เชียงใหม่- นายก อบจ.เชียงใหม่ สั่ง จนท.ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโดนนายก อบจ.ลำพูน ควงคู่ "ไอซ์ รักชนก" เสียดสีเรื่องไฟส่องสว่างถนนเลียบทางรถไฟคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทำคนเข้าใจผิดว่ามืดมิดเมื่อเข้าเขตเชียงใหม่ เล็งดำเนินคดีตามกฎหมายหากพบทำให้ได้รับความเสียหาย พร้อมเผยยังไม่ได้เคยได้รับการติดต่อโดยตรงเพื่อขอโทษ
จากกรณีนายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับ "ไอซ์" นางสาวรักชนก ศรีนอก แกนนำพรรคประชาชน ไลฟ์สดพาดพิงถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)เชียงใหม่ เกี่ยวกับไฟส่องสว่างบนถนนเลียบทางรถไฟ เชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดลำพูน โดยระ บุว่า หากเดินทางจากลำพูนไปเชียงใหม่โดยเส้นทางถนนเลียบทางรถไฟ หากอยากทราบว่าเข้าเขตเชียงใหม่แล้วหรือไม่ ให้สังเกตว่าหากไม่มีไฟส่องสว่างแล้ว แสดงว่าเข้าเขตเชียงใหม่แล้ว อย่างไรก็ตามปรากฏว่าเป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะพบว่าที่จริงแล้วจุดที่ไม่มีไฟส่องสว่างยังอยู่ในเขตลำพูน ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แม้ว่าในเวลาต่อมาทาง นายก อบจ.ลำพูน จะได้โพสต์เฟซบุ๊กยอมรับว่าเข้าใจผิด
วันนี้(9มี.ค.69) นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางฝ่ายทางหลวงชนบท สำนักช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)เชียงใหม่ ดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเกี่ยวกับไฟส่องสว่างบนถนนเลียบทางรถไฟในส่วนที่ อบจ.เชียงใหม่ ดูแลรับผิดชอบ พร้อมกับให้ฝ่ายนิติกร พิจารณาข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวของ นายก อบจ.ลำพูน ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความเสื่อมเสียให้กับทาง อบจ.เชียงใหม่ หรือไม่ อย่างไร ซึ่งหากสร้างความเสียหาย จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่ที่เกิดกรณีดังกล่าว ในส่วนของตัวเองยังไม่เคยได้รับการติดต่อจากทาง นายก อบจ.ลำพูน เพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือขอโทษแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับถนนเลียบทางรถไฟเชียงใหม่-ลำพูน นั้น ก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการสัญจรไปมา และบรรเทาปัญหาการจราจรระหว่างทั้งสองจังหวัด ทั้งนี้ในช่วง1-2ปีที่ผ่านมาถนนเส้นนี้เกิดความเสียหายและเส้นทางขาด 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเหมืองง่า-สารภี ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร และช่วงแยกถนนมหิดล-สถานีรถไฟเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ได้ประสานกับทางกรมโยธาธิการและผังเมือง และการรถไฟแห่งประเทศ ในการดำเนินการก่อสร้างให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 400-500 ล้านบาท และทาง อบจ.เชียงใหม่ จะให้การสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอพิจารณา.