xs
xsm
sm
md
lg

ปิดฉากยิ่งใหญ่ “คอบร้าโกลด์ 2026” ที่ลพบุรี สาธิตยิงจริง CALFEX เสริมแกร่งความมั่นคงอินโด–แปซิฟิก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ลพบุรี - กองทัพไทยร่วมกองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตร จัดพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม “คอบร้าโกลด์ 2026” ที่สนามฝึกบ้านดีลัง จ.ลพบุรี พร้อมสาธิตการฝึกยิงจริงแบบผสมเหล่าทัพ (CALFEX) โชว์ขีดความสามารถยุทโธปกรณ์และการปฏิบัติการร่วม เสริมความมั่นคงและความร่วมมือทางทหารในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก

วันนี้ ( 6 มี.ค.) พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย นายฌอน เค. โอนีลล์ (Sean K. O’Neill) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และพลตรี วิลเลี่ยม เจ. เพรนเดอร์แกสต์ ที่ 4 (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 40 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดนรัฐแคลิฟอร์เนีย ร่วมเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม “คอบร้าโกลด์ 2026” พร้อมชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (Combined Arms Live Fire Exercise : CALFEX) โดยมีผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุดจากประเทศมิตร และผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างพร้อมเพรียง ที่สนามฝึกทางยุทธวิธีบ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงในครั้งนี้ เป็นการผสมผสานกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี โดยมีการปฏิบัติการสำคัญหลายรูปแบบ อาทิ การกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง การขัดขวางทางอากาศ การยิงเตรียมและยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่ การเจาะช่องเปิดเส้นทางของทหารช่าง การเคลื่อนที่ประกอบการยิง การโจมตีทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด ตลอดจนการเข้ายึดที่หมาย

นอกจากนี้ ยังมีการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการฝึกร่วม/ผสมระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐอเมริกาในรูปแบบดังกล่าว โดยยุทโธปกรณ์สำคัญที่เข้าร่วมการฝึก ได้แก่ เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพไทย อากาศยานไร้คนขับแบบ Neros และยานเกราะล้อยางแบบ Stryker ของกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพไทย

ทั้งนี้ การฝึกร่วม/ผสม “คอบร้าโกลด์” ถือเป็นการฝึกทางทหารที่มีประวัติยาวนานที่สุดรายการหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นที่กองทัพสหรัฐอเมริกาและประเทศมิตรมีต่อกองทัพไทย โดยการฝึกในครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพล ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีทางทหาร

นอกจากนี้ การฝึกยังครอบคลุมมิติใหม่ ๆ ทั้งด้านอวกาศและไซเบอร์ รวมถึงการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติการร่วม/ผสม เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามในทุกรูปแบบ ตลอดจนสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก และร่วมกันรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคให้มั่นคงสืบไป.