ลูกสาวของผู้เสียหายถูก “เสือ ดุสิต” กับพวกรุมทำร้ายสาหัส เผยอาการพ่อเคยถึงขั้นหยุดหายใจไป ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู ส่วนตัวมองตำรวจตั้งข้อหาเบาไป
วันนี้ (26 ก.พ.) นางสาวจีด้า อายุ 26 ปี ลูกสาวของนายธนพล หรือ กุ้ง อายุ 53 ปี ซึ่งถูกนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ เสือ ดุสิต พร้อมพวกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า ตอนนี้อาการคุณพ่อประมาณ 70:30 ซึ่งขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ก่อนหน้านี้คุณพ่อเคยถึงขั้นหยุดหายใจไป แต่ปัจจุบันนี้ถือว่า อาการดีขึ้นเล็กน้อย ตอบสนองได้ แต่ไม่สามารถสื่อสารหรือพูดคุยได้
สำหรับสาเหตุที่ตนตัดสินใจโพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊กเพราะตอนแรก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการออกมาชี้แจงความชัดเจนเหมือน ตอนนี้จึงกลัวว่าคดีจะล่าช้า จึงตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับคุณพ่อถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในส่วนข้อหาเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ส่วนตัวตนมองว่าข้อหายังเบาไป เพราะอาการของคุณพ่อถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย
นางสาวจีด้า บอกอีกว่า ส่วนตัวไม่โอเคที่เจ้าหน้าที่บอกว่าการที่ตนนำเรื่องราวไปโพสต์ลง เฟซบุ๊กนั้น เสมือนเป็นการเพิ่มความเสียหายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตอนแรกทางเจ้าหน้าตำรวจไม่อยากให้เรื่องราวดังกล่าวกระจายลงโซเชียล ประกอบกับตนคิดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงมีการลงข่าวให้
เพราะตอนที่ตนไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนเห็นมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ แต่ตนรอถึงวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนก็ไม่เห็นข่าว หรือความคืบหน้าของคดีแต่อย่างใด ตนจึงตัดสินใจโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ส่วนตัวตนเชื่อว่า หากไม่โพสต์ คดีก็คงไม่ความคืบหน้า
หลังเกิดเหตุยอมรับว่าทางผู้ก่อเหตุได้มีการติดต่อมาขอพูดคุยเจรจาขอไกล่เกลี่ยจริง แต่ตนยังไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด อยู่ระหว่างพูดคุยกับทางทนาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เสือดุสิตไม่เคยมาติดต่อพูดคุยขอไกลเกลี่ย หรือขอโทษคุณพ่อเลย จนโพสต์ไป
หลังจากเกิดเหตุ ตนมีโอกาสพูดคุยกับทางเจ้าของร้านที่เกิดเหตุ ซึ่งทางเจ้าของร้านก็ยืนยันว่า วันเกิดเหตุนั้นไม่มีการจับก้นแต่อย่างใด ส่วนตัวมองว่าทางเจ้าของร้านก็ให้ความร่วมมือกับตนช่วยเหลือเต็มที่ แต่ตนก็อยากเห็นภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านทั้งหมดว่ามีการจับก้นตามคำกล่าวอ้างจริงไหม
ทั้งนี้ ตนอยากขอความเป็นธรรมให้กับคุณพ่อและอยากให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษให้ถึงที่สุด เพราะว่าตอนนี้อาการของคุณพ่อก็ค่อนข้างแย่ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นหรือไม่
ขณะที่ นายเอ็ม (นามสมมติ) ลูกจ้างของผู้เสียหายและอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ พี่กุ้ง พาลูกน้องไปกินเลี้ยงที่ร้านดังกล่าว และได้นั่งทานอาหารกันอยู่ที่โต๊ะตามปกติ ก่อนที่ทางผู้หญิงจะเดินเข้ามาทักทายพี่กุ้งที่โต๊ะและได้พูดคุยกันไม่นาน ก่อนที่ทางเสือดุสิตออกมาแสดงตัวว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนของเขา ซึ่งตอนนั้นพี่กุ้งบอกว่าไม่มีอะไร รู้จักกันเฉยๆ ก่อนจะแยกย้ายกันไป
จากนั้นตนเดินไปเข้าห้องน้ำ และเห็นว่าผู้หญิงกับเสือดุสิต ได้มีปากเสียงกัน แต่ตนไม่สามารถจับใจความได้ เลยไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร
ส่วนตัวเข้าใจว่าพี่กุ้งกับผู้หญิงคนนั้นเคยรู้จักกันมาก่อน เพราะผู้หญิงมีอาชีพเป็นเอ็มซี พอมาเจอกันที่ร้านก็มีการทักทายกันตามประสาคนรู้จักไม่ได้มีการมานั่งใกล้กันหรือแสดงความสนิทสนมกันแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องการจับก้นนั้น จากที่ตนเห็นไม่มี แต่อาจจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่มีร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งของทั้ง 2 สัมผัสกัน จึงอาจทำให้ผู้ก่อเหตุที่เดินมาด้านหลังเห็นแล้วเข้าใจผิด และเกิดอารมณ์โมโหได้
โดยช่วงที่พี่กุ้งถูกทำร้ายร่างกาย ตนนั่งทานข้าวอยู่ในร้าน พี่กุ้งขอตัวออกไปสูบบุหรี่ก่อน จากนั้นก็มีพนักงานในร้านเดินมาบอกว่าพี่กุ้งมีปัญหาอยู่นอกร้าน ตนจึงวิ่งไปดู
ส่วนคำว่า นนทบุรีใครก็ได้ นั้น นายเอ็ม บอกว่า มีการพูดคำนั้นจริง ส่วนตัวได้ยินแต่ก็ไม่มั่นใจว่าใครเป็นคนพูด ส่วนคำที่เสือบอกว่าให้เรียกตำรวจมาจะรอที่ร้านนั้น เสือ ดุสิต พูดจริง