ราคาน้ำมันในตลาดโลกแถบเอเชียทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงสั้นๆ เมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ลุกลามทั่วตะวันออกกลาง โดยที่แนวโน้มมีสิทธิ์แตะ 100 ดอลลาร์ถ้าสงครามยืดเยื้อและอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซนานๆ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก นักวิเคราะห์บางคนชี้เตหะรานกำลังใช้ราคาน้ำมันกดดันให้ทรัมป์ยอมถอย เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ เคยหาเสียงว่า จะทำให้ราคาพลังงานลดลง ขณะที่อเมริกากำลังจะจัดเลือกตั้งกลางเทอมปลายปีนี้
ราคาล่วงกน้าขิงน้ำมันดิบชนิดเบรนท์ เปิดการซื้อขายในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันจันทร์ทะยานเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากราคาปิดที่ 72.87 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ (27 ก.พ.) ก่อนขยับลงเล็กน้อยอยู่ต่ำกว่า 79 ดอลลาร์
ปัจจัยหลักคือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยหลังจากสหรัฐฯ-อิสราเอลปฏิบัติการสังหารอยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านสำเร็จ จากการเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันเสาร์ (28 ก.พ.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังออกมาเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกฮือต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งระบุว่า ปฏิบัติการนี้จะใช้เวลา 4 สัปดาห์
ด้านอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนตอบโต้เข้าไปยังอิสราเอล รวมทั้งหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียซึ่งเป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบคน นอกจากนั้นแม้ไม่ได้มีการออกคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของซัปพลายทั่วโลก แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านก็ได้เตือนเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์อื่นๆ ให้เลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
วันอาทิตย์ (1 มี.ค.) UKMTO บริษัทความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ รายงานว่า มีเรือน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำถูกโจมตี ขณะที่สถานีทีวีของทางการอิหร่านระบุว่า เรือน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีเนื่องจากพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย
ขณะที่ อมีนา บาคร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านตะวันออกกลางและโอเปก+ ของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล แคปเลอร์ ชี้ว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ค่าเบี้ยประกันภัยจะสูงมากจนไม่คุ้มค่า พร้อมคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 90 ดอลลาร์
สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้พวกบริษัทเดินเรือทะเลรายใหญ่หลายแห่งยืนยันว่า ระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
ฮอร์เฆ ลีออน นักวิเคราะห์ของ ริสตัด อิเนอร์จี ตั้งข้อสังเกตว่า แม้อาจอาศัยโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ แทนการลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ผลกระทบสุทธิจากการปิดเส้นทางดังกล่าว ก็ยังอาจหมายถึงการที่ซัปพลายน้ำมันดิบขาดหายไปจากตลาดโลกราว 8-10 ล้านบาร์เรลต่อวัน (บีพีดี) อยู่ดี
แม้ในทางทฤษฎี หลายประเทศที่นำเข้าน้ำมันต่างมีคลังน้ำมันสำรอง เช่น ชาติสมาชิกองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ที่มีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับ 90 วัน แต่ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์
บาคร์ แห่ง แคปเลอร์ สำทับว่า หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ไม่ว่าประเทศต่างๆ จะมีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากแค่ไหนก็ไม่เพียงพอชดเชยซัปพลายที่ขาดหายไปได้
มิเชลล์ บรูฮาร์ด นักวิเคราะห์อีกคนของแคปเลอร์ ชี้ว่า ราคาน้ำมันเป็นจุดอ่อนของทรัมป์ โดยอิหร่านมีแนวโน้มทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น เพื่อบีบให้ทรัมป์ยอมถอย เนื่องจากเขาเคยสัญญาไว้ระหว่างหาเสียงว่า จะทำให้ราคาพลังงานลดลง ขณะที่อเมริกากำลังจะจัดเลือกตั้งกลางเทอมปลายปีนี้
นอกจากนั้นยังคาดว่า ราคาก๊าซจะพุ่งขึ้นเช่นเดียวกันในวันจันทร์ เนื่องจากกาตาร์เป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ ก็กำลังถูกอิหร่านโจมตีตอบโต้ด้วย สืบเนื่องจากกาตาร์เป็นที่ตั้งฐานทัพอเมริกันแห่งใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ดังนั้นจึง จะเพิ่มความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้น
อิริก ดอร์ นักเศรษฐศาสตร์ของ IESEG School of Management ในปารีส ชี้ว่า ราคาน้ำมันเบนซินและพลังงานที่แพงขึ้นจะทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าและการเดินทางทางอากาศพุ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งจะส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และหากสงครามยืดเยื้อจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย
เป็นที่น่าสังเกตว่า สงครามครั้งนี้ยังแตกต่างและน่ากังวลมากกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเป้าหมายการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านไม่ได้จำกัดอยู่เพียงฐานทัพหรือผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอลในตะวันออกกลางเท่านั้น แต่โรงแรมหรู ช้อปปิ้งมอลล์ อพาร์ตเมนต์สูงระฟ้า อาคารผู้โดยสารขาออกในสนามบินไฮเทคในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นพันธมิตรสหรัฐฯเหล่านี้ ยังตกเป็นเป้าหมายการโจมตีคราวนี้ โดยเกิดความสูญเสียได้ง่ายๆ สืบเนื่องจากมักเป็นจุดอ่อนในระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศเหล่านั้น เพราะสถานที่เหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงว่า วันหนึ่งข้างหน้าจะถูกโดรนและขีปนาวุธทิ้งตัวโจมตี
สำหรับ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่ออัลจาซีราของกาตาร์ แก้ต่างว่า เตหะรานไม่ได้โจมตีเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย แต่กำลังโจมตีผลประโยชน์ของอเมริกาในประเทศเหล่านั้น และประเทศเหล่านั้นจึงควรไปร้องเรียนกับพวกที่ตัดสินใจเปิดสงครามมากกว่า
อิหร่านประกาศชัดเจนมาตลอดว่า ถ้าถูกโจมตี จะล้างแค้นกับประเทศใดๆ ก็ตามที่สมรู้ร่วมคิดในการโจมตีตน และแม้ประเทศในอ่าวอาหรับยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของอเมริกาและอิสราเอล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้อาจเป็นบทลงโทษจากเตหะรานสำหรับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนทางทหารระยะยาวกับวอชิงตัน
(ที่มา: เอเอฟพี/บีบีซี)