xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’อ่านสถานการณ์ผิดพลาดสุดๆ ในทางยุทธศาสตร์ จึงกำลังทำให้‘สงครามอิหร่าน’ลากยาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


สมาชิกหน่วยต่างๆ ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guards Corps หรือ IRGC) เดินสวนสนามประจำปีที่บริเวณนอกกรุงเตหะราน ในภาพนี้ซึ่งถ่ายไว้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2024
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/03/iran-weathers-us-firestorm-raising-prospect-of-a-long-war/)

Iran weathers US firestorm, raising prospect of a long war
by Bilal Habib Qazi
08/03/2026

อิหร่านกำลังแสดงให้เห็นว่า แม้ถูกสหรัฐฯ-อิสราเอลกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรงยิ่ง พวกเขาก็ยังคงมีคุณสมบัติในการหยุ่นตัว นั่นคือสามารถกลับคืนเข้ารูปเข้ารอยถึงจะถูกบีบอัดแน่นหนาขนาดไหน เรื่องนี้เองกำลังมีส่วนสำคัญในการทำให้คำพยากรณ์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่าฝ่ายตนจะได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ต้องพังครืนลงอย่างไม่เป็นท่า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พุ่งเป้าเล่นงานอิหร่าน ด้วยความคาดหวังว่ามันจะเป็นการปฏิบัติการทางทหารที่เด็ดขาดและใช้เวลาสั้นๆ ทำนองเดียวกับการที่สหรัฐฯเข้าโจมตีเวเนซุเอลาเมื่อเร็วๆ นี้ ทว่าหลังจากการปฏิบัติการที่สหรัฐฯตั้งชื่อว่า “ยุทธการ มหากาพย์แห่งความโกรธเกรี้ยว” (Operation Epic Fury) ครั้งนี้ดำเนินมาได้ 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นความดุเดือดรุนแรงของการสู้รบขัดแย้ง, การแผ่ลามออกไปในทางภูมิศาสตร์, ความสูญเสียทางด้านมนุษย์, และผลสะท้อนกลับต่อเศรษฐกิจ ล้วนแต่เปิดโปงให้เห็นว่า นี่คือการคำนวณอันผิดพลาดในทางยุทธศาสตร์อย่างโจ่งแจ้งชัดเจน

สิ่งที่วอชิงตันคาดการณ์เอาไว้ว่า มันจะเป็นการใช้กำลังทหารอย่างทรงพลานุภาพทว่าอยู่ในขอบเขต กลับกำลังลามกระจายเข้าสู่พลวัตของสงครามในระดับกว้างขวางยิ่ง ซึ่งเวลานี้เป็นภัยคุกคามทั้งต่อตลาดพลังงานโลก, เสถียรภาพในภูมิภาค, และดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ระยะยาว

เมื่อตอนที่กองกำลังของสหรัฐฯและของอิสราเอลเริ่มโจมตีใส่อิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นั้น มีการประกาศพาดหัวข่าวแห่งชัยชนะกันอย่างเอิกเกริก ทั้งเรื่องการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี, การถล่มอย่างแหลกลาญใส่โครงสร้างพื้นฐานของการบังคับบัญชากองกำลังอาวุธ, ตลอดจนการกล่าวอ้างว่าสามารถทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและการป้องกันภัยทางอากาศจนถึงขนาดอ่อนด้อยต่ำชั้นลงเลยทีเดียว

การถล่มใส่อย่างหนักหน่วงสาหัสเช่นนี้ ทางกองทัพสหรัฐฯใช้ข้อความบรรยายเอาไว้ว่า เป็นการพุ่งเป้าโจมตีเล่นงานทั้งพวกขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missiles), ศูนย์กลางการบังคับบัญชา, ตลอดจนพวกทรัพย์สินทางนาวี ทำให้มันกลายเป็นการปฏิบัติการร่วมครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯภายหลังจากการรุกรานอิรักเมื่อปี 2003

อย่างไรก็ดี ปรากฏว่าการตอบโต้ของอิหร่านกลับกำลังทำให้สิ่งต่างๆ อยู่ในความสับสนไม่ได้ดำเนินไปตามที่คาดหวังกันเอาไว้ เตหะรานไม่ได้พังครืนหรือแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่อย่างใด ตรงกันข้าม พวกเขากลับสามารถดำเนินการตอบโต้เอาคืนอย่างกระตือรือร้นและในระดับวงกว้างได้มากขึ้นเรื่อยๆ, มีการใช้ทั้งขีปนาวุธทิ้งตัว โดรน และพวกกองกำลังตัวแทนทั้งในเลบานอน อิรัก และตลอดทั่วทั้งอาวเปอร์เซีย ถึงแม้เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติรายงานว่า จวบจนถึงตอนนี้มีพลเรือนชาวอิหรานถูกสังหารไปอย่างน้อย 1,332 คน แล้วยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายพันคน เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าการสู้รบคราวนี้ได้สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตมนุษย์เพิ่มมากขึ้นทุกที

สิ่งที่วาดหวังกันว่าจะเป็นการยอมจำนนอย่างรวดเร็วของคณะผู้นำแห่งอิหร่าน ยังคงมิได้เกิดขึ้น ศักยภาพของเตหะรานในการดูดซับการถูกกระหน่ำใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเวลาเดียวกันยังคงสามารถเปิดการตีโต้กลับ เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงการจัดวางสถาปัตยกรรมด้านความมั่นคงแบบกระจายตัวไม่รวมศูนย์อยู่ตรงกลางอย่างเดียว และก็มีความหยุ่นตัวอย่างสูง

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (Revolutionary Guard Corps) และพวกกองกำลังทหารอาสาระดับท้องถิ่น (militias) ที่เป็นพันธมิตรกัน ยังคงมีการดำเนินการโจมตีแบบร่วมมือประสานงานกันอย่างต่อเนื่องเข้าใส่พวกฐานทัพสหรัฐฯตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของชาติพันธมิตรของสหรัฐฯในภูมิภาคแถบนี้ เวลาเดียวกัน เหล่านักรบฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน ก็กำลังมีการปะทะกับกองทหารอิสราเอลมากขึ้นทุกที

การคำนวณผิดทางยุทธศาสตร์ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดในปริมณฑลทางพลังงานและทางเศรฐกิจ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบราวๆ 20% ของโลก รวมทั้งมีแก๊สธรรมชาติเหลวปริมาณมากทีเดียวส่งผ่านเป็นประจำทุกวัน กำลังกลายเป็นเส้นทางที่ผ่านไม่ได้ในทางเป็นจริงสำหรับการจราจรเพื่อการพาณิชย์ การไหลของน้ำมันมีรายงานว่าได้ลดต่ำลงถึง 90% ทีเดียว ส่วนพวกเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากอยู่ในสภาพตกค้างไปไหนมาไหนไม่ได้ในทางเป็นจริง เนื่องจากพวกบริษัทประกันภัยพากันยกเลิกไม่รับประกันภัยประเภทคุ้มครองความเสี่ยงจากภัยสงคราม

สภาพเช่นนี้ขับดันให้ราคาพลังงานของโลกพุ่งทะยานขึ้นอย่างชวนหวาดผวา พวกธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำอย่างเช่น โกลด์แมนแซคส์ (Goldman Sachs) ออกคำเตือนว่าน้ำมันดิบชนิดเบรนต์ (Brent) ในไม่ช้าไม่นานนี้จะต้องทะลุขีด 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลถ้าหากการสะดุดติดขัดของซัปพลายยังคงดำเนินต่อไป ปัจจุบัน ราคาของน้ำมันที่ถือเป็นมาตรวัดสำคัญของตลาดโลกชนิดนี้ได้กระโจนขึ้นไปอยู่ในระดับ 80 กว่าสูงๆ จนถึง 90 กว่าต่ำๆ ดอลลาร์แล้ว เป็นการพุ่งพรวดขึ้นในเวลาไม่กี่วันซึ่งกำลังสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดโลกเรียบร้อยแล้ว

คาดหมายได้ว่าผลพวงต่อเนื่องที่ติดตามมาจะขยายวงกว้างขวางเลยออกไปจากภาคพลังงานนักหนา ในสหรัฐฯนั้น ไม่ว่าจะเป็น ดาวโจนส์ หรือดัชนีราคาหุ้นตัวสำคัญๆ อื่นๆ ต่างพากันหล่นอย่างแรง ขณะที่พวกนักลงทุนขบคิดคำนวณราคาโดยคำนึงถึงการสู้รบขัดแย้งที่จะดำเนินไปอย่างยืดเยื้อและความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ทำให้มีการไหลรูดต่ำลงมากว่า 450 จุดในวันทำการซื้อขายบางวัน

ราคาน้ำมันเบนซินที่ปั๊มก็ปีนขึ้นสูงไปแล้วเช่นเดียวกัน และคำทำนายทั้งหลายบ่งชีว่าความเคลื่อนไหวอันวูบวาบอย่างต่อเนื่องอาจเป็นตัวป้อนเพิ่มเติมพลังให้แก่ปัจจัยแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในวงกว้าง ขณะที่เศรษฐกิจของทั่วโลกยังอยู่ในสภาพดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่เลย ในภาวะฟื้นตัวขึ้นได้ไม่ทันนานภายหลังโรคระบาดใหญ่

