ลำพูน - ตำรวจเรียกคนแวดล้อมสอบ-ส่องวงจรปิด แกะรอยทุกเส้นทางไล่ไทม์ไลน์..สรุปแล้ว ปมปริศนาเจอสาวลำพูนบาดเจ็บสาหัส-นุ่ง กกน.ตัวเดียวซุกป่าข้างทางหลังบึ่ง จยย.ออกจากสถานบันเทิงย่านนิคมฯ ภาคเหนือกลางดึก เบื้องต้นคาดขี่มอเตอร์ไซค์ชนล้มเอง-ฟื้นแล้วเจออากาศร้อนถอดผ้าตามสัญชาตญาณ
วันนี้ (13 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนางสาวกัญญาณี หรือน้องเฟิร์น หญิงสาววัย 24 ปี ชาวตำบลทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือลำพูน ขากลับได้เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัสแบบปริศนา บริเวณถนนเชียงใหม่-ลำปาง บ้านขัวแคร่ ต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน เวลาประมาณตี 3-4 ของคืนวันที่ 6 มีนาคม 2569 ก่อนจะมีพลเมืองดีผ่านมาพบเมื่อช่วงบ่าย 3 โมงของวันที่ 7 มีนาคม 2569
ขณะที่ญาติและเพื่อนๆ เกิดข้อสงสัยว่าอาจจะไม่ได้เกิดอุบัติเหตุธรรมดาอาจมีเงื่อนงำเพราะเสื้อผ้าถูกถอดออกเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว จึงร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน
พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผกก.สภ.นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ยืนยันว่าการทำงานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน การสอบสวนสืบสวนให้ครบทุกประเด็นสงสัย ยังไม่สรุปหรือตัดประเด็นใดทิ้ง โดยได้สั่งให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดที่น้องเฟิร์นขี่รถจักรยานยนต์ผ่านตลอด 2 วันที่ผ่านมา เร่งคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ โดยไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง มีการนำเพื่อนที่เป็นพยานบุคคล เพื่อนที่ติดต่อกันคนสุดท้าย รวมถึงเพื่อนสนิทและญาติพี่น้องและพลเมืองดีที่ผ่านมาพบในจุดเกิดเหตุมาสอบปากคำ รวมถึงการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ
สรุปข้อมูลเบื้องต้นคือ จากปากคำของเพื่อนที่ติดต่อกันคนสุดท้าย เล่าว่าก่อนออกจากสถานบันเทิงน้องเฟิร์นมีปัญหาทะเลาะกับเพื่อนชายคนหนึ่ง จึงออกจากสถานบันเทิงเพื่อไปหาเพื่อนที่บ้านทาร้องเรือ อ.แม่ทา ซึ่งปกติจะพักที่หอพักย่านนิคมอุตสาหกรรม ด้วยความเครียดและโมโหประกอบกับมีอาการมึนเมาจึงไม่ได้กลับไปที่หอพัก แต่จะไปหาเพื่อนที่อำเภอแม่ทา
น้องเฟิร์นได้เดินออกจากสถานบันเทิงตามภาพกล้องวงจรปิด แล้วเดินออกมาด้านข้างสถานบันเทิงแล้วอาเจียนออกมาก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ออกไปแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ตามภาพกล้องวงจรปิด
หลังจากนั้นขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปตามถนนสายสันป่าฝ้าย-บ้านธิ พอถึงสี่แยกได้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ทางหลวงหมายเลข 11 เชียงใหม่-ลำปาง ผ่านบ้านประตูโขง ผ่านแยกดอยติ โดยกล้องวงจรปิดหลายจุดสามารถจับภาพได้ เช่น หน้าโรงกลึงแห่งหนึ่งที่น้องเฟิร์นจอดรถเพื่อสวมใส่เสื้อแขนยาวสีขาวอีกตัว เนื่องจากเวลาขณะนั้นสภาพอากาศเย็นเพราะก่อนนั้นช่วงค่ำที่ผ่านมามีฝนตกในหลายพื้นที่
หลังจากนั้นเวลา 04.04 น. กล้องวงจรปิดใกล้บริเวณแยกดอยติได้จับภาพขณะน้องเฟิร์นขี่รถจักรยานยนต์ผ่าน เวลา 04.05 น.กล้องวงจรปิดหน้าร้านข้าวซอยลำไยจับภาพได้ต่อเนื่อง จนถึงกล้องวงจรปิดของร้านอาหารดาวคะนองเรื่อยไป
กระทั่งภาพสุดท้ายที่กล้องวงจรปิดของบริษัท SCG จับภาพขณะที่น้องเฟิร์นขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาถึงและสามารถบันทึกเสียงดังโครมก่อนที่ไฟหน้ารถจะหายไปบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่กล้องสามารถจับภาพได้ และเป็นจุดที่ใกล้เคียงกับจุดที่พบร่างของน้องเฟิร์นและรถจักรยานยนต์ โดยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้มีรถคันอื่นๆ ขับตามหลังหรือขับสวนมาแต่อย่างใด
เบื้องต้นจึงสรุปว่าน้องเฟิร์นประสบอุบัติเหตุคนเดียว ด้วยเหตุผลนอกจากภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด ประกอบจากการสอบปากคำเพื่อนของน้องเฟิร์นทราบว่าเวลาดื่มสุราแล้วมักจะหลับง่าย นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือก็พบไทม์ไลน์ตรงตามภาพจากกล้องวงจรปิด
ส่วนการที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้านั้น จากการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลำพูนทราบว่าในเคสแบบนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้บาดเจ็บจะถอดเสื้อผ้าออกเอง ด้วยเหตุผลว่าหลังเกิดอุบัติเหตุแล้วได้สลบไปนานหลายชั่วโมง และช่วงเวลาบ่ายของวันที่ 7 มีนาคมมีสภาพอากาศที่ร้อน เมื่อรู้สึกตัวด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดเมื่อเจอสภาพอากาศร้อนประกอบกับได้รับบาดเจ็บแขนและขาด้านขวาหัก แต่ยังมีมือซ้ายที่สามารถถอดเสื้อผ้าได้ เพราะนอนบาดเจ็บอยู่ห่างจากรถเพียง 1 เมตรเศษเท่านั้นตามภาพที่มีเสื้อผ้าวางอยู่บริเวณรถจักรยานยนต์
และที่ไม่สามารถติดต่อหรือโทรศัพท์หาญาติได้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโทรศัพท์แล้วพบว่าแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ไอโฟนหมดเวลาประมาณ 13.00 น.ถึงเวลา 14.00 น. ก่อนที่จะมีคนมาพบในเวลาประมาณ 15.00 น. จึงสรุปได้ว่าประสบอุบัติเหตุเองเนื่องจากขับขี่มาด้วยความเร็วแล้วแฉลบชนเสาป้ายบอกทางที่เป็นเสาปูนตามภาพที่รถจักรยานยนต์มีร่องรอยของเศษปูนจากเสาป้ายบอกทางที่เศษปูนติดอยู่ด้านหน้ารถจักรยานยนต์ตามภาพ 90% จึงคาดว่าเกิดอุบัติเหตุเอง แต่ทั้งนี้ต้องรอสอบปากคำน้องเฟิร์นอีกครั้ง
ส่วนความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของน้องเฟิร์นนั้น ก่อนเข้าห้องผ่าตัดญาติได้กระซิบข้างหูว่ามาหาแล้วนะน้องเฟิร์นพยักหน้าตอบกลับแต่ไม่สามารถพูดได้เนื่องจากใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ ล่าสุดช่วงเย็นของวันที่ 12 มีนาคม 2569 ทราบว่าหลังจากการผ่าตัดน้องเฟิร์นได้ฟื้นแล้วอาการปลอดภัย แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นอีกระยะหนึ่ง เมื่อสามารถสื่อสารได้จึงจะมีการสอบปากคำอีกครั้งเพื่อให้เกิดความกระจ่างและสิ้นข้อสงสัยตามขั้นตอนต่อไป