เอเจนซีส์ - ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน มีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์ได้ออกมาตรการหลายอย่างที่มีเป้าหมายไปที่ลดการสูญเสียพลเรือน อ้างอิงจากภายใน ข่าวกรองล้าสมัยที่มีรายงานว่าหน่วยข่าวกรองลับกองทัพสหรัฐฯใช้นำไปสู่การโจมตีโรงเรียนประถมอิหร่านที่ผิดพลาด
อินดิเพนเดนท์ของอังกฤษรายงานวันนี้(12 มี.ค)ว่า อดีตทหารอากาศอเมริกัน เวส เจ. ไบรอันต์ (Wes J. Bryant) อดีตเจ้าหน้าที่ศูนย์ปกป้องพลเรือนประจำเพนตากอนที่ถูกปลดออกเมื่อฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้วระหว่างรัฐบาลทรัมป์ใช้นโยบายลดจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐให้สัมภาษณ์สื่อ ProPublica ว่า
“พวกเรากำลังออกจากกฎและธรรมเนียมปฎิบัติที่พวกเราได้พยายามวางรากฐานประชาคมโลกนับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 “
และเสริมต่อว่า “คือความรับผิดชอบเป็นศูนย์” ที่คาดว่าจะหมายความถึงการไร้ความรับผิดชอบ
มีรายงานออกมาว่าสาเหตุที่อเมริกายิงจรวดโทมาฮอว์กไปที่โรงเรียนประถมหญิงล้วนอิหร่านเนื่องมาจากการใช้ข้อมูลข่าวกรองเก่าที่ล้าสมัย
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ วันพุธ(11) โดนนักข่าวถามว่าได้ทราบถึงรายงานนี้หรือไม่ แต่ทรัมป์ตอบกลับมาว่าไม่รู้
ดิอินดีเพนเดนท์ชี้ว่า ซึ่งความพยายามในการทำงานเพื่อรวมการวางแผนที่มีความลึกซึ้งมากขึ้น การทำแผนที่พลเรือ และการสอบสวนหลังปฎิบัติเกิดขึ้นทั่วกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ
มีการออกมาวิจารณ์ว่าแผนการเช่นนั้นแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯได้นำหลักสงคราม(laws of war)เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนของกองทัพสหรัฐฯและขั้นตอนพิเศษของการตรวจสอบนั้นขัดขวางต่อประสิทธิภาพในสนามรบ
โครงการบรรเทาอันตรายต่อพลเรือนและการรับมือ CHMR (Civilian Harm Mitigation and Response
Pentagon’s Civilian Harm Mitigation and Response) ภายใต้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
ภายใต้รัฐบาลสหรัฐฯชุดปัจจุบัน อดีตเจ้าหน้าที่เปิดเผยกับ ProPublica ว่า โครงการบรรเทาอันตรายต่อพลเรือน CHMR นั้นถูกลดไป 90% โดยเจ้ากระทรวงคนปัจจุบัน พีธ เฮกเซธ ได้เปลี่ยนให้กองทัพสหรัฐฯหันไปใช้เป้าหมายการทำลายล้างสูงสุด และจิตวิญญาณนักรบ (warrior ethos)
นอกจากนี้มีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯได้ลดจำนวนระดับการสั่งการสำหรับกองกำลังโจมตีทำลายและขยายกลุ่มเป้าหมาย
แอนนี ชิล(Annie Shiel) ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อพลเรือนในความขัดแย้ง (Center for Civilians in Conflict) ของสหรัฐฯได้เปิดเผยกับโพลิติโก โดยยืนยันว่า กระทรวงการสงครามสหรัฐฯตัดงประมาณหน่วยงานด้านการปกป้องพลเรือนที่สำคัญมาก และเสริมว่า นโยบายยังคงอยู่แต่หน่วยงานเหล่านั้นไม่มีงบหรือทรัพยากรในการทำงานขอบข่ายสูงสุดของตัวเอง
“มันเป็นพลเรือนที่จะต้องเป็นคนจ่าย” เธอตอบ
เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การสอบสวนภายในของสหรัฐฯชี้ว่า เชื่อว่าข่าวกรองที่ล้าหลังน่าจะเป็นสาเหตุทำให้กองกำลังสหรัฐฯโจมตีโรงเรียนประถมอิหร่านที่กลายเป็นเรื่องผิดพลาดขั้นร้ายแรงในสงครามอิหร่านที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์
รอยเตอร์รายงานวันนี้(12)ว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างชี้ว่า คลิปต่างๆที่ปรากฎแสดงเห็นว่า มิสไซล์โทมาฮอว์กเข้าโจมตีพื้นที่บริเวณนั้น
เป็นการโจมตีเกิดขึ้นในวันแรกของสงครามอิหร่าน หลังการโจมตีพบว่ามีนักเรียนหญิงระดับประถมของอิหร่านเสียชีวิตไป 150 น อ้างอิงจาก Ali Bahreini เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติในเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
ทั้งนี้ตามเว็บไซต์ทางการของโรงเรียนประถมอิหร่าน พบว่าโรงเรียนอยู่ติดกับที่ตั้งของกองกำลังพิทักษ์การปฎิวัติอิสลาม IRGC ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่โดนสังหารโดยสหรัฐฯ-อิสราเอลในวันแรกของการเปิดศึก
หนึ่งในแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า ทีมเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการหาเป้าหมายโจมตีดูเหมือนจะใช้ “ข่าวกรองที่ล้าสมัย” ซึ่งตรงกับการยืนยันจากแหล่งข่าวกรองลับคนที่ 2
รอยเตอร์รายงานว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อมูลข่าวกรองที่ใช้นี้เก่ามานานอย่างไร
โดย NBC News ของสหรัฐฯชี้ว่า แหล่งข่าว 2 คนได้เปิดเผยว่า สำนักงานข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯนั้นถูกเปิดเผยว่า เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อการให้ข้อมูลเป้าหมายที่สามารถนำไปสู่การโจมตีโรงเรียนประถมอิหร่านอย่างผิดพลาด
ทั้งนี้การตั้งใจโจมตีโรงเรียนหรือโรงพยาบาลหรือโครงสร้างพลเรือนใดๆจะถือว่าเป็นอาชญากรรมสงครามฐานละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ( international humanitarian law)