“ไฮโซน้ำหวาน” ซัดเดือด อ้างมีคลิปลับเสียงครวญคราง อึดอัดเปิดไม่ได้ ท้าดูหลักฐานถึงบ้าน ด้าน “นาวิน ต้าร์” ลั่นขอทุบด้วยไม้กระบองทีเดียวให้บี้เหมือนตีแมลงวัน ลั่นเปิดหรือไม่เปิดวิดีโอไม่ได้สำคัญ ไม่ใช่หน้าที่ทุกคนที่จะได้ดูสิ่งนี้! ฟาก “โค้ชส้ม” ประกาศยินดีให้เปิดคลิปเลย โหนกระแสติดต่อแล้ว พร้อมเคลียร์!
เรื่องราวบานปลายยังไม่จบ กรณี “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี พยัคฆบุตร”ไลฟ์สดแฉนักไลฟ์มืออาชีพยั่วยวนสามี “นาวิน ตาร์” นาวิน เยาวพลกุล กลางที่ประชุม ระหว่างมาสอนงานที่บริษัท ต่อมา น้ำหวานตั้งโต๊ะแถลงข่าวทั้งน้ำตา ยืนยันว่านักไลฟ์มีการจับขยับหน้าอกตัวเองตลอดเวลา มีการใช้คำพูดแทะโลม เช่น พี่คือผัวของผู้หญิงทั้งประเทศ หรือ พี่เป็นผัวของทุกคน ทำให้น้ำหวานโกรธจัด หวิดหย่ากับ นาวิน ต้าร์ ไปที่สำนักงานเขตแล้วเพราะมองว่านาวิน ต้าร์ไม่ให้เกียรติตน แต่ไม่มีพยานไปด้วยเลยทำให้ไม่ได้เซ็นหย่า
ขณะที่มีการโยงว่านักไลฟ์รายดังกล่าว หมายถึง “โค้ชส้ม” โดยเจ้าตัวยืนยันว่าพูดคำว่าสามีแห่งชาติ แต่พูดในฐานะแฟนคลับที่ตื่นเต้นเพราะชื่นชอบนาวิน ต้าร์มานาน พร้อมปฏิเสธไม่ได้ยั่วยวนนาวิน ต้าร์ แฉฝ่ายน้ำหวานอยากให้ไปขอโทษที่บ้าน แต่ตนไม่ไป เพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังร้อนอยู่ ด้าน นาวิน ต้าร์ ได้ออกมาเผยว่าเตรียมใช้กฎหมายจัดการเพราะถูกคุกคาม
ล่าสุดคืนวันที่ 7 มี.ค. ไฮโซน้ำหวานได้ไลฟ์สดขายของพร้อมนาวินต้าร์ ก็ได้ฟาดเดือดอีกครั้ง ยอมรับว่าอึดอัดที่ตนเองถือหลักฐานเด็ดในมือ แต่เปิดเผยลงโซเชียลไม่ได้ ฟาดสามีเบาๆ ว่า ถ้าวันนั้นนาวินต้าร์ ไล่ผู้หญิงคนนั้นออกไป เรื่องก็คงไม่บานปลายมาถึงวันนี้
น้ำหวานเผยคู่กรณีเปิดได้ทุกอย่าง เปิดให้เห็นแต่มุมดีๆ แต่ตัวเองทำไม่ได้ แม้กระทั่งเสียงครวญครางยังเปิดไม่ได้เลย คิดดูว่าต้องอึดอัดแค่ไหน รวมทั้งมีภาพมือลูบไล้หน้าอกตลอดเวลา ลั่นใครอยากเห็น ให้นัดมาเลย บ้านอยูแถวเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ ก่อนย้ำ “พี่ๆ นักข่าวทุกคนเห็นคลิปนี้หมดแล้ว” ขณะที่ นาวินต้าร์ บอกว่าทุกอย่างให้คดีความดำเนินไป เดี๋ยวทุกอย่างจะเปิดออกมาเอง เราทุบด้วยไม้กระบองเลย ไม่เป็นไร ทุบด้วยไม้กระบองทีเดียว เอาให้แบน เหมือนเวลาจะตีแมลงวัน ก็ไม่แค่ปัด เราตีทีเดียวให้บี้เลย
โค้ชส้ม ไลฟ์ อยากเปิดคลิปก็เปิดเลย!
ขณะที่ “โค้ชส้ม” ใส่ชุดวันเกิดเหตุมาไลฟ์สดในติ๊กต๊อกในวันและเวลาเดียวกัน เพื่อให้เห็นว่าล่อแหลมไหม พร้อมประกาศอยากเปิดคลิปก็เปิดเลย เพราะมันไม่มีอะไร ตอนนี้รายการโหนกระแสเชิญไปเคลียร์ประเด็นนี้แล้ว ซึ่งตนก็ยินดีที่จะไป
พร้อมยืนยันว่าพูดคำว่าสามีแห่งชาติ ไม่ใช่ผัว มันไม่มีอะไรเลย เป็นไปตามที่ให้ข่าวไปแล้ว ขออนุญาตไม่พูดซ้ำ ไม่อยากให้ข่าวหลายสื่อ เป็นไปตามที่ส้มพูดครั้งแรก ไม่มีอะไรสำหรับส้ม ไม่มีเหตุการณ์โดนตัว หรืออยู่ใกล้ ไปสอนแล้วก็กลับ แค่นั้น งานนี้มีคนเข้ามาเมนต์ว่ามันคือการตลาด “ฝน แม่ค้าออนไลน์” ที่นั่งไลฟ์ด้วยถึงขั้นชมว่าอีนี่ฉลาด กูยกดอกเตอร์ให้เลย!
นาวิน ตาร์ ลั่นเปิดหรือไม่เปิดวิดีโอไม่ได้สำคัญ ไม่ใช่หน้าที่ทุกคนที่จะได้ดูสิ่งนี้!
ด้านนาวินต้าร์ไลฟ์ยาวเหยียด ซัดบุคคลคนนี้เข้ามาที่บริษัท ทำให้รู้สึกว่าตกเป็นเหยื่อของความหยาบคาย ต้องปกป้องศักดิ์ศรีของคน และครอบครัว ใช้มารยาทและทำกิริยาในที่ประชุมไม่เหมาะสม ที่คนปกติเขาไม่ทำกัน กระแสที่บอกว่าตนจะฟ้อง เพราะภรรยาบังคับให้ฟ้อง อยากให้เคารพการตัดสินนิดนึง ว่าทั้งหมดเป็นความต้องการของตนเอง ไม่ใช่ความต้องการของคนอื่นเลย
จะฟ้องคู่กรณี ไม่ว่าเขาจะพูดยังไง ไม่อยากให้ไปฟัง หรือให้น้ำหนัก สิ่งที่หลายคนพูด ก็เห็นถึงความจงใจ ปลุกปั่นกระแส ทำให้สร้างความเกลียดชังที่มีต่อครอบครัว ทุกอย่างเกิดการฟ้องร้องขึ้นมา ก็เป็นความต้องการของตน ควรให้เกียรติกันบ้าง ว่าสิ่งที่ตนทำ ตนก็ทำเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง รักษาศักดิ์ศรีภรรยา และครอบครัว
ส่วนเรื่องคลิปเปิดไม่เปิดไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทุกคนสนใจเพราะอยากดูว่าเป็นอย่างที่เราพูดหรือเปล่า แต่ทุกอย่างจะถูกพิสูจน์ด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้นวางใจให้เป็นเรื่องกฎหมายไป ถ้าใครอยากเห็นก็พร้อมให้เห็นในที่ส่วนตัวจะไม่มานั่งพูดว่าจะเปิดหรือไม่เปิดคลิปนะครับ
การแสดงหลักฐานที่ต้องแสดงออกมาเลย แสดงให้ใคร คุณดูแล้วได้อะไร ตนจะแสดงให้ฝ่ายกฎหมายได้ดู และพิจารณาต่อว่าควรต้องทำยังไงต่อไป ใครคิดยังไงก็คิดไป ผมไม่แคร์ ใครจะด่าผมก็ไม่แคร์ แต่ให้เป็นกระบวนการทางกฎหมายก็แล้วกัน ไม่มีอะไรให้สงสาร
มีคอมเมนต์มาป่วนเยอะ แต่ขอไม่ตอบแล้วกัน มันทำอะไรตนไม่ได้ ก็ไม่ได้แคร์ อยากพูดก็พูดไป ขอบคุณที่รับฟัง มีเรื่องจะแจ้งเท่านี้ พวกก่อกวนไปช่องหน้า และไปไกลๆ
ย้ำการกระทำของคู่กรณีทำให้รู้สึกอึดอัด ถูกละเมิด จะใช้สิทธิอันนี้ ทำให้คนๆ นี้เขาได้รู้ว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ผิด คนถามทำไมไม่พูดตั้งแต่วันเกิดเหตุ นาวินต้าร์เผยก็เป็นเรื่องที่เสียใจ เพราะตรงนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก รู้สึกตัวเองพลาดไปที่ไม่ได้จัดการคนอย่างนี้ตั้งแต่แรกๆ ที่เขาเริ่มลามเกินขอบเขตที่ควรจะทำ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนั้นคือไล่เขาออกไปเลย แต่ทุกคนตอนนั้นมีมารยาทกัน ก็กระอักกระอ่วนใจ บอกตรงๆ รู้สึกเสียใจ ไม่ได้ทำสิ่งนั้น ปล่อยให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้ กลายเป็นเรื่องสาธารณะ
ปัญหาครอบครัวเป็นไปได้ก็พยายามเคลียร์ให้จบภายในครอบครัว แต่ตอนนี้เป็นเรื่องสาธารณะแล้ว ครอบครัวเราก็เป็นของเราแบบนี้ เหมือนครอบครัวทั่วไป เราทำอะไรเราก็คิดด้วยกันปรึกษากัน เราก็เคลื่อนที่ด้วยกัน คิดด้วยกัน ทำด้วยกัน
ยืนยันอีกครั้งไม่ได้ฟ้องเพราะภรรยาบังคับให้ฟ้อง แต่เป็นความประสงค์ของตัวเอง ตอนอยู่ในห้องประชุมรู้สึกว่าถูกล่วงละเมิด คิดว่าเขาไม่ควรทำกับใครอีก
ลั่นเข้าใจว่าอยากดูวิดีโอ แต่ไม่ใช่หน้าที่ทุกคนที่จะได้ดูสิ่งนี้ เดี๋ยวถึงเวลาความจริงจะปรากฏเอง