กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นในวันนี้ (26 ก.พ.) ว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศประจำปี 2568 ลดลงจากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 705,809 คน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี พ.ศ. 2442 และทำสถิติต่ำสุดระดับใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศ ซึ่งครอบคลุมถึงเด็กที่เกิดจากชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ปรับตัวลดลง 2.1% จากปี 2567 ท่ามกลางภาวะประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และความกังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตรที่เพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากค่าครองชีพที่แพงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี อัตราการลดลงถือว่าชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า นอกจากความกังวลด้านเศรษฐกิจแล้ว ประชาชนจำนวนมากยังเลือกที่จะแต่งงานช้าลงและมีบุตรช้าลง หรือตัดสินใจที่จะไม่แต่งงานเลย ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมและการจัดลำดับความสำคัญในชีวิต
ปัญหาจำนวนประชากรหดตัวยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า การลดลงของประชากรตามธรรมชาติ (ผลต่างระหว่างจำนวนผู้เสียชีวิตกับจำนวนเด็กเกิดใหม่) พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 899,845 คน
ก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัยประชากรและประกันสังคมแห่งชาติของญี่ปุ่น (NIPSSR) เคยประเมินไว้ว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ (รวมถึงเด็กที่เกิดจากชาวต่างชาติในประเทศ) จะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับ 710,000 คน จนกว่าจะถึงปี 2585
ข้อมูลอีกชุดที่กระทรวงสาธารณสุขฯ เปิดเผยเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้ว ระบุว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่เฉพาะที่เกิดจากพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นในปี 2567 ลดลงเหลือเพียง 680,000 คน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขดังกล่าวร่วงลงต่ำกว่าระดับ 700,000 คน