ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ปั๊มน้ำมันใน จ.สงขลาขายน้ำมันครึ่งวันก็ต้องปิด เหตุคลังน้ำมันสิงหนครหั่นโควต้าเหลือหนึ่งในสามของยอดขาย ชาวบ้านโอดเดือดร้อนหนัก รถบรรทุกส่งสินค้ามาเลเซีย-สิงคโปร์ไม่มีน้ำมัน แม้กระทั่งน้ำมันเถื่อนยังขึ้นราคา สินค้าขยับทุกอย่างอ้างต้นทุนค่าขนส่ง สว.ถาม “ปตท.-บางจาก” มีธรรมาภิบาลทำไม่ทิ้งลูกค้าผู้ประกอบการ
วันนี้ (14 มี.ค.) ประชาชนจำนวนมากได้ร้องทุกข์ ถึงความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากปั๊มน้ำมันมีน้ำมันไม่เพียงพอ หลายแห่งขายเพียงครึ่งวัน ต้องปิดปั๊มเพราะน้ำมันหมด เมื่อสอบถามเจ้าของปั๊มเช่น บางจาก ปตท. และพีที ต่างให้คำตอบที่เหมือนกันคือ บริษัทแม่จำกัดโควต้าในการส่งน้ำมัน เช่น ปั๊มเคยขายน้ำมันวันละ 1 คันรถสิบล้อ หรือ 16,000 ลิตร แต่คลังน้ำมันที่เป็นคลังร่วมจะจ่ายน้ำมันให้ปั๊มเพียง 9,000 ลิตร รวมทั้งดีเซลและแก๊สโซฮอร์ 91 และ 95 ทำให้ไม่พอขาย
“เมื่อขายหมดต้องปิดปั๊มทันที เพราะมีลูกค้ารออยู่จำนวนมาก บางวันปิดขายตอนเที่ยง เพราะต้องรอรถบรรทุกน้ำมันจากคลังร่วมที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลามาส่งน้ำมันให้ วันนี้ทุกปั๊มจึงเดือดร้อน ไม่ต่างจาปประชาชน ต้องทิ้งลูกค้า ที่เป็นผู้ประกอบการโรงงานต่างๆ ทั้งหมด เพราะไม่มีน้ำมันขายให้”
ทั้งนี้ มีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ที่วิ่งระหว่าง จ.สงขลากับมาเลเซียและสิงคโปร์จำนวนมาก ที่ต้องมารอเติมน้ำมันที่หน้าปั๊ม เพราะที่บริษัทของตนเองไม่มีน้ำมัน เนื่องจาก ปตท.และบางจากไม่ยอมขายบัญชีค้าส่งให้เจ้าของกิจการ โดยอ้างว่าต้องส่งน้ำมันให้ประชาชน ที่เข้าไปเติมในปั๊มน้ำมัน
ในขณะที่บริษัทผู้ค้าน้ำมันต่างชาติ เช่น เชลล์และคาลเท็กซ์ขายบัญชีค้าส่งในบางวัน แต่ขายในราคาแพง อย่างในวันที่ 14 มี.ค. เชลล์ เปิดบัญชีค้าส่งเพียงบริษัทเดียว โดยขายดีเซล บี 7 ที่ราคาลิตรละ 37.90 บาท และแก๊สโซฮอร์ 91 ลิตรละ 36 .90 บาท แต่เปิดขายเพียง 1-2 ชั่วโมงก็จะปิดการขาย ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ขนส่ง และ อื่นๆ แม้จะมีเงินก็ซื้อไม่ทัน ทำให้โรงงานอุตสาหกรรม ขนส่ง ผู้รับเหมาก่อสร้าง เกษตรกร ที่ต้องใช้น้ำมันได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะปั๊มอิสระที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ตำบล ทางหลวงชนบท ปิดตัว ตั้งแต่สัปดาห์แรก ที่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง เพราะคลังน้ำมันไม่ขายน้ำมันบัญชีค้าส่ง
สำหรับน้ำมันเถื่อน ที่มีการนำเข้าจากมาเลเซียก็ไม่สามารถที่จะนำเข้ามา เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน ที่เกิดขึ้นใน จ.สงขลา ที่เป็นเมืองชายแดนได้ เพราะน้ำมันเถื่อนในคอกน้ำมันขึ้นราคา มีการซื้อ-ขายที่ลิตรละ 31 บาท เมื่อต้องจ่ายส่วยให้ศุลกากร สรรพสมิต และตำรวจ ในเส้นทางที่ต้องผ่าน รวมต้นทุนแล้วอยู่ที่ลิตรละ 35 บาท ถ้าบวกกำไรจะตกที่ลิตรละ 38-39 บาท จึงทำให้น้ำมันเถื่อนที่ลักลอบนำเข้ามาจากมาเลเซียลดจำนวนการนำเข้ามาด้วย ยิ่งทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น
ด้านนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวว่า โดยข้อเท็จจริง น้ำมันต้องไม่ขาดแคลนใน 90 วัน เพราะน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบของโรงกลั่นทั้ง 6 โรง มีการสต็อกน้ำมันที่นำเข้ามาก่อนการเกิดสงคราม และน้ำมันในส่วนที่นำเข้ามาก่อนการเกิดสงครามไม่ต้องขึ้นราคา เพราะไม่มีผลกระทบกับต้นทุน
“แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้โรงกลั่นขึ้นราคาโดยอ้างภาวะสงคราม และรัฐบาลยังให้กองทุนน้ำมันชดเชยให้โรงกลั่น ทั้ง ปตท. บางจาก เชลล์ คาลเท็กซ์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงกลั่นอีกลิตรละ 17 บาทกว่า ซึ่งไม่มีเหตุผล เพราะน้ำมันที่กองทุนน้ำมันจ่ายค่าชดเชยเป็นน้ำมันที่นำเข้ามาก่อนเกิดสงคราม และกลั่นเก็บไว้ในคลังก่อนเกิดสงคราม จึงเท่ากับว่า รัฐบาลไปอุดหนุนโรงกลั่นให้มีกำไรเพิ่มขึ้น”
นายไชยยงค์ กล่าวว่า เมื่อโรงกลั่นไม่ขาดทุน มีแต่กำไรที่มากขึ้น จึงไม่สมควรที่จะทำให้น้ำมันขาดแคลน นอกจากเก็บไว้เพื่อรอราคาใหม่ ที่สำคัญ บริษัทน้ำมันอย่าง ปตท. บางจาก ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