xs
xsm
sm
md
lg

กัดไม่ปล่อย!ชุดสืบ ภ.6 ตามซิวถึงเชียงแสน เครือข่ายบัญชีม้าหนีหมายจับ ลากไส้-จับแก๊งขนเงินข้ามแดนอีก 3 ล่าอีก 4

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พิษณุโลก - ชุดสืบภาค 6 กัดไม่ปล่อย..ตามซิวแก๊งต้มตุ๋นหลอกลงทุนขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Amazon ตามหมายจับที่หลบหนีเพิ่มอีกราย แถมยังลากไส้ขบวนลักลอบนำเงินข้ามแดน จับอีก 3 ราย หลบหนีอีก 4 ราย


วันนี้(3 มี.ค.69) พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ - พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 สั่งการให้ชุดสืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 จับกุมผู้ควบคุมบัญชีม้า,ม้าถอนเงิน

กรณี 1 ก.พ.2569 ผู้เสียหาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แจ้งว่าถูกคนร้ายไม่ทราบเป็นใคร หลอกลวงให้ลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon แต่เมื่อลงทุนไปแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คนร้ายแจ้ง เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย 2,193,416 บาท

พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 พร้อมเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย ฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และจับกุม 1. น.ส.กฤติยาณี (สงวนนามสกุล) 2. น.ส.ณิชา (สงวนนามสกุล) ไปแล้วนั้น ล่าสุด ชุดสืบภาค 6 ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายที่ 3 คือ นายกฤษฎา (สงวนนามสกุล) ผู้ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าถอนเงิน ตามหมายจับที่เหลืออยู่ได้ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ระหว่างจับกุมนายกฤษฏา พยายามวิ่งหนี ตำรวจได้วิ่งติดตามเจอ น.ส.แสนสุขหรือหญิง สัญชาติลาว (ทราบชื่อนามสกุลภายหลัง) โยนสิ่งของทิ้งบริเวณด้านหลังบ้าน จึงได้ควบคุมตัวให้หยุดและขอทำการตรวจค้นตัว พบโทรศัพท์มือถือและเงินสดจำนวน 104,000 บาท อยู่ในกระเป๋าที่ น.ส.แสนสุข สะพายอยู่ พบเป็นโทรศัพท์มือถือ ,สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มจำนวนหลายรายการ ซึ่งไม่ใช่ น.ส.แสนสุข ตำรวจจึงไปค้นบ้านพัก พบยาบ้า 7 เม็ดเป็นของนายณฐกร (สงวนนามสกุล )

พร้อมตามจับ นายกฤษฎา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่บ้าน ม.3 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พบสมุดบัญชีธนาคาร ,บัตรเอทีเอ็ม,โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด พาตัวมาที่ สภ.เชียงแสน สอบปากคำ และขยายผลตามจับตัวกลุ่มผู้จัดหาบัญชีม้าถอนเงินได้เพิ่มอีก 3 ราย คือ 1. นายสราวุฒิ 2. น.ส.วันเพ็ญ และ 3. นายณฐกร ทำหน้าที่ถอนเงินออจากบัญชีม้า

นอกจากนี้ยังสืบทราบอีกว่า กลุ่มผู้ถอนเงินออกจากบัญชีม้า และรวบรวมเงิน ลักลอบนำเงินข้ามแดน คือ 1. นายสิทธิชัย หรือที ทำหน้าที่ควบคุมสั่งการคนถอนเงินจากบัญชีม้า และประสานงานกับเครือข่ายคนจีนฝั่งลาว(หลบหนี) 2. นายเชษ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ทำหน้าที่ถอนเงินออกจากบัญชีม้า(หลบหนี) 3. นาง SAENSOUK หรือหญิง ทำหน้าที่ ถอนเงินออกจากบัญชีม้า และรวบรวมเงินส่งให้กับชาวจีน(จับกุมตัว) 4. นายโดม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ทำหน้าที่ ถอนเงินออกจากบัญชีม้า (หลบหนี)

กลุ่มผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ถอนเงินนี้ จะคอยรับคำสั่งจากนายที เพื่อรอนำบัญชีม้าที่จัดหามานั้นไปใช้รับเงินที่เชื่อได้ว่าไม่สุจริต เมื่อมีเงินโอนเข้ามาแล้วนายทีจะสั่งการให้บุคคลที่มีหน้าที่ถอนเงิน นำโทรศัพท์ หรือบัตรเอทีเอ็มไปทำการถอนเงินสดออกจากบัญชีม้าที่ตู้กดเงิน และภายหลังจากถอนเงินสำเร็จแล้วก็จะนำมารวมเพื่อรอนำส่งมอบให้กับชาวจีนฝั่งลาว โดยจะได้ค่าตอบแทนวันละ 1,000–2,000 บาท หรือหากถอนเงินเยอะก็จะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มอีก


ผลการสอบถามนายสราวุฒิ และ น.ส.วันเพ็ญ ให้การสอดคล้องกันว่ามีนายโชคชัย หรืออาร์ม ให้จัดหาบัญชีม้าให้แลกกับเงิน 1,000 บาท ทั้งคู่จึงได้ชักชวน นางสาวณี ให้เปิดบัญชีธนาคารให้แลกกับเงิน 3,000 บาท โดยนายสราวุฒิ จะมอบโทรศัพท์เพื่อนำไปผูกกับบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่

จากนั้นนายสราวุฒิ และ น.ส.วันเพ็ญ จึงนำโทรศัพท์มือถือที่ผูกกับบัญชีธนาคาร สมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็ม มายัง อ.เชียงแสน จ.เชียงเชียงราย เพื่อนำบัญชีม้ามามอบให้กับนายณฐกร เครือข่ายผู้ใช้บัญชีม้าถอนเงินเพื่อส่งมอบให้กับชาวจีนต่อไป ซึ่งเชื่อได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมายหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ จึงได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยที่เป็นกลุ่มบัญชีม้าถอนเงิน ในความผิดฐาน “ อั้งยี่และร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ” ก่อนจะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อนึ่ง สำหรับนายณฐกร (ม้าเม็ด) ที่ตรวจพบยาบ้า จำนวน 7 เม็ด ได้ดำเนินคดีความผิด มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต ” ด้วย ส่วนของ น.ส.แสนสุข (ชาวลาว) ได้ดำเนินคดีความผิด เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต