xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรกรสมุทรสงครามเร่งปรับตัว ติดโซลาร์เซลล์เลี้ยงกุ้ง รับมือวิกฤตพลังงานโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สมุทรสงคราม - เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสมุทรสงครามเร่งปรับตัวรับความผันผวนราคาพลังงาน หลังสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันโลกผันผวน ลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์กว่า 1.4 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนพลังงานในฟาร์ม ช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 40-50%

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเกิดความผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากอิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญของโลก ขณะที่มีรายงานการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงแนวโน้มราคาพลังงานที่อาจพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาพลังงานของรัฐบาล

ผลกระทบดังกล่าวเริ่มส่งแรงสะเทือนถึงภาคการผลิตของไทย โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องพึ่งพาพลังงานในการดำเนินกิจการ หนึ่งในนั้นคือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เริ่มปรับตัวเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน

นายพรณรงค์ สวนสำราญ อายุ 35 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแวนนาไม ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งประมาณ 25 ไร่ เปิดเผยว่า ฟาร์มกุ้งจำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในการขับเคลื่อนกังหันตีน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในบ่อเลี้ยงกุ้ง ซึ่งต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานอยู่ในระดับสูง

จากความผันผวนของราคาน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐ ทำให้ตัดสินใจลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ขนาด 82 กิโลวัตต์ บริเวณอาคารภายในฟาร์ม เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาขับเคลื่อนระบบกังหันตีน้ำ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 1.4 ล้านบาท

นายพรณรงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนการเลี้ยงกุ้งเพิ่มขึ้นหลายด้าน ทั้งค่าอาหารสัตว์ เคมีภัณฑ์ พันธุ์กุ้ง และค่าไฟฟ้า ขณะที่ราคากุ้งแวนนาไมในตลาดยังทรงตัว หรือบางช่วงปรับลดลง จึงจำเป็นต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิต

ก่อนหน้านี้ฟาร์มได้ปรับเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันมาใช้ระบบไฟฟ้าแทน แม้จะช่วยลดต้นทุนได้บางส่วน แต่ค่าไฟฟ้ายังคงสูง เนื่องจากระบบกังหันตีน้ำต้องทำงานต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน จึงตัดสินใจลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานหลัก

หลังจากติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ พบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างชัดเจน จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละประมาณ 100,000-200,000 บาท ลดลงเหลือประมาณ 40,000-60,000 บาท หรือคิดเป็นการลดค่าไฟได้ประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์ หากมีแสงแดดเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ฟาร์มกุ้งแห่งนี้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 30,000 หน่วยต่อเดือน ขณะที่ระบบโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 12,000 หน่วย ทำให้ต้องใช้ไฟจากระบบไฟฟ้าหลักเพียงประมาณ 18,000 หน่วยเท่านั้น

นายพรณรงค์ คาดว่าการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 3-4 ปี พร้อมมองว่า พลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นทางเลือกสำคัญของเกษตรกรในอนาคต เพราะสามารถใช้ควบคู่กับไฟฟ้าจากระบบหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากช่วงใดมีฝนตกหรือแสงแดดไม่เพียงพอ ระบบก็จะดึงไฟฟ้าจากสายส่งมาเสริม ทำให้กังหันตีน้ำสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง