MGR Online - สถิติการบินช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมาหลังสงครามตะวันออกกลางปะทุชี้ ธุรกิจการบินในตะวันออกกลางกำลังตกอยู่ในวิกฤต สุ่มเสี่ยงว่าจะล่มสลายหลังเที่ยวบินขาออกดิ่งฮวบลงถึง 50% ขณะที่สนามบินหลายแห่งดิ่งลงมากกว่า 99% รวมถึงสนามบินนานาชาติหลักของภูมิภาคอย่าง ดูไบ โดฮา และอาบูดาบี ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความขัดแย้ง
วันนี้ (11 มี.ค. 69) Roya News สื่อของจอร์แดนรายงานว่า การจราจรทางอากาศในตะวันออกกลางกำลังประสบกับภาวะวิกฤต และสุ่มเสี่ยงจะเจ๊งเอา เนื่องจาก เที่ยวบินขาออกจากศูนย์กลางการบินหลัก 9 แห่ง ลดลงฮวบฮาบจาก 2,318 เที่ยวเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 เหลือเพียง 997 เที่ยวภายในวันที่ 9 มี.ค. 2569
สนามบินในคูเวตและบาห์เรนเกือบหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง โดยจากสถิติช่วงที่ผ่านมามีเที่ยวบินขาออกได้เพียงแห่งละ 1 เที่ยวในวันที่ 9 มี.ค. ขณะที่เที่ยวบินขาออกจากโดฮาลดลง 97.4%, ดูไบลดลง 61.2% และอาบูดาบีลดลง 73.7% เนื่งอจากการปิดน่านฟ้า และคำสั่งด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีขึ้นหลังจากการโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา
สื่อจอร์แดน รายงานด้วยว่าอุตสาหกรรมการบินในตะวันออกกลางเข้าสู่สภาวะเป็นอัมพาตอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยข้อมูลล่าสุดจาก Flightradar24 เผยให้เห็นการถดถอยของการจราจรทางอากาศที่น่าตกใจ แสดงให้เห็นถึงผลกระทบอันรุนแรงจากการปิดน่านฟ้าเป็นวงกว้างและคำสั่งด้านความปลอดภัย ภายหลังการสงครามขยายวงไปทั่วภูมิภาค
สำหรับ จุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือจุดต่อเครื่องหลักสำหรับการเดินทางทั่วโลก สนามบินนานาชาติคูเวตและสนามบินนานาชาติบาห์เรนหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง โดยแต่ละแห่งบันทึกเที่ยวบินขาออกได้เพียงเที่ยวเดียวในวันที่ 9 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการลดลงเกือบทั้งหมดจากเดิมที่มีเที่ยวบินขาออกรวมกัน 239 เที่ยวต่อวันเมื่อเพียงสองสัปดาห์ก่อนหน้า ส่วนศูนย์กลางทางการบินระดับโลกแห่งอื่น ๆ เช่น สนามบินนานาชาติโดฮา ฮามัด มียอดเที่ยวบินขาออกลดลงจาก 350 เที่ยว เหลือเพียง 9 เที่ยว หรือลดลงถึง 97.4%
สนามบินนานาชาติดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศที่พลุกพล่านที่สุดในโลก มียอดเที่ยวบินขาออกดิ่งลงจาก 627 เที่ยว เหลือ 243 เที่ยว คิดเป็นการลดลง 61.2%, สนามบินนานาชาติอาบูดาบี ซายิด มียอดการจราจรทางอากาศลดลงถึง 73.7% โดยลดลงจาก 255 เที่ยว เหลือเพียง 67 เที่ยวขาออก
การลดลงดังกล่าวนี้เป็นผลมาจากการปิดน่านฟ้าทั้งแบบทั้งหมดและแบบบางส่วน หน่วยงานกำกับดูแลและสายการบินต่างๆ รวมถึง ลุฟต์ฮันซา (Lufthansa), แอร์ฟรานซ์ (Air France) และ แอร์อินเดีย (Air India) ได้ขยายเวลาการระงับเที่ยวบินไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม 2569 โดยอ้างอิงจากความเสี่ยงภัยต่อการบินพลเรือนที่สูงมาก นอกจากนี้เส้นทางบินระหว่างยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ซึ่งปกติจะพึ่งพาระเบียงการบินที่เปรียบเสมือน "สี่แยก" กำลังถูกเปลี่ยนเส้นทางอย่างเร่งด่วน ทำให้ระยะเวลาเดินทางเพิ่มขึ้นหลายชั่วโมงและส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสูงขึ้นอย่างมาก
แม้ว่าสนามบินบางแห่ง เช่น ริยาดและมัสกัต จะยังคงรักษาระดับกิจกรรมการบินได้สูงกว่าเนื่องจากการเปิดระเบียงการบินที่จำกัด แต่แนวโน้มโดยรวมชี้ให้เห็นว่าภูมิภาคนี้กำลังตกอยู่ในภาวะ "การบินหยุดนิ่งอย่างรุนแรง" (aviation deep freeze)
ปัจจุบันมีคำแนะนำให้ผู้เดินทางหลีกเลี่ยงภูมิภาคนี้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และมีการขยายระยะเวลาการสิ้นสุดของน่านฟ้า (airspace expiration times) อยู่บ่อยครั้ง