xs
xsm
sm
md
lg

มท. ย้ำท้องถิ่น ไร้อำนาจยึดขายทอดตลาด "ที่ดินวัดร้าง" ค้างภาษีฯ เกินกำหนด หลังพบ "สำนักพุทธฯ" จังหวัดหนึ่ง เปิดเช่าหาประโยชน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



มหาดไทย แจงบอร์ดภาษีที่ดินฯทุกจังหวัด ถือปฏิบัติ ย้ำ! "ที่ดินวัดร้าง" กรณี พบ สำนักพุทธฯ แห่งหนึ่ง ค้างภาษีกว่า 2 ปี หลังนําโฉนดที่ดินบางส่วนและสิ่งปลูกสร้างของวัดร้าง ที่ยังไม่มีประกาศยุบวัด ซึ่งถือเป็นกรรมสิทธิ์วัด ไปจัดหาประโยชน์เปิดเช่ารวมกว่า 5 ปี แต่ยังไม่มีการทําสัญญาเช่าจนถึงปัจจุบัน ชี้ "กม.คณะสงฆ์" ปิดช่องท้องถิ่น บังคับคดี ยึด อายัด และขายทอดตลาด แม้กฎหมายให้อำนาจยึดอายัดที่ดินค้างเกิดกำหนด

วันนี้ (25 ก.พ. 2569) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย แจ้งเวียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อให้คณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจําจังหวัด ถือปฏิบัติ

โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีสํานักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) จังหวัด นําโฉนดที่ดิน บางส่วนและสิ่งปลูกสร้าง ของวัดร้าง ไปจัดหาประโยชน์ เช่นการเปิดให้คนทั่วไปเช่า

ล่าสุด ฝ่ายกฎหมายกระทรวงมหาดไทย ได้ให้คําปรึกษาหรือคําแนะนําแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในกรณี สํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน นําที่ดินบางส่วนและสิ่งปลูกสร้าง ของวัดมิ่งเมือง (ร้าง) ไปจัดหาประโยชน์

โดยการประกาศหาผู้เช่ารายใหม่ และมีประกาศยกเลิกการจัดหาประโยชน์ และการประกาศหาผู้เช่า เนื่องจากไม่มีผู้ใดเช่า

ซึ่ง เทศบาลตําบลเวียงสา ได้แจ้งประเมินและมีหนังสือแจ้งเตือนให้ชําระภาษีค้างชําระไปยัง พศ.น่าน แต่ยังไม่ได้รับชําระค่าภาษี จึงมีคำถามว่า จะสามารถยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของ พศ.น่านได้หรือไม่

โดยฝ่ายกฎหมาย เห็นว่า ตาม มาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 กําหนดให้ทรัพย์สินที่เป็นศาสนสมบัติ ไม่ว่าของศาสนาใด ที่ใช้เฉพาะเพื่อการประกอบศาสนกิจ หรือกิจการสาธารณะหรือทรัพย์สิน

ที่เป็นที่อยู่ของสงฆ์ นักพรต นักบวช หรือบาทหลวง ไม่ว่าในศาสนาใด หรือทรัพย์สินที่เป็นศาลเจ้า ให้ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี ทั้งนี้ เฉพาะที่มิได้ใช้หาผลประโยชน์

หากข้อเท็จจริง ปรากฏว่า พศ.น่าน นําโฉนดที่ดินเลขที่ 36778 (บางส่วน) เนื้อที่ประมาณ 1-0-88 ไร่ และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดมิ่งเมือง (ร้าง) และยังไม่มีการยุบเลิกวัดไปจัดหาประโยชน์ โดยการเช่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563

"แต่ยังไม่มีผู้ใด ได้ทําสัญญาเช่าจนถึงปัจจุบัน ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ยังคงมีสภาพเป็นศาสนสมบัติ ที่ใช้เฉพาะเพื่อการประกอบศาสนกิจหรือกิจการสาธารณะ หรือทรัพย์สินที่เป็น ที่อยู่ของสงฆ์ นักพรต นักบวช หรือบาทหลวงที่มิได้ใช้หาผลประโยชน์"

จึงได้รับการยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

อนึ่ง หากแม้จะปรากฏข้อเท็จจริงเป็นที่สุดในเวลาต่อมาว่า ทรัพย์สินของวัดมิ่งเมือง (ร้าง) ดังกล่าว ได้นําไปใช้ หาผลประโยชน์ และวัดมิ่งเมือง (ร้าง) เป็นผู้ค้างชําระภาษี เนื่องจาก พศ.น่าน ไม่ได้ชําระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในระยะเวลาที่กําหนด

"ดังนั้น เทศบาลตําบลเวียงสา ก็มิอาจดําเนินการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของวัดมิ่งเมือง (ร้าง) ได้ เนื่องจากที่วัดเป็นทรัพย์สิน ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม"

สำหรับกรณีนี้ อําเภอเวียงสา ได้หารือการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กรณีเทศบาลตําบลเวียงสา แจ้งว่า พศ.น่าน เป็นลูกหนี้ค้างชําระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รายวัดมิ่งเมือง (ร้าง)

โดยค้างชําระ 2 ปีงบประมาณ (ปีงบประมาณ 2566 – 2567) รวมค้างชําระภาษีพร้อมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มทั้งสิ้น 16,218.61 บาท

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ มาตรา 61 มาตรา 62 เทศบาลตําบลเวียงสา สามารถดําเนินการ “ออกคําสั่งเป็นหนังสือ ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน ผู้เสียภาษี เพื่อนําเงินมาชําระภาษีค้างชําระ โดยให้นําวิธีการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาบังคับใช้โดยอนุโลม

จึงหารือมายังคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจําจังหวัดน่าน ว่า เทศบาลตําบลเวียงสา จะยึด อายัด และขาย ทอดตลาดทรัพย์สินของ พศ.น่าน ได้หรือไม่.