สหรัฐฯและอิหร่าน มีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจาในวันพฤหัสบดี(26ก.พ.) ซึ่งมีเป้าหมายคลี่คลายข้อพิพาทนิวเคลียร์ที่มีมาอย่างยาวนาน และหลีกเลี่ยงการโจมตีรอบใหม่ของอเมริกา จากการเปิดเผยของคนกลางอย่างโอมาน ความเคลื่อนไหวซึ่งมีขึ้นท่ามกลางการเสริมทัพขนานใหญ่ของวอชิงตันในตะวันออกกลาง
ทั้ง 2 ฝ่ายมีแผนกลับมาเจรจากันเร็วๆนี้ หลังกลับไปปรึกษาหารือในเมืองหลวงของแต่ละฝ่าย โดยที่การพูดคุยในระดับเทคนิคมีกำหนดจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า ในเวียนนา จากการเปิดเผยของ ซายยิด บาดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ หลังการเจรจาในวันเดียวกัน ในสวิตเซอร์แลนด์ สิ้นสุดลง
ความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมใดๆในข้อตกลงที่ยากจะบรรลุระหว่าง 2 คู่อิริเก่าแก่ วอชิงกันกับเตหะราน อาจช่วยลดแนวโน้มความเป็นไปได้ที่ประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะทำตามคำขู่โจมตีอิหร่านในทันที ซึ่งหลายคนหวั่นเกรงว่ามันอาจทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายขยายสู่สงครามในวงกว้าง
คำประเมินในแง่บวกของรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน มีขึ้นตามหลังการเจรจาทางอ้อมระหว่าง อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเรด คุชเนอร์ ทูตพิเศษของอเมริกา ในเจนีวา โดยรอบแรกมีขึ้นในช่วงเช้า ตามด้วยรอบ 2 ในช่วงบ่าย "เราปิดฉากวันนี้ หลังมีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน" บาดร์ อัลบูไซดี ระบุ
อารากชี กล่าวกับสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐอิหร่าน ให้คำจำกัดความการเจรจาว่า เป็นหนึ่งในการพูดคุยที่จริงจังที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ "เราบรรลุข้อตกลงในบางประเด็น และยังมีความเห็นต่างในเรื่องเกี่ยวกับประเด็นอื่นๆบางอย่าง"
"มีการตัดสินใจแล้วว่า การเจรจารอบถัดไปจะมีขึ้นเร็วๆนี้ ในไม่ถึงสัปดาห์" เขากล่าว พร้อมระบุอิหร่านแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกี่ยวกับข้อเรียกร้องสำหรับผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร อย่างไรก็ตามทางคณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลลัพธ์การพูดคุย
การพูดคุยหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน มีขึ้นท่ามกลางความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ลุกลามในตะวันออกกลาง ทรัมป์ส่งเสียงขู่ซ้ำๆกรณีที่ไม่มีข้อตกลง หลังจากเสริมกำลังทหารในน่านน้ำใกล้สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของอิหร่านบอกกับรอยเตอร์ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี(26ก.พ) ว่าสหรัฐฯกับอิหร่านอาจบรรลุกรอบการทำงานสำหรับข้อตกลงหนึ่งๆ ถ้าหากว่าวอชิงตันแยกประเด็นนิวเคลียร์และไม่ใช่นิวเคลียร์ออกจากกัน
อย่างไรก็ตามรัฐบาลทรัมป์ เคยยืนกรานว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นอื่นๆ ควรเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา
หลังจากพูดคุยในรอบเช้า บาดร์ อัลบูไซดี เปิดเผยว่าทั้ง 2 ฝ่าย แลกเปลี่ยนแนวคิดที่สร้างสรรค์และเป็นบวก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของอิหร่าน ยอมรับว่าช่องว่างบางอย่างยังไม่แคบลงเลย
วอชิงตัน ซึ่งเชื่อว่า เตหะราน กำลังเสาะหาศักยภาพในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ต้องการให้อิหร่านละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานปรมาณู แต่ก็สามารถสร้างวัสดุสำหรับหัวรบนิวเคลียร์เช่นกัน
อิหร่าน ปฏิเสธมาช้านานว่าไม่ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และบอกก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี(26ก.พ.) ว่าพวกเขาแสดงความยืดหยุ่นระหว่างการเจรจา รอยเตอร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์(22ก.พ.) ว่าเตหะรานเสนอประนีประนอมอย่างคลุมเครือรอบใหม่ แลกกับการปลดมาตรการคว่ำบาตรและรับรองสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯต้องการขยายกรอบการพูดคุยไปยังประเด็นอื่นๆ ในนั้นรวมถึงคลังแสงขีปนาวุธของอิหร่าน และกรณีที่เตหะรานสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค
(ที่มา:รอยเตอร์)