MGR Online - สนามบินดูไบประกาศด่วนระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่ ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (DXB) และ ท่าอากาศยานนานาชาติอาล มักตูม (DWC) จะกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง หลังสงครามอิหร่านปะทุ ด้านสนามบินภูเก็ตเผยส่งผลกระทบแล้ว 9 เที่ยว ทั้งขาเข้าและขาออก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเตือนผู้โดยสารเช็กสถานะก่อนออกเดินทาง
ช่วงค่ำวันนี้ (28 ก.พ. 69) ตามเวลาในประเทศไทย สำนักงานสื่อดูไบ (Dubai Media Office) ออกแถลงการณ์ระบุว่า การให้บริการเที่ยวบินทั้งหมด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (DXB) และดูไบ เวิลด์ เซ็นทรัล ท่าอากาศยานนานาชาติอาล มักตูม (DWC) จะถูกระงับทั้งหมดจนกว่าจะมีประกาศให้ทราบต่อไป
ในประกาศแจ้งเตือนดังกล่าว ท่าอากาศยานดูไบยืนยันการระงับให้บริการทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก โดยมีการแนะนำผู้โดยสารว่า ไม่ควรเดินทางมายังสนามบินในขณะนี้ และขอให้ติดต่อสายการบินที่ท่านใช้บริการโดยตรง เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับเที่ยวบินของตน
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า “เราขอขอบคุณในความร่วมมือของผู้มาใช้บริการทุกท่าน ทั้งนี้ จะมีการแจ้งข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมให้ทราบต่อไป ในขณะที่เรายังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”
ด้านเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต Phuket Info Center ของไทยเมื่อเวลา 19.57น. ที่ผ่านมาระบุว่า รายงานเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบของภูมิภาคตะวันออกกลาง ของสนามบินภูเก็ต โดยล่าสุดมีเที่ยวบินได้รับผลกระทบแล้ว 9เที่ยวบินแบ่งเป็นขาออก 7 เที่ยวบิน และขาเข้า 2 เที่ยวบิน ซึ่งมีทั้งสายการบินเอทิฮัด, เอมิเรตส์, กาตาร์ และ เอ็ลอัล อิสราเอล
ส่วนสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ก็ออกประกาศว่าขอแจ้งเตือนประชาชนและผู้โดยสารเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดทางทหารระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งมีการเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้ซึ่งกันและกัน ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางปิดน่านฟ้าหรือจำกัดการบินเพื่อความปลอดภัยของเที่ยวบินพลเรือน โดยมีรายละเอียดดังนี้
"รัฐบาลอิสราเอลได้ประกาศปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพลเรือนทั้งหมดและขอความร่วมมือให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสนามบินในประเทศ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ขณะที่ทางการอิหร่านได้ปิดน่านฟ้าทั่วประเทศตามมาตรการความปลอดภัย เช่นเดียวกับหลายประเทศในภูมิภาคที่ประกาศปิดหรือลดการใช้พื้นที่ทางอากาศอันเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
"นอกจากนี้มีรายงานว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และคูเวต ได้ปิดน่านฟ้าบางส่วนในฐานะมาตรการป้องกันเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคง ซึ่งอาจส่งผลต่อเส้นทางบินที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างยุโรป เอเชีย และเอเชีย–แปซิฟิก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายสายการบินต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อหลบเลี่ยงพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ส่งผลให้ปริมาณการบินในภูมิภาคนี้ลดลงและอาจมีผลต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ปกติใช้เส้นทางผ่านบริเวณตะวันออกกลาง ดังนั้นผู้โดยสารที่มีแผนจะเดินทางในช่วงนี้โดยเฉพาะเส้นทางไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง หรือที่ต้องต่อเครื่องในประเทศที่สาม ควรติดตามข้อมูลจากสายการบินที่ใช้บริการอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบสถานะเที่ยวบินก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
"สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสิทธิของตนที่ควรได้จากสายการบินในเบื้องต้นเนื่องจากประเทศระหว่างทางอาจไม่ได้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางออกจากประเทศไทยจะได้รับการคุ้มครองตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เช่น สิทธิการดูแลเมื่อเที่ยวบินล่าช้า หรือถูกยกเลิก เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิอย่างครบถ้วน หากผู้โดยสารพบปัญหาเกี่ยวกับบริการสามารถส่งเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทาง complaint.caat.or.th
"CAAT จะติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยและสายการบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารชาวไทย รวมถึงดูแลความปลอดภัยของการเดินอากาศอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งข้อมูลอัปเดตที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะ" สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ระบุ