สมุทรสงคราม – วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมลูกละ 2-3 บาท นานเกือบปี ประธานสภาอุตฯ สมุทรสงคราม แนะทุกภาคส่วนหันใช้น้ำมะพร้าวจัดเบรกประชุม-สัมมนา ช่วยเกษตรกร แถมดีต่อสุขภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
นายวีระนิจ เหลืองรัตนเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสงครามถือเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพสำคัญของประเทศ แต่ขณะนี้กำลังเผชิญวิกฤตราคาผลผลิตตกต่ำอย่างหนักต่อเนื่องเกือบ 1 ปี สวนทางกับคุณภาพที่ยังคงหอมหวานเป็นเอกลักษณ์
ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 11,926 ไร่ ให้ผลผลิตปีละกว่า 41 ล้านลูก หากนำมาแปรรูปเป็นน้ำมะพร้าวจะได้ราว 10 ล้านลิตรต่อปี ยังไม่รวมพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่มีผลผลิตจำนวนมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ต่อเนื่องถึงกุมภาพันธ์ 2569 ราคามะพร้าวน้ำหอมร่วงเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ต่ำจนเกษตรกรจำนวนมากแทบประคองต้นทุนไม่ไหว
“หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป เกษตรกรอาจต้องปล่อยผลผลิตคาต้น เพราะไม่คุ้มค่าจ้างแรงงานตัดเก็บ ทั้งยังมีภาระค่าปุ๋ยและค่าแรงที่สูงขึ้นทุกปี” นายวีระนิจกล่าว
ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ หันมาอุดหนุนมะพร้าวน้ำหอมไปจัดเลี้ยงเป็นอาหารว่าง (เบรก) ในการประชุม อบรม และสัมมนา แทนชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มนำเข้า ภายใต้แนวคิด “ประชุมนี้มีมะพร้าวน้ำหอม” เพื่อช่วยพยุงราคาผลผลิต และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจสุขภาพและสนับสนุนเกษตรกรไทย
นายวีระนิจระบุว่า น้ำมะพร้าวอ่อนมีคุณสมบัติช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ให้ความสดชื่นตามธรรมชาติ มีโพแทสเซียมสูง ช่วยควบคุมสมดุลความดันโลหิต ส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิต และกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น อีกทั้งรสชาติหอมหวานละมุน ดื่มแล้วชื่นใจ แตกต่างจากเครื่องดื่มชงสำเร็จรูป
หลายหน่วยงานที่ทดลองนำมะพร้าวน้ำหอมไปจัดเบรกประชุมต่างสะท้อนเสียงเดียวกันว่า ผู้เข้าร่วมประชุมรู้สึกประทับใจ บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น และยังเป็นการสื่อสารถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ในส่วนของกิจการโรงแรมโคโค่วิว ซึ่งเป็นธุรกิจของนายวีระนิจ ได้รับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาเสิร์ฟแก่ผู้เข้าพักและผู้เข้าร่วมสัมมนา เพื่อช่วยระบายผลผลิตโดยตรง โดยย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาของชาวสวน แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจจังหวัดโดยรวม หากภาคเกษตรอ่อนแรง รายได้หมุนเวียนในท้องถิ่นย่อมสะดุดตามไปด้วย
พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุราคาตกต่ำอย่างจริงจัง เร่งหาตลาดใหม่ ส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า และวางแผนป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอนาคต
ท่ามกลางตัวเลขราคาที่น่าใจหาย มะพร้าวน้ำหอมยังคงหอมหวานเช่นเดิม คำถามจึงไม่ใช่ว่ามะพร้าวดีพอหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า ทุกภาคส่วนจะร่วมกันหยิบยื่นโอกาสให้ชาวสวนไทยได้ลุกขึ้นยืนอีกครั้งหรือไม่ เพราะบางทีการเปลี่ยนเครื่องดื่มในห้องประชุมเพียงหนึ่งแก้ว อาจเป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยต่อลมหายใจให้เกษตรกรทั้งจังหวัดได้อย่างคาดไม่ถึง