xs
xsm
sm
md
lg

ลาวเปิดแล้วสนามบินสากลสามเหลี่ยมทองคำ รับได้ทั้งเครื่องแอร์บัสA320-โบอี้ง737 เชื่อมไทย-จีน-เวียดนาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงราย – สปป.ลาว ตัดริบบิ้นลั่นฆ้องเปิดแล้ว “สามบินสากลบ่อแก้ว” หลังกลุ่มทุนโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ทุ่มสร้างมาตั้งแต่ปี 2563 จนแล้วเสร็จ การันตีรองรับได้ทั้งเครื่องแอร์บัส A320-โบอิ้ง737 เชื่อมการเดินทางสามเหลี่ยมทองคำ-ไทย-จีน/ฮ่ององ-เวียดนาม



รายงานข่าวจากชายแดนไทย-สปป.ลาว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย แจ้งว่า นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนยกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด "สนามบินสากลบ่อแก้ว" อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 6 มี.ค.69 เป็นต้น หลังโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้ามแม่น้ำโขงกับ อ.เชียงแสน ได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2563 จนแล้วเสร็จ

โดยมีนายสมสะหวาด เล่งสะหวัด อดีตรองนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น นายเหล็กไหล สีวิไล รมว.โยธาธิการและขนส่ง พลจัตวา แป้นคำ บุดจันแพง เลขาธิการคณะบริหารงานพรรคแขวงบ่อแก้ว ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเขตเศรษฐกิจดังกล่าวเข้าร่วมในพิธี ซึ่งมีการมอบใบรับรองการเป็นสนามบินสากลอย่างเป็นทางการ พร้อมประกอบพิธีลั่นฆ้อง 9 ครั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล

นายเหล็กไหล กล่าวว่าการพัฒนาการบินพลเรือนถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของ สปป.ลาว โดยเฉพาะด้านการค้า-การท่องเที่ยว เพื่อรองรับนโยบายการเชื่อมโยงภูมิภาคตามแผนพัฒนาประเทศปี 2026-2030 ซึ่งตั้งเป้าคือต้องการเพิ่มการขนส่งทางอากาศเฉลี่ยปีละประมาณ 0.8%

ด้านนางเทียนทอง โสภา ผู้อำนวยการสนามบินสากลบ่อแก้ว ได้กล่าวรายงานว่าสนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านใหญ่สีเมืองงาม เมืองต้นผึ้ง อยู่ห่างจากศูนย์กลางเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสนามบินขนาดกลางตามมาตรฐาน Code 4C สามารถรองรับอากาศยานขนาด Airbus A320 หรือ Boeing 737 ได้


โดยมีทางขับ (Taxiway) จำนวน 3 เส้น ได้แก่ Alpha, Bravo และ Charlie พร้อมลานจอดอากาศยานขนาดประมาณ 130 x 220 เมตร รองรับหลุมจอดรวม 4 หลุม สามารถจอดเครื่องบิน A320 หรือ B737 ได้พร้อมกัน 2 ลำ และเครื่องบินขนาดเล็กอย่าง ATR-72 หรือ MA-60 อีก 2 ลำ

ด้านอุปกรณ์ภาคพื้นมีการเตรียมความพร้อมทั้งรถบันไดขึ้นลงเครื่องบิน รถเติมน้ำมันและรถถ่ายน้ำเสีย รถสายพานลำเลียงสัมภาระ รถลากจูงอากาศยาน และรถนำทาง (Follow Me) รวมถึงมีการเตรียมรองรับอากาศยานรุ่น C-909 ในอนาคต

ส่วนอาคารผู้โดยสารมีจำนวน 1 หลัง แบ่งพื้นที่ให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีเคาน์เตอร์เช็คอินสำหรับสายการบินภายในประเทศ 8 เคาน์เตอร์ และระหว่างประเทศ 10 เคาน์เตอร์ พร้อมประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) จำนวน 4 ประตู และสะพานเทียบเครื่องบินหรือ “งวงช้าง” จำนวน 2 ชุด รองรับผู้โดยสารในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ 250 คน สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และ 384 คนสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ รวมทั้งมีห้องรับรองพิเศษ VIP Lounge


ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระจำนวน 10 เครื่อง เครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน 9 เครื่อง เครื่องตรวจแบบมือถือ 30 เครื่อง และเครื่องตรวจวัตถุระเบิด 2 เครื่อง พร้อมระบบควบคุมการเข้าออกด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

ซึ่งจากการวิเคราะห์ศักยภาพคาดว่าจะเชื่อมโยงการเดินทางได้ทั้งนครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง หัวพัน เชียงขวาง จำปาสัก และสะหวันนะเขต ส่วนระหว่างประเทศมีศักยภาพเชื่อมต่อกับทั้งภูมิภาคทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ของประเทศไทย กรุงฮานอย และโฮจิมินห์ ของประเทศเวียดนาม คุนหมิง กวางโจว และฮ่องกง ของประเทศจีน ฯลฯ.