“ไฮโซน้ำหวาน” แถลงทั้งน้ำตา ลั่นอยากหย่าเพราะเสียใจ “นาวิน ต้าร์” ไม่เทกแอ็กชั่น ไม่ปกป้องศักดิ์ศรีเมีย ไม่ใช่เรื่องหึงหวง รับโมโหจนสติหลุดจริง จวกคู่กรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ใช้มือจับขยับหน้าอกในที่ประชุม
กลายเป็นดรามาร้อนฉ่า ทำเอาขาเผือกนั่งไม่ติดเก้าอี้ สำหรับกรณี “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี พยัคฆบุตร” ระเบิดกลางไลฟ์สด แฉพฤติกรรม “นักไลฟ์มืออาชีพ” รายหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พยายามยั่วยวนสามีในที่ประชุม ระหว่างที่ตนเองไม่อยู่ รวมทั้งฉะสามี “นาวิน ต้าร์” นาวิน เยาวพลกุลที่ไม่ห้ามปราม มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าตัว ขณะที่ “โค้ชส้ม”สาวที่ถูกพาดพิง ออกมาเผยความจริงอีกมุม ยันได้โทร.เคลียร์แล้ว ก่อนแฉน้ำหวานจะให้ไปขอโทษที่บ้าน ไม่อย่างนั้นจะฟ้อง เรื่องราวบานปลายถึงขั้นไฮโซน้ำหวาน คิดหย่าสามี ทำชาวเน็ตมองว่าเจ้าตัวหึงหวงเกินเรื่องไปหรือไม่
ล่าสุด น้ำหวาน ควง ทนายประพันธ์ เย็นสุข เปิดใจ ณ ร้านบ้านก้ามปู ซ.โยธินพัฒนา 3 เลียบด่วนรามอินทรา ลั่นโมโหจนอยากหย่าผัว ไม่ให้เกียรติแทนที่จะห้ามหรือยุติการประชุม พร้อมแฉ “โค้ชส้ม” ใช้มือจับขยับหน้าอกตลอดเวลาประชุม ตัวสั่น และพูดจาทำให้นาวิน ต้าร์อึดอัด ต้องออกจากห้องประชุม
“ในฐานะภรรยา น้ำหวานทำงานตั้งแต่อายุ 19 ปี มีประสบการณ์การทำงาน ประชุมงานมาตลอด แต่งงานกับคุณต้าร์ใช้ชีวิตด้วยกัน ทำงาน ประชุมงานทั้งในและต่างประเทศร่วมกันมา 10 ปีแล้วเกือบทุกวัน เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องแบบนี้เลยในชีวิต
ในการอยู่ร่วมกับแฟนคลับของคุณต้าร์ น้ำหวานจัดงานวันเกิดให้เขาทุกปี ก็จะมีแฟนคลับเข้ามาร่วมด้วยโดยตลอด ไปไหนมาไหนเราพบเจอกับแฟนคลับตลอด
น้ำหวานเป็นคนไทย อยู่ในสังคมไทยเข้าใจมาตรฐานของความเหมาะสมเป็นอย่างไร กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้ำหวานไม่เคยเจอ น้ำหวานมองว่ามันไม่ใช่พฤติกรรมทั่วไปที่จะต้องมารับในฐานะภรรยา ไม่ควรจะต้องมาเจอ สิ่งที่น้ำหวานรับไม่ได้คือคำพูด คำว่า 'สามีแห่งชาติ'คือคำพูดที่น่ารัก เวลามีข่าวคุณต้าร์ ก็จะมีคำว่าสามีแห่งชาติประจำ”
แจกแจงความรู้สึกคำว่า “สามีแห่งชาติ” และ “ผัวของทุกคน” และพฤติกรรมคู่กรณีนักไลฟ์ไม่เหมาะสม คอยจับและขยับหน้าอกอยู่ตลอดเวลาที่ร่วมประชุม