โมเดลทางเศรษฐกิจโลกทั้งหลายบ่งชี้ให้เห็นว่า แม้กระทั่งถ้าหากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเพียงบางส่วนทว่าลากยาวออกไปเรื่อยๆ ทำให้น้ำมันดิบถูกตัดลดหายไปจากตลาดเพียงแค่ไม่กี่ล้านบาร์เรลต่อวัน มันก็สามารถส่งผลให้ซัปพลายน้ำมันโลกหดลงไปหลายเปอร์เซนต์ และมีศักยภาพที่จะผลักดันน้ำมันดิบเบรนต์ไปสู่ระดับ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถ้าหากภาวะสะดุดติดขัดดำเนินไปเรื่อยๆ ตลอดฤดูใบไม้ผลินี้ (นั่นคือจนถึงกลางปีนี้)

ราคาระดับดังกล่าวนี้จะส่งแรงไหวกระเพื่อมกระทบกระเทือนทั่วทั้งการคมนาคมขนส่ง, อุตสาหกรรมการผลิต, และราคาอาหารในตลอดทั่วโลก ก่อให้เกิดความทุกข์ยากเดือดร้อนในระดับที่ต่างๆ กันไป ต่อพวกระบบเศรษฐกิจที่ต้องนำเข้าพลังงานทั้งหลายในยุโรปและเอเชีย

ในแนวรบด้านการทูต การปะทะกันครั้งนี้กำลังสร้างความตึงเครียดให้แก่การจับกลุ่มรวมตัวเป็นพันธมิตรที่ได้กระทำกันมายาวนานทั้งหลาย รัฐอ่าวอาหรับบางรายที่เป็นเจ้าบ้านต้อนรับฐานทัพทหารสหรัฐฯกำลังออกมาประณามการโจมตีของอิหร่าน ถึงแม้พวกเขาวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องการถูกดึงลากเข้าไปในการสู้รบขัดแย้งที่เปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ อิหร่านนั้นแถลงเมื่อไม่กี่วันก่อนวา จะยุติการโจมตีชาติเหล่านี้ ถ้าหาก “ไม่ถูกยั่วยุ”

เวลาเดียวกัน คณะผู้นำระดับท็อปของอิหร่านได้ออกมาเตือนอย่างเปิดเผยต่อพวกประเทศยุโรปไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวพัวพัน โดยข่มขู่ที่จะตอบโต้แก้แค้นถ้าหากชาติยุโรปเหล่านี้สนับสนุนการยกระดับขยายสถานการณ์สู้รบทางการทหาร เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแตกขั้วกันภายในกลุ่มก๊วนพันธมิตรทั้งหลาย ที่ก่อนหน้านี้มุ่งแสวงหาทางดำรงฐานะเป็นกลางอย่างระมัดระวัง

ยังมีความสลับซับซ้อนอีกชั้นหนึ่งที่กำลังปรากฏให้เห็น โดยมาจากการแข่งขันช่วงชิงกันในหมู่มหาอำนาจทั้งหลาย รัสเซียซึ่งถูกแซงก์ชั่นคว่ำบาตรอย่างหนักสืบเนื่องจากการทำสงครามของพวกเขาในยูเครนอยู่แล้ว กำลังมีรายงานข่าวว่าได้แลกเปลี่ยนแบ่งปันข่าวกรองกันอิหร่านเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งทางทหารต่างๆ ของสหรัฐฯ เป็นการเพิ่มความยุ่งยากให้แก่ความมั่นคงปลอดภัยในการปฏิบัติการของฝ่ายอเมริกา และเป็นการทำให้เดิมพันทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งแผ่กว้างเพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิม

ภายในประเทศสหรัฐฯเอง ความพยายามของทรัมป์ที่จะเสนอกรอบของการสู้รบขัดแย้งคราวนี้ว่าคือชัยชนะอย่างรวดเร็วเด็ดขาด กำลังสูญเสียพลังความน่าเชื่อถือ ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในช่วงต้นๆ ต่างบ่งชี้ว่า ชาวอเมริกันส่วนข้างมากเวลานี้คัดค้านการปฏิบัติการทาทหารที่ยังคงดำเนินอยู่ในอิหร่าน และสงสัยข้องใจว่าข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่จะให้อิหร่านยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขนั้นเป็นสิ่งที่จะบรรลุได้หรือ

แรงกดดันที่ได้รับการหนุนหลังจากพวกสมาชิกบางส่วนของสองพรรคใหญ่ภายในรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อจำกัดเหนี่ยวรั้งอำนาจในการทำสงคราม หรือหาทางทำให้เกิดวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้น คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นความว้าวุ่นใจอย่างลึกล้ำภายในสถาบันทางการเมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ

พัฒนาการเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การสู้รบขัดแย้งนี้ไม่ได้กำลังบรรเทาเบาบางลง หากแต่กำลังแปรเปลี่ยนเข้าสู่วิกฤตการณ์ที่มีหลายหลากมิติและลากยาวยืดเยื้อ สงครามที่สหรัฐฯ-อิสราเอลกระทำกับอิหร่านคราวนี้ ห่างไกลนักจากความเป็นการรณรงค์ทำศึกอันเด็ดขาดและใช้เวลาสั้นๆ โดยมันกำลังจุดชนวนให้เกิดผลพวงต่อเนื่องติดตามมาเป็นสายยาวเหยียดหลากหลายด้าน ทั้งจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายที่ขยายตัวยกระดับขึ้นเรื่อยๆ, การสะดุดติดขัดอย่างสาหัสของตลาดพลังงาน, ความวูบวาบไร้เสถียรภาพของเศรษฐกิจ, และแนวเลื่อนแผ่นดินไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังสะสมพลังทำลายอันรุนแรงยิ่งขึ้นทุกที

นี่ไม่ได้บ่งบอกเลยว่า มันเป็นการก้าวพลาดที่สามารถแก้ไขให้กลับคืนดีได้ด้วยการทุ่มเทใช้กำลังทหารให้ใหญ่โตยิ่งขึ้น หากแต่เป็นการอ่านสถานการณ์อย่างผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ร้ายแรงจนถึงระดับพื้นฐาน ซึ่งมีการประมาณการต่ำเกินความเป็นจริงไปมาก ไม่ว่าจะเป็นความหยุ่นตัวของอิหร่าน, ความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันของพลวัตระดับภูมิภาค, และราคาที่แผ่ขยายออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ จากการบานปลายยกระดับของการโจมตีด้วยกำลังทางกายภาพ

จุดสำคัญที่สุดของการอ่านความสลับซับซ้อนแห่งการสู้รบขัดแย้งคราวนี้อย่างผิดพลาด ในเวลานี้กำลังแสดงตัวให้เห็นไม่เพียงเฉพาะในสมการต่างๆ ทางสมรภูมิเท่านั้น หากแต่ยังปรากฏอยู่บนเส้นกราฟต่างๆ ของตลาด, เส้นทางขนส่งทางทะเล, และใบเรียกเก็บเงินค่าพลังงาน นี่คือการสู้รบขัดแย้งซึ่งผลได้ต่างๆ อันเกิดจากการใช้กำลังทางกายภาพ กำลังถูกหักกลบลบหายโดยประเด็นความเจ็บปวดทั้งทางภูมิรัฐศาสตร์และทางเศรษฐกิจ ซึ่งไหวกระเพื่อมส่งผลกระทบกระเทือนไกลออกไปจากเตะหราน, วอชิงตัน, และเยรูซาเลม

พิจารณากันในแง่นี้ สงครามครั้งนี้จึงกำลังกลายเป็นเครื่องทดสอบพวกสมมุติฐานต่างๆ เกี่ยวกับแสนยานุภาพทางทหารและฐานะความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ ในยุคสมัยที่ระบบต่างๆ ซึ่งมีการเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันอย่างกว้างขวางและหลากหลาย กำลังทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายพุ่งพรวดเพิ่มทวีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ผู้เขียนเวลานี้ทำงานเป็นนักวิเคราะห์เน้นหนักการวิจัย อยู่ที่สถาบันภูมิภาคศึกษา (Institute of Regional Studies) ในกรุงอิสลามาบัด, ปากีสถาน ทัศนะที่แสดงเอาไว้ในข้อเขียนชิ้นนี้เป็นของผู้เขียน ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นการสะท้อนทัศนะขององค์การที่เขาสังกัดอยู่

(เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 เอเชียไทมส์ได้ให้โปรไฟล์ของนักเขียนผู้นี้เอาไว้ดังนี้:
บิลัล ฮาบิน กอซี เป็นนักวิจัยอิสระที่ตั้งฐานอยู่ในปากีสถาน เชสสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาเอกทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยจี๋หลิน (Jilin University) ในประเทศจีน ความสนใจด้านการวิจัยของเขาครอบลุมทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันทางยุทธศาสตร์, การวิเคราะห์นโยบายการต่างประเทศ, ความมั่นคงระหว่างประเทศและระเบียบระดับภูมิภาค, ตลอดจนธรรมาภิบาลโลก และองค์การระหว่างประเทศ )