xs
xsm
sm
md
lg

“ป้าตุ๊” หญิงหัวใจแกร่ง แม้วัย 70 กว่า ไม่กลัวความสูง สู้ปีนต้นตาลเพื่อนำใบตาลมาสานชะลอมขาย พร้อมสอนงานจักสานให้ผู้สนใจ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.ราชบุรี เพื่อรู้จัก “ป้าตุ๊” หญิงแกร่งที่แม้ชีวิตจะผ่านวัยเกษียณมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ยังไม่อยากหยุดพัก ไม่อยากปล่อยชีวิตให้ผ่านไปวันๆ สู้ปีนต้นตาลเพื่อนำใบตาลมาสานชะลอมขาย สร้างคุณค่าและความหมายให้กับชีวิต



ภาพป้าตุ๊ หรือ อำพร ภู่ระหงษ์ กำลังทำงานฝีมือบางอย่างอยู่ จนอดถามไม่ได้ว่า กำลังทำอะไรอยู่“กำลังลอกพลาสติกทำงูกินเขียด ทำงูกินเขียดสำหรับให้พวกนิ้วล็อกอะ นิ้วเล็กนิ้วใหญ่นิ้วกลางนิ้วก้อย (ถาม-ปีนี้ป้าอายุเท่าไหร่แล้ว?) 73 (ถาม-ทำงานหัตถกรรมพวกนี้มานานหรือยัง?) ก็นานพอสมควร งูนี่เพิ่งทำมาได้ 3-4 ปี แต่ชะลอมทำนานแล้ว เอาใบตาลมาทำชะลอม”


สู้ชีวิตตั้งแต่เด็ก พอโต ทำสารพัดอาชีพ!

“เราสู้มาตั้งแต่เล็กๆ เลย เตี่ยเป็นพ่อหม้าย แม่ตายเมื่อฉันยังจำหน้าไม่ได้ เราก็เลยลำบากเรื่อยมา (ถาม-ป้าทำอะไรมาบ้าง?) ชีวิตพอได้ครอบครัวปุ๊บ ก็เป็นช่างประจำอู่ที่นครปฐม วันละ 90 บาท พอลูกสาวโต 5 ขวบ ก็ต้องส่งเข้ากรุงเทพฯ ไปเรียนประจำ เราก็ต้องเริ่มงานใหม่ เราต้องเริ่มขายของ ขายเป๊บซี่ กล้วยฉาบ ถั่วต้ม อ้อยควั่น ลูกชิ้นย่าง เราต้องเริ่มทำ ขายคืนหนึ่งได้กำไรตั้ง 300 แล้วเข็นสาลี่ไป 4 กิโล ไปกลับ 8 กิโล เพื่อไปขายงานหนังกลางแปลง งานศพใครเขาก็จะมีหนัง เราก็จะไปงานนั้น ทำสารพัดอาชีพ ให้มันได้ตังค์ขึ้นมา เพราะลูกเราต้องใช้เยอะ”


ด้านสำรวย ภู่ระหงษ์ สามีป้าตุ๊ พูดถึงการใช้ชีวิตกับภรรยามาหลายสิบปีว่า“อยู่กันมา 50 กว่าปีแล้ว ลูกสาว 50 กว่าแล้ว (ถาม-สำหรับลุง ป้าเป็นคนยังไงบ้าง?) ป้าเป็นคนใจกว้าง เข้าใจง่าย ไม่ค่อยมีอะไรมากมาย เป็นคนดีคนหนึ่ง (ถาม-ในวัยทำงาน ป้าแกทำอาชีพอะไร?) ไม่มีอาชีพเป็นหลัก แต่ก่อนนี้ทำนากัน ปลูกถั่วปลูกอ้อยขายกัน มีอะไรก็เอาไปขาย ขายของตามงานวัด ตรุษจีน สงกรานต์”


ลุงสำรวยและป้าตุ๊ช่วยกันทำงาน จนสามารถมีอู่ซ่อมรถของตัวเอง ไม่เท่านั้น ยังต่อยอดด้วยการทำธุรกิจรถโดยสารประจำทาง ทำให้ฐานะครอบครัวมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ“(ถาม-ในแง่ชีวิตครอบครัวการงาน ถือว่าประสบความสำเร็จไหม?) มันก็ 80% (ถาม-ขายถั่วขายอ้อยตามงานหนังกลางแปลง สร้างตัวมาจนมีรถโดยสาร 4 คัน?) ใช่”


“ทุกวันผมไม่ค่อยเก็บตังค์ ให้ป้าตุ๊เก็บ สมัยทำรถ ทำอู่ ให้เขาเก็บตังค์ เป็นคนวิ่งซื้อของ ส่วนผมเป็นคนอยู่บ้าน รับงาน รับแขก เราต้องการอะไร ก็เขียนๆ ให้ตังค์ เขาเป็นคนวิ่งไปซื้อ ทีนี้พอทำอู่ไม่ไหว ก็มาอย่างนี้ ก็มาทำเชื่อมอย่างนี้ พอได้เลี้ยงตัวได้”


ป้าตุ๊ เข้าใจชีวิต แม้ในวันที่ “มะเร็ง” มาเยือน!

“(ถาม-เห็นบอกว่ามีโรคประจำตัว?) คือมะเร็งขั้นสุดท้าย รักษาไม่หาย เป็นมา 16 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2554 (ถาม-เราได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์การเป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย?) มะเร็งระยะนี้ เราบอกว่า มึงอาศัยกูเบาๆ หน่อยนะ มึงพึ่งกู กูพึ่งมึง อย่าไปคิดเยอะ (ถาม-คนเรารักชีวิต พอรู้ว่าตัวเองป่วยเจียนตาย ความเครียดมันต้องมี?) มี เราก็บอกว่า ต่างคนต่างพึ่งไป เดี๋ยวเวรกรรมมันมีจริง กูทำบุญมามากแล้วแหละ เผื่อกูจะรอด”


แม้โรคมะเร็งจะทำให้ป้าตุ๊ต้องตัดลำไส้ออก รวมถึงให้เคมีบำบัด แต่ป้าก็ไม่อยากให้คนรอบข้างต้องเศร้ากับอาการป่วยของป้า

“ก็ฉันเลือกว่าฉันตาย มันไม่ตายไง แล้วคนในซอยไปเยี่ยมฉันที่ รพ. ฉันยังไม่ฟื้น ตอนฟื้น ได้ยินเสียงเขาสะอื้น กูก็ลืมตาไม่ได้อีก พอลืมตา มองรอบเตียง คนเยอะ เลยบอก จิ๊บๆ กูไม่ตายง่ายๆ หรอก คนก็ฮากันไป คนมาเยี่ยมก็ไม่ร้องไห้แล้ว”


วัยเกษียณเป็นวัยที่หลายคนเลือกหยุดพักหรือพักผ่อนจากการทำงานมาหลายสิบปี แต่สำหรับป้าตุ๊ นี่คือเวลาที่ป้าเริ่มงานใหม่ เพื่อสร้างความหมายให้กับชีวิต ด้วยการปีนต้นตาลเพื่อนำใบตาลมาสานชะลอมขาย


“(ถาม-เคยประสบอุบัติเหตุจากการปีนต้นตาลไหม?) ไม่เคย (ถาม-ป้าเก็บมาทำชะลอมได้กี่อัน?) ยอดนี้ประมาณ 12 ลูก ลูกใหญ่ๆ ประมาณ 3 ลูก (ถาม-หลังจากได้ใบตาลมา เราต้องทำอะไรต่อ?) ก็กรีดให้เสมอ (ถาม-ป้าไปเอาความรู้มาจากไหน?) ครูพักลักจำ เขาจ้างวันละ 90 บาทไปเรียน ชาวบ้านไปเห็นก็ 90 บาท ฉันไปเห็น 90 บาท และฉันได้วิชามา”


“(ถาม-งานพวกนี้มองในแง่ของใช้ก็มีคุณค่าสำหรับใช้ในครัวเรือน แต่สำหรับป้ามันมีคุณค่ายังไงบ้าง?) มีคุณค่า 1.เราได้ทำเพลินๆ 2.เอาไปแล้ว เราก็ไปคุยกับแขกได้ ใครจะมาซื้อ เราก็โอเคนะ เราได้ยิ้มทั้งวัน เรามีความสุขตรงเราได้ยิ้ม หากเราไม่มีตัวนี้ไป ใครจะถาม ใครจะคุยกับเราล่ะ การได้ยิ้ม ได้หัวเราะ คือการขยายปอด ฉันนี่ไอทุกวันนะ แต่โรคปอดฉันไม่มีเลย หมอคลินิกบอกว่า ป้าไม่ต้องมาแล้ว ยาฉีดไม่มีแล้วแหละ”


จาก “ครูพักลักจำ” สู่ “วิทยากรสอนงานจักสาน”!

“โรงเรียนดังๆ เขาเชิญมาสอนที่ ณ สัทธา (ถาม-ป้าเป็นวิทยากรสอนงานจักสานด้วย?) ใช่ บางทีก็เอาไปสอนใกล้ๆ บ้าน โรงเรียน กศน. และผู้สูงอายุ (ถาม-พยายามถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ให้คนทั่วไป?) อยากให้เป็น เราอายุเยอะแล้วนะ จะอยู่ได้อีกสักกี่วัน เดี๋ยวความรู้ก็หายอยู่กับเราหมด เสียดาย อยากจะถ่ายทอดให้ไปเป็นสเต็ปไปเลย”


พร้อมถ่ายทอดวิชาจักสานให้ผู้สนใจได้เรียนรู้!

“(ถาม-งานจักสานไม่ได้เป็นสิ่งที่คนจำเป็นต้องใช้ ถ้าวันหนึ่งมันต้องสูญหายไป หรือไม่มีคนมาสานต่อ รู้สึกยังไง?) มันก็เสียใจนะ นี่ก็ยังคุยกับคนที่มาเที่ยวว่า อยากมีญาติเพชรบุรีสักคน อยากไปปล่อยความรู้ที่โน่น (ถาม-เพราะที่โน่นตาลเยอะ?) ที่โน่นเป็นต้นตาลอนุรักษ์ เขาสงวน ที่นี่เมื่อก่อนมันเยอะกว่าเพชรบุรี แต่ตอนนี้เขาทำเป็นสวนมะพร้าวหมด ส่วนมะพร้าวที่นี่มากๆๆๆ ของประเทศไทย มะพร้าวน้ำหอมส่งออก ที่นี่เขาโค่นต้นตาลทิ้งหมด (ถาม-ถ้าใครดูอยู่ แล้วอยากมาเรียนรู้กับป้า?) ได้เลย”


“(ถาม-คนเราบางทีมันมีเวลาของชีวิต ถ้าวันหนึ่งถึงวันที่เราต้องจากโลกนี้ไป อยากให้คนรู้จักป้าหรือพูดถึงป้าว่ายังไง?) อยากให้พูดว่า ยายตุ๊ตายไปแล้ว เราต้องไปงานศพเขานะ เขาเคยมาช่วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ เขาเคยมาช่วยทำงานอย่างนี้ เพราะจริงๆ เป็นอย่างนั้น (ถาม-ให้คนจดจำสิ่งดีๆ ที่เราทำกับผู้คนไว้?) ใช่ เรื่องที่แย่ๆ ฉัน ในชีวิตฉันไม่เคยปรากฏเลย กระทั่งหมา ยังไม่เคยด่า”


ความสุขของป้าตุ๊ คือ การอยู่อย่างมีคุณค่า-ไม่ต้องพึ่งพาใคร!

v“(ถาม-ความสำคัญของการมีชีวิตของคนสูงอายุ อะไรสำคัญบ้างสำหรับป้า?) ความคิดเราบวกตลอด เราจะมีความสุข ที่สำคัญเราคิดบวกตลอด เราอย่าไปคิดลบ คิดบวก เดี๋ยวทำอันโน้นดีนะ อันนี้ดีนะ เราจะมีความสุข ไม่ใช่เราอยู่แบบไร้คุณค่า เราทำมาหากินแบบนี้ ไม่ต้องพึ่งใคร คนอื่นก็ไม่เดือดร้อน เราทำแบบนี้ มีความสุขก็โอเค ครอบครัวเราก็อยู่อย่างสบาย โอเค”


ชีวิตป้าตุ๊ไม่เคยเหงา ไม่เคยท้อ!

“(ถาม-ทุกวันนี้สุขภาพป้าเป็นยังไงบ้าง?) ก็โอเค สมองอย่างเดียวไม่อยากเลย ฉันเบื่อเหมือนกัน นอนพอตื่นมา จะคิดเดี๋ยวจะทำอะไรวะ งูกินเขียดเมื่อคืนขายดี เดี๋ยวต้องลอกนี่ก่อน ลอกเสร็จ เดี๋ยวนักข่าวมา จะต้องทำใบตาลขึ้นตาล มันจะเสียเวลา เอาไปฉีกข้างในเอามาทำหัว ทำหัวข้างใน แล้วพรุ่งนี้ก็มานั่งถัก (ถาม-ป้าเคยเหงาไหม?) ไม่นะ ฉันแส่ไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยว่าง ก็เลยไม่ค่อยเหงา (ถาม-หลายคนเข้าสู่วัยชรา บางทีท้อ ป้าเคยไหม?) ฉันนับขึ้นหน้า ฉันนับแบบนาฬิกาเดินไปเรื่อยๆ นาฬิกาใครเดินถอยหลัง ฉันดูนาฬิกาเดิน 24 ชม. ฉันจะดูแบบนี้”


หากท่านใดต้องการอุดหนุนชะลอมจากใบตาลของป้าตุ๊ สามารถไปอุดหนุนได้ที่ณ สัทธา อุทยานไทย อ.บางแพ จ.ราชบุรี หรือหากอยากเรียนรู้ภูมิปัญญาการสานชะลอมจากใบตาลกับป้าตุ๊โทรไปได้ที่ 081-704-5973


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“นาฬิกา…ที่ไม่เคยนับเวลาถอยหลัง”
https://www.youtube.com/watch?v=ooLmKhCcJVs


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos