xs
xsm
sm
md
lg

กัมพูชาออกระเบียบควบคุมการขายน้ำมัน ขณะที่หลายชาติในภูมิภาคคุมเข้มรับมือวิกฤต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - กัมพูชาได้เพิ่มการกำกับดูแลตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงและเตือนปั๊มน้ำมันไม่ให้ปั่นราคา ขณะที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในกัมพูชาเพิ่มขึ้นเป็น 5,200 เรียลต่อลิตร (ประมาณ 41.14 บาท) สำหรับน้ำมันเบนซิน (Gasoline 92) และ 6,050 เรียลต่อลิตร (ประมาณ 47.87 บาท) สำหรับน้ำมันดีเซล ณ วันที่ 11 มี.ค.

เจ้าหน้าที่ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของราคาส่วนใหญ่เกิดจากความปั่นป่วนในตลาดพลังงานโลกที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งและทำให้ปริมาณน้ำมันไม่แน่นอน

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ให้บริษัทจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน และคลังน้ำมันทั่วประเทศ ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการขายและการจัดการอุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเคร่งครัด

“คำสั่งนี้กำหนดให้สถานีบริการน้ำมันต้องขายน้ำมันเชื้อเพลิงตามราคาที่แสดงไว้ต่อสาธารณะโดยอิงจากประกาศอย่างเป็นทางการของกระทรวง และต้องตรวจสอบความถูกต้องของคุณภาพและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดส่งให้แก่ลูกค้า” กระทรวงพาณิชย์ระบุ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องรักษาความโปร่งใสเกี่ยวกับสต็อกน้ำมันเชื้อเพลิงและแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า หากคาดว่าอุปทานจะหมด หรือหากปั๊มน้ำมันตั้งใจที่จะระงับการขายชั่วคราว

“สถานีบริการน้ำมันและคลังน้ำมันต้องรายงานระดับสต็อกเมื่ออุปทานลดลงเหลือประมาณ 10% ของความจุ เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถตรวจสอบสภาพอุปทานและตอบสนองต่อการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว” คำสั่งกระทรวงฯ ระบุ

กระทรวงฯ กล่าวว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงและป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงที่ราคาผันผวน

เจ้าหน้าที่จากกรมคุ้มครองผู้บริโภค การแข่งขัน และการปราบปรามการฉ้อโกง ของกระทรวงฯ ร่วมกับหน่วยงานพาณิชย์ระดับจังหวัดและสำนักงานท้องถิ่นของกระทรวงเหมืองแร่และพลังงาน กำลังดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าปั๊มน้ำมันปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคและหลักปฏิบัติในการจำหน่ายที่เป็นธรรม

ทางการกัมพูชายังได้เรียกร้องให้ประชาชนไม่กักตุนน้ำมันหรือเก็บน้ำมันไว้ในปริมาณมากเกินไป โดยเตือนว่าการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดอันตรายจากไฟไหม้ร้ายแรง และเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของชุมชน

เมื่อไม่นานนี้ แก้ว รัตนัค รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ได้ให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่ากัมพูชายังคงได้รับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอแม้ว่าราคาจะสูงขึ้นก็ตาม โดยเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา เขาได้กล่าวว่าประเทศมีปริมาณสำรองเพียงพอที่จะใช้ได้ประมาณ 21 วัน แม้ว่าการนำเข้าเชื้อเพลิงจะหยุดชะงักชั่วคราวก็ตาม โดยย้ำว่าการจัดส่งยังคงมาถึงทุกวัน

“เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ขาดแคลนเชื้อเพลิง ปัญหาคือราคาน้ำมันในตอนนี้ปรับเพิ่มขึ้น และน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาใหม่จะมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย” แก้ว รัตนัค กล่าว

รัฐมนตรีได้เตือนผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันว่าใบอนุญาตของพวกเขาอาจถูกเพิกถอนหากขายน้ำมันในราคาที่สูงกว่าที่รัฐบาลกำหนด

นอกจากนี้ ทางการยังเตือนประชาชนไม่ให้ซื้อน้ำมันในปริมาณมากเพื่อนำไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้น โดยเตือนว่าการกระทำดังกล่าวอาจนำไปสู่การจับกุม

ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐบาลต่างๆ กำลังใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการจัดหาทั่วโลก

เวียดนามได้สนับสนุนให้ธุรกิจต่างๆ อนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านเพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันก็ลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงบางชนิดเหลือศุนย์เพื่อรักษาเสถียรภาพอุปทาน

เจ้าหน้าที่เตือนว่าอาจเกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงในบางพื้นที่ หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ตามการรายงานของสำนักข่าว VNEpress

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ออกมาตรการปรับลดภาษีเพื่อรักษาเสถียรภาพอุปทานภายในประเทศ โดยราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในประเทศเพื่อขึ้นทั่วประเทศตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 11 มี.ค. โดยน้ำมันเบนซิน RON95 มีราคาสูงกว่า 29,000 ด่งต่อลิตร (ประมาณ 35.06 บาท)

ในลาว ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 6 มี.ค. โดยทางการได้เตือนผู้จำหน่ายไม่ให้กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง และสั่งให้บริษัทต่างๆ รายงานระดับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ละวัน

“ราคาน้ำมันขายปลีกสำหรับน้ำมันเบนซินพรีเมียมเพิ่มขึ้นเป็น 38,230 กีบ (ประมาณ 56.62 บาท) น้ำมันเบนซินธรรมดา 32,220 กีบ (ประมาณ 47.72 บาท) และน้ำมันดีเซลที่ 32,900 กีบ (ประมาณ 48.72 บาท)” สำนักข่าวลาวไทม์ส รายงานอ้างประกาศราคาใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในเช้าวันนั้น

พม่าได้นำมาตรการตอบโต้ที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคมาใช้ คือระบบการปันส่วนน้ำมันทั่วประเทศสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งนโยบายดังกล่าวที่ประกาศโดยสภาความมั่นคงและการป้องกันประเทศมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 มี.ค. และจำกัดการใช้งานรถยนต์ในวันสลับกันตามหมายเลขทะเบียนเลขคู่หรือเลขคี่

พม่าพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากศูนย์กลางภูมิภาคเช่นสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่แปรรูปน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง

ณ วันที่ 6 มี.ค. ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 2,610 จ๊าต ขณะที่น้ำมันเบนซินพรีเมียนอยู่ที่ 2,595 จ๊าต และน้ำมันเบนซินธรรมดาอยู่ที่ 2,525 จ๊าต ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ denkomyanmar.com

ส่วนไทยได้กระตุ้นให้ครัวเรือประหยัดพลังงานโดยตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส ที่กระทรวงพลังงานระบุว่าการเพิ่มอุณหภูมิเพียง 1 องศาเซลเซียสสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ 3-5% และได้ให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่าปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศยังคงเพียงพอ

สำหรับราคาน้ำมันในไทยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ 31.05 บาทต่อลิตรสำหรับน้ำมันเบนซิน 95 และ 40 บาทต่อลิตรสำหรับน้ำมันเบนซินพรีเมียม และ 30 บาทต่อลิตรสำหรับน้ำมันดีเซล

นักวิเคราะห์กล่าวว่าสถานการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าอย่างหนักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความเปราะบางต่อผลกระทบจากภายนอก

เกือบ 1 ใน 5 ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงผู้ผลิตในตะวันออกกลางกับตลาดเอเชีย.