xs
xsm
sm
md
lg

รวบลุงวัย 69 รับจ้างขับรถพา 2 จีนเทา ซุกยาเสพติดนานาชนิด เตรียมส่งเพื่อนฝั่งเมียนมา ค่าจ้าง 1,000 ดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรวบลุงวัย 69 ปี รับจ้างขับรถพาชายชาวจีน 2 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระต้องสงสัย ระหว่างทางอึ้งพบยาเสพติดนานาชนิดซุกซ่อนจำนวนมาก ผู้ต้องหารับสารภาพเตรียมนำไปส่งให้เพื่อนชาวจีนที่ฝั่งเมียนมา ได้ค่าจ้าง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

วันนี้ ( 5 มี.ค.) พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี กวดขันจับกุมชาวต่างชาติที่ลักลอบใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศเมียนมา โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายคดี รวมหลายสิบราย

ทั้งนี้ ภายใต้การสั่งการของ พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, ปิติ นฤขัตรพิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และ วริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ให้เฝ้าระวังและปราบปรามอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี–ด่านเจดีย์สามองค์) ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญยาวกว่า 200 กิโลเมตร

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 134 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายพิตตินันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร พร้อมชายชาวจีนอีก 2 คน คือ นายลีอีเทิน อายุ 30 ปี และนายมาเชอเมียว อายุ 27 ปี

พร้อมของกลางรถยนต์ Toyota Innova สีดำ ทะเบียนสมุทรสาคร โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และยาเสพติดหลายประเภท ได้แก่ ยาบ้า ยาอี โคเคน ยาไอซ์ มอร์ฟีน และเคตามีน จำนวนมาก ซึ่งถูกบรรจุแยกเป็นชุดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสัมภาระอย่างแนบเนียน

จากการตรวจสอบพบยาเสพติดประเภทโคเคนและยาอีบรรจุในขวดจำนวน 209 ขวด รวมทั้งสารเสพติดชนิดผงหลายประเภท เช่น ยาบ้า ยาอี มอร์ฟีน และเคตามีน บรรจุในถุงรวม 3 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 1,380 กรัม นอกจากนี้ยังพบยาอีชนิดผงสีเขียว น้ำหนัก 139.35 กรัม ยาอีและมอร์ฟีนชนิดผงสีส้ม น้ำหนัก 333.41 กรัม และยาเสพติดบรรจุซองพลาสติกสีฟ้าอีก 64 ซอง ทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกและพันด้วยสก๊อตเทปใส ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย โดยนายลีอีเทิน ชาวจีน รับว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดทั้งหมด

นายพิตตินันท์ ให้การว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากชายชาวเมียนมา ให้ไปรับรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ในพื้นที่บ้านเกริงกาเวีย หมู่ 2 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ก่อนขับไปรับชายชาวจีนทั้ง 2 พร้อมกระเป๋าสัมภาระ แล้วนำไปส่งยังสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอสังขละบุรี โดยให้จอดรถทิ้งไว้ ก่อนจะมีคนมาขับต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งตนจะได้รับค่าจ้าง 3,000 บาท แต่ระหว่างเดินทางกลับได้ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมเสียก่อน

ขณะที่ชายชาวจีนทั้ง 2 ให้การผ่านล่ามว่า เดินทางโดยเครื่องบินจากประเทศจีนไปลงที่ประเทศกัมพูชา ก่อนลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณแนวชายแดน จากนั้นมีรถมารับเพื่อมุ่งหน้าไปยังฝั่งเมียนมา บริเวณพื้นที่ชายแดนติดกับ ด่านเจดีย์สามองค์ ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี โดยมีการสับเปลี่ยนคนขับรถหลายช่วงผ่านหลายจังหวัด

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อนำยาเสพติดดังกล่าวไปส่งให้เพื่อนชาวจีนที่ทำงานอยู่ฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งจะได้รับค่าจ้างจำนวน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32,000 บาท แต่ระหว่างรอคนมารับช่วงขับรถต่อที่สถานีบริการน้ำมัน ได้ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าจับกุมเสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ขยายผลถึงที่มาของยาเสพติดและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.