถนนที่ใกล้กับต้นยางที่มีทั้งบ้านเรือน ห้างร้าน สถานที่ราชการ วัดวาอารามตั้งอยู่ รวมทั้งประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนสัญจรในถนนสายนี้ ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุจากกิ่งยางหักโค่นตกลงมาใส่รถ คน บ้านเรือนประชาชน บางครั้งถึงกับหักโค่นล้มทับบ้านเรือนมาทั้งต้นในช่วงของพายุลมแรง
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และกลายเป็นอีกเสียงสะท้อนถึงความสมดุลระหว่าง “การอนุรักษ์” และ “ความปลอดภัยสาธารณะ” จนถึงขณะนี้แล้วยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางกลุ่มอนุรักษ์ต้นยางนามาเลย
สำหรับการเสียชีวิตครั้งนี้ของน้อง เบื้องต้นมีเพียงเงินจากกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้าน ตอนนี้ยังต้องรอความชัดเจนว่าจะได้รับสิทธิเยียวยาจากหน่วยงานใดได้บ้าง ล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ที่รับผิดชอบดูแลต้นยางนาได้ส่งเจ้าหน้าที่มาประสานงานเรื่องของการเยียวยา และดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นให้ความช่วยเหลือเรื่องการดูแลงานศพร่วมกับทางเทศบาลตำบลหนองผึ้ง ดูแลเรื่องการจัดงานศพให้น้องก่อน
ขณะเดียวกันทางด้านน้องก้อง แฟนของน้องผึ้ง ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังจากที่พากันตั้งร้านขายน้ำริมถนนสายต้นยางใกล้กับจุดเกิดเหตุในช่วงเช้า ก็ชวนกันไปกินข้าว ให้พี่สาวมาดูแลร้านแทน ส่วนตัวเองเป็นคนขี่ น้องผึ้งเป็นคนซ้อน ก็ออกจากร้านมาไม่กี่สิบเมตร ขี่รถมาตามทางปกติ ช่วงเกิดเหตุก็ไม่ได้มีลมแรงหรือสัญญาณบ่งชี้ว่าจะทำให้กิ่งต้นยางหักตกลงมาแต่อย่างใด แต่จู่ๆ กิ่งยางนาขนาดใหญ่รอบวงกว่า 30 เซนติเมตร หรือประมาณท่อนขา ยาวกว่า 2 เมตร ก็ตกลงมาใส่หัวน้องผึ้งอย่างแรงจนตกรถ และทำให้รถเสียหลักล้ม ตัวเองเป็นคนขี่แต่โชคดีที่ไม่ถูกกิ่งของยางนา มีเพียงแผลถลอกจากรถล้มเท่านั้น หลังจากนั้นก็รีบไปดูน้องผึ้ง พบว่าเลือดออกจากหัว จมูก และปากจำนวนมาก ใกล้กันพบกิ่งยางนาที่ตกลงมาหักเป็นหลายท่อน หลังจากนั้นชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ก็มาช่วยและเรียกรถกู้ภัยเพื่อไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งน้องผึ้งก็ไม่ได้รู้สึกตัวตั้งแต่ถูกกิ่งยางนาตกใส่หัวจนกระทั่งไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
จากการลงพื้นที่จุดเกิดเหตุกับคุณพ่อของน้องผึ้ง ยังพบกิ่งยางนาขนาดใหญ่หลายท่อนที่ตกใส่หัวน้องผึ้งวางอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ต้นยางนาซึ่งมีหมายเลขระบุว่าเป็นต้นที่ 769 มีความสูงมากกว่า 50 เมตร เป็น ต้นยางนาขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี ด้านบนก็พบกิ่งก้านของต้นยางนาจำนวนมาก แต่ก็ยากที่จะสังเกตเห็นว่ากิ่งไหนแห้งหรือไม่แห้ง เพราะอยู่สูงมาก ตลอดแนวของต้นยางนาก็มีสัญลักษณ์ของการบวชต้นไม้ มีจีวรพระพันลำต้นไม้ และมีหมายเลขแสดงไว้ทุกต้นว่าอยู่ลำดับเท่าไหร่ และตรงจุดเกิดเหตุมีต้นยางนาเรียงรายอยู่ค่อนข้างถี่ พบว่ามีบางต้นแห้งตายแล้วเหลือไว้แค่ลำต้นเท่านั้น