“มีคนเข้ามาพูดกับน้ำหวานโชคดีจังเลย มีสามีเป็นคุณนาวินตาร์ สามีแห่งชาติ คำนี้รับได้ เป็นคำที่น่าชื่นชม แต่คำว่าผัวทุกคน ทุกคนอยากได้เป็นผัว ไม่เคยเจอใครพูดคำนี้ต่อหน้าสามี จนสามีต้องหันหนี ถ้าคำพูดเฉยๆ น้ำหวานอาจจะยังรับได้ แต่ด้วยกิริยา บริบทต่างๆที่เห็นในคลิปตลอดการประชุม น้ำหวานเชื่อว่าถ้าคุณเป็นภรรยาสักคนนึง แล้วมีคนมาพูดกับสามีแบบนั้นด้วยกิริยาแบบนั้น น้ำหวานเชื่อว่าผู้หญิงไทยทุกคนรวมถึงผู้หญิงทั่วโลกไม่มีใครรับได้
พฤติกรรมเขาคือเขาจับหน้าอกตัวเองแล้วขยับตลอดเวลา แล้วประสบการณ์ที่คุณเป็น CEO คุณมืออาชีพ การพรีเซ็นต์งาน เราจะต้องหยุดพักประชุมหลายๆ ครั้งเนื่องจากสบตาแล้วตื่นเต้น รู้สึกสั่น ทนไม่ไหว มันคืออะไรคุณต้าร์ประชุมแทนน้ำหวานมาตลอด 9 ปี ก็ไม่มีอะไร พฤติกรรม คำพูดของเขาทำให้น้ำหวานไม่สบายใจ”
โกรธมากขึ้น หลังคุยกับสามีแล้วเขาบอกกระอักกระอ่วน อึดอัดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“จากที่น้ำหวานได้ข้อมูลจากสามี คุณต้าร์กระอักกระอ่วน เขาอึดอัด น้ำหวานโกรธมาก ทำไมเขาปล่อยให้ตัวเองกระอักกระอ่วนทั้งๆ ที่เวทีนั้นคือบริษัทเรา ในทางกลับกันถ้ามีผู้ชายมาพูดแบบนั้นกับน้ำหวาน น้ำหวานจะบอกว่าน้ำหวานเป็นภรรยาของคุณนาวิน ต้าร์ น้ำหวานมีสามีคนเดียว เชิญค่ะ ประตู
อันนี้น้ำหวานโทษสามีตัวเองนะคะในขณะที่ตัวเองอึดอัด คนในห้องประชุมอึดอัดแต่ก็ยังปล่อยให้การประชุมดำเนินไป ตัวน้ำหวานไม่ได้อยู่ตรงนั้นและไม่ได้ไปถามอะไรด้วย การประชุมมันก็เหมือนทุกๆ วัน แต่วันนั้นมีคนอึดอัด รู้สึกว่าเหตุการณ์ตรงนั้นไม่เหมาะสมจึงได้ข้อมูลมา มีการไปถามคนกลางเขาก็รู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม ไม่สมควร”
ยันไม่เคยบอกว่าจะฟ้องคู่กรณี
“น้ำหวานไม่มีเบอร์โทร.เขา ไม่เคยติดต่อเขา มีคนกลางคอยประสานให้ ก็คือที่ปรึกษาทางธุรกิจของน้ำหวาน คนกลางเขาก็อยากให้ขอโทษ ซึ่งเขาตอบกลับมาว่ากลัวน้ำหวานกระทืบ ซึ่งน้ำหวานไม่ได้ถูกเลี้ยงมาในสังคมที่จะต้องไปทำร้ายใคร ซึ่งไม่มีคำว่าจะฟ้องเกิดขึ้นเลย มีแต่บอกว่าให้สังคมตัดสินเอาเอง คำพูดทุกอย่างถ้าน้ำหวานพูดไม่จริงฟ้องได้เลย”
ร้องไห้เล่าที่ออกมาไลฟ์เพราะเสียใจ ไม่ใช่เพราะหึงหวงแต่รู้สึกว่าสามีไม่เทกแอ็กชั่นปกป้องตนฐานะภรรยาที่ต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้าน 3 คน
“ที่น้ำหวานออกมาไลฟ์ เพราะรู้สึกเสียใจ น้ำหวานไม่ได้ให้ค่าคนอื่น นอกจากสามี ถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น (น้ำตาคลอ)ตลอดระยะเวลาที่แต่งงานกันมา พี่ต้าร์ต้องปกป้องน้ำหวาน แต่พี่ต้าร์ปล่อยให้เหตุการณ์มันเลยเถิดมาแบบนี้ได้ยังไง น้ำหวานมองว่ามันเป็นความผิดของสามี น้ำหวานเสียใจตรงจุดนี้ ในฐานะของแม่ของลูก 3 คนที่ทำงานอยู่ที่บ้าน
ตั้งแต่แต่งงานกันมา น้ำหวานให้เกียรติพี่ต้าร์ ไม่เคยเช็กโทรศัพท์ หรือจะไปไหนกับใครไม่เคยถาม เราอยู่กันด้วยความไว้ใจ ก็อยากจะให้เห็นใจในมุมน้ำหวานบ้าง น้ำหวานไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้และไม่พร้อมที่จะรับ น้ำหวานผิดหวังกับเขาน้ำหวานผิดอะไรที่นั่งเลี้ยงลูกงกๆ อยู่บ้าน ทำงานนอนวันละ 3 ชั่วโมง
น้ำหวานให้เกียรติสามีมาตลอด ถ้าเป็นแค่เรื่องหึงมันคงเกิดเรื่องไปนานแล้ว ผู้ชายอย่างพี่ต้าร์เขามีเกียรติพอที่น้ำหวานจะให้เกียรติและวางใจได้ แต่วันนี้ที่มันเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะหึงไม่ได้รู้สึกว่าเขาจะไปชอบคนนี้
น้ำหวานให้ค่ากับครอบครัว สามี ลูก แค่นั้น แต่ทำไมเขาไม่เด็ดขาดในสถานการณ์ตอนนั้น แต่ปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้น ตอนนี้กับคุณต้าร์เราคุยกันไม่ได้ มีคุณพ่อคุณแม่มาคุยให้ถึงยังมีครอบครัวเราอยู่ในตอนนี้มันเป็นเหตุการณ์ที่ครอบครัวเราไม่เคยเจอ คุณพ่อคุณแม่พี่ต้าร์ก็บอกไม่เคยเจอ มันรับกับสถานการณ์ยาก”
โมโหอยากหย่าสามี ยอมรับตัวเองเหมือนคนบ้าสติหลุด
“น้ำหวานโมโห โกรธ เสียใจ ทำไมสามีถึงไม่เทกแอ็กชั่นให้เรา สามีเราต้องปกป้องเรา มันไม่ใช่ว่าสามีของน้ำหวานเป็นศิลปิน เป็นคนของประชาชน แต่ไม่ใช่น้ำหวานจะรับได้ทุกกรณี สังคมเรามีมาตรฐานเพียงพอ ทุกคนน่าจะเข้าใจโดยเฉพาะผู้หญิงที่มีสามีแล้ว คุณไม่ให้เกียรติสามีคุณเลยเหรอ
คำว่าสามีแห่งชาติ กับผัวของทุกคน มันต่างกันนะคะ สามีแห่งชาติ คือเขามองว่าผู้ชายคนนี้ดี อยากได้สามีในอุดมคติที่มีลักษณะแบบนี้ แต่ไม่ใช่อยากได้คนๆ นี้มาเป็นผัวของตัวเอง ลักษณะการสื่อสารมันต่างกันนะ
ที่ไปสำนักงานเขต ตอบตรงๆ ตอนแรกจะไปหย่า คือวันนั้นพี่ต้าร์ก็ต้องไปเพราะน้ำหวานไม่ยอม แต่เขาบอกว่าต้องมีพยาน ซึ่งไม่มีใครเป็นพยานให้ น้ำหวานเลยโทร.ตามคุณพ่อคุณแม่พี่ต้าร์ เขาก็พูดให้คิด ยอมรับว่าตอนนั้นเหมือนคนบ้า อาจจะหุนหันพลันแล่น มันรับไม่ได้จริงๆตอนนี้น้ำหวานขออยู่ในจุดที่หาสติของตัวเองให้ดีกว่านี้ แนวคิดน้ำหวานเองยังไม่เปลี่ยนใจที่จะหย่า แต่ตอนนี้เรายังเป็นสามีภรรยากันอยู่นะคะ”
ตอนนี้ยังเป็นสามีอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน สงสารพ่อแม่ที่ต้องมาช่วยแก้ปัญหาครอบครัวให้
“ความเชื่อใจกันในตอนนี้ น้ำหวานยังไม่มีสติพอ เลยขอไม่ตอบอย่างมั่นใจได้ ตอนนี้มันเสียใจ มันไม่รู้ตัวเอง ที่เสียใจคือพี่ต้าร์ไม่เทกแอ็กชั่นเพื่อน้ำหวาน เพื่อครอบครัว (ยังอยู่ห้องเดียวกัน?) ตอนนี้เรายังใช้ชีวิตอยู่ในบ้านด้วยกัน มีคุณพ่อคุณแม่ของเราทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วย พี่ต้าร์เขาก็พยายามง้อ น้ำหวานอาจจะไม่ได้ตัดสินใจถูก คนทุกคนมีอารมณ์ ก็คงจะต้องให้เวลาน้ำหวานหน่อย ยังสติหลุด ยังโกรธพี่ต้าร์อย่างมาก ก็จะพยายามหยุดตัวเองก่อน
ตอนนี้รู้สึกสงสารคือสงสารคุณพ่อคุณแม่ของทั้งพี่ต้าร์และน้ำหวาน ท่าน 70 - 80 กันแล้ว ท่านก็อยากจะประคองชีวิตคู่ของลูกๆ ช่วยเราแก้ปัญหา ก็รู้สึกผิดกับพ่อแม่สามี”
ไลฟ์แค่อยากระบายไม่ได้อยากเป็นกระแส
“(คนมองมันเป็นเรื่องในครอบครัว ทำไมเอามาทะเลาะกันผ่านสื่อ?) ด้วยตัวน้ำหวานไลฟ์ขายของทุกวัน ซึ่งคนมาดูไลฟ์ส่วนใหญ่เป็นคนที่รู้จักและสนิทกัน ที่สามารถนัดกินข้าวกันได้ตลอด เป็นสังคมเล็กๆ ที่เราคุยได้ทุกเรื่อง ก็เลยเหมือนมาเล่าให้คนรู้จักฟัง แค่ระบาย เพราะก็ไม่รู้จะไปพูดกับใคร
ธุรกิจน้ำหวานไม่จำเป็นต้องใช้กระแส ขายของในไลฟ์ก็ขายขาดทุน ขายของตามอารมณ์ ที่ไลฟ์เพราะเราเครียดมาจากงานหลัก ทุกวันนี้ออฟฟิศไม่มีใครอยากให้น้ำหวานไลฟ์เพราะทำบริษัทติดลบ ไม่ได้ไลฟ์เอากระแสแน่นอน และน้ำหวานไม่ได้รับจ้างไลฟ์ ปักตะกร้าใดๆ น้ำหวานไม่มีเหตุผลจะต้องเอาเรื่องครอบครัวมาสร้างเรื่องโกหกเพื่อให้ครอบครัวเราดังในทางที่ไม่ดี น้ำหวานไม่เอาครอบครัวมาแลกน้ำหวานมีแต่ความจริง แล้วถ้าน้ำหวานพูดอะไรที่ไม่จริง ฟ้องมาได้เลย มีคำไหนที่น้ำหวานโกหกโดยเฉพาะคำว่าผัวของทุกคน ใครก็อยากได้ อันนี้มีทั้งพยานบุคคลและพยานคลิป”
มองสามีออกมาเทกแอ็กชั่นแล้ว เป็นคำพูดที่ใครก็พูดได้ ควรทำตั้งแต่เกิดเรื่อง
“เอาจากใจเลยนะ คำพูดใครก็พูดได้ มันผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้วที่ไม่ได้เทกแอ็กชั่น แต่ถ้าทำก็รู้สึกดี ก็รอดู ส่วนลูกๆ ที่อาจจะมาเห็นคลิปในวันข้างหน้าหรือเปล่า น้องๆ ยังเด็กอยู่เขาไม่เข้าใจเรื่องนี้ รวมถึงโรงเรียนน้องที่เขาโฟกัสการเรียน เรื่องเล่น สังคมเขา ไม่ได้มาโฟกัสเรื่องครอบครัว ส่วนตัวมองว่ามันเป็นชีวิตที่ต้องเจอ เราก็แก้ไขปัญหากันไป เราอธิบายได้อยู่แล้ว
น้ำหวานจะพยายามใจเย็นลง คิดก่อนว่าน้ำหวานผิดอะไรตรงไหนหรือเปล่า ที่เป็นอยู่ในความเป็นภรรยา น้ำหวานเชื่อว่าไม่น่าจะมีภรรยาคนไหนแฮปปี้ที่สามีไม่เทกแอ็กชั่นเพื่อเรา มีจุดนึงที่น้ำหวานลืมไปก็คือพี่ต้าร์เป็นคนช้า เขาจะเป็นคนประมวล ในวันนั้นถ้าเป็นเรา เราจัดเลย แต่สำหรับเขาบอกเขาไม่ใช่พ่อแม่ ไม่ใช่พนักงาน ไม่ใช่ญาติเขา เขาไม่จำเป็นต้องไปอบรม จะต้องไปแจ้ง”