ศรีสะเกษ- รวบแล้ว 3 คนร้ายโหด กระหน่ำแทง 2 วัยรุ่นดับฝังดินกลางป่ายูคาฯ พื้นที่ อ.ไพรบึง ศรีสะเกษ สารภาพสิ้นอ้างสางปมแค้นเก่าในสถานพินิจฯ จึงวางแผนลวงไปฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และฝังดินหวังอำพรางศพ ส่วนเพื่อนอีกเจอแทงสาหัสหนีตายไปขอชาวบ้านช่วยนำส่งรพ.ก่อนเสียชีวิต เจอข้อหาหนักร่วมกันฆ่าผู้อื่นและปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ
วันนี้ ( 2 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญกรณีเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 พบศพชายวัยรุ่นถูกฝังดินอำพรางในป่ายูคา พื้นที่บ้านไม้แก่น หมู่ 12 ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ สภาพศพถูกแทงด้วยของแหลมและของมีคมกว่า 30 แผล ทราบชื่อภายหลังคือ นายสิทธิศักดิ์ หรือ “มิกซ์” แทนพัน อายุ 19 ปี ขณะเดียวกัน เพื่อนผู้ตายคือ นายกิตติศักดิ์ หรือ “อ้น” ดอนแพง อายุ 19 ปี ถูกแทงใต้ราวนมขวา 2 แผล และด้านหลัง 4 แผล อาการสาหัส ถูกนำส่งรักษาที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา แม้แพทย์พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มที่แล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ ที่ สภ. ไพรบึง อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ต.เอกภูมิ พละศักดิ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ไพรบึง ได้นำตัวผู้ต้องหา 3 ราย มาสอบสวนเพิ่มเติม หลังถูกจับกุมได้ที่บ้านพักเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ภายหลังลงมือก่อเหตุ โดยทั้งหมดเป็นกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านไม้แก่น ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง ได้แก่ 1. นายประธารพร อายุ 18 ปี (บีม) 2. นายจิรพงศ์ อายุ 19 ปี (ล็อค) 3. นายเจษฎา อายุ 17 ปี (ท็อป)
จากการสอบสวน นายบีม รับสารภาพว่า เคยมีเรื่องทะเลาะกับ “มิกซ์” มาก่อนสมัยอยู่สถานพินิจ กระทั่งวันเกิดเหตุมีการนัดพบกัน โดยอ้างว่าจะมารับอาวุธปืนลูกซองสั้น ก่อนจะชวนกันไปลองยิงในป่ายูคาลิปตัส แต่ด้วยความคับแค้นสะสม ประกอบกับอารมณ์ชั่ววูบ จึงใช้อาวุธมีดแทง นายมิกซ์ จนเสียชีวิตส่วน “อ้น” ซึ่งมาด้วยกัน แม้ไม่เคยมีเรื่องมาก่อน แต่ถูกทำร้ายไปด้วยในเหตุการณ์เดียวกัน
หลังจากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาพยายามขุดหลุมฝังอำพรางศพ และ ขณะกำลังดำเนินการ นายอ้น ผู้บาดเจ็บได้พยายามหลบหนี และวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ช่วยนำส่งโรงพยาบาลก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบมีดปลายแหลม ความยาวรวมด้ามประมาณ 24 เซนติเมตร ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ จึงเก็บไว้เป็นของกลาง พร้อมส่งตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบสำนวนคดี
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาในคดีฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่น และ ร่วมกันปิดบัง ซ่อนเร้น อำพรางศพ เพื่อปิดบังสาเหตุการตาย หลังเกิดเหตุใช้อาวุธมีดปลายแหลมก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม
เบื้องต้น ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลถึงแรงจูงใจและลำดับเหตุการณ์ที่แท้จริงต่อไป