xs
xsm
sm
md
lg

พุทธศาสนิกชนหลายพันร่วมพิธีสลายสรีระ “อดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ” ที่สำนักป่าสุญญตาราม กาญจนบุรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กาญจนบุรี - พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและต่างชาติหลายพันคน ร่วมพิธีประชุมเพลิงสลายสรีระสังขาร “อดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ” ณ สำนักป่าสุญญตาราม อ.สังขละบุรี โดยมีพระพรหมวชิรมงคล เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ ( 9 มี.ค.) สำนักป่าสุญญตาราม ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีพิธีประชุมเพลิงสลายสรีระสังขารของ พระยันตระ อมโรภิกขุ หรือ วินัย ละอองสุวรรณ อดีตพระสงฆ์ชื่อดัง โดยมี พระพรหมวชิรมงคล เจ้าอาวาส วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี

ภายในงานมีพระภิกษุ สามเณร แม่ชี รวมทั้งศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนผู้เคารพศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาร่วมพิธีจำนวนหลายพันคน เพื่อร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

สำหรับพระอาจารย์ยันตระ อมโรภิกขุ มีนามเดิมว่า วินัย ละอองสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2494 ที่บ้านต้นหาด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 8 คน ของนายรุ่ง และนางถนอม ละอองสุวรรณ เติบโตในครอบครัวที่ยึดมั่นในวิถีพุทธ

ด้านการศึกษา จบชั้นประถมจากโรงเรียนเทศบาล 1 และมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนปากพนัง ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อศึกษาต่อ และเคยเข้าสอบเตรียมทหารแต่ไม่ผ่าน ต่อมาศึกษาต่อระดับมัธยมปลาย ก่อนเข้าเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สาขาบริหารการโรงแรมและการท่องเที่ยว และเคยทำงานที่ โรงแรมดุสิตธานี อยู่ระยะหนึ่ง

ต่อมาได้แสวงหาความหมายของชีวิต ศึกษาทางปรัชญาและศาสนา พร้อมฝึกฝนสมาธิภาวนา จนตัดสินใจละเพศฆราวาสเข้าสู่การดำเนินชีวิตแบบนักบวช ถือพรหมจรรย์ในรูปแบบโยคีนุ่งขาวห่มขาว ปฏิบัติพระกรรมฐานและจาริกไปในสถานที่วิเวกต่างๆ เพื่อฝึกจิตและแสวงหาธรรม

ระหว่างนั้นได้ศึกษาธรรมกับครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิ พุทธทาสภิกขุ รวมทั้งพระสายปฏิบัติกรรมฐานอีกหลายท่าน โดยใช้ชีวิตในเพศโยคีเกือบ 4 ปี

กระทั่งวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ได้อุปสมบทที่วัดรัตนาราม (บางบ่อ) อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพระครูสถิตศรีราจารย์เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นจำพรรษาในถ้ำ ป่า และสถานที่วิเวกเป็นเวลายาวนาน รวมทั้งออกจาริกแสดงธรรมตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และบางช่วงได้เดินทางไปจำพรรษาในยุโรป

ในปี พ.ศ. 2531 ได้เดินทางไปยังรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเยี่ยมพี่สาวที่ป่วย และต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ก่อนจะได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมา

ภายหลังยังคงเดินทางเผยแผ่ธรรมในหลายประเทศ และในปี พ.ศ. 2566 ได้เดินทางกลับประเทศไทยร่วมงานฉลองอายุครบ 72 ปี ที่สำนักสุญญตาราม จังหวัดกาญจนบุรี และที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมเยี่ยมญาติโยมในหลายพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา

กระทั่งวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568 พระยันตระ อมโรภิกขุ ได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 73 ปี 4 เดือน 8 วัน ท่ามกลางความอาลัยของศิษยานุศิษย์และผู้ศรัทธาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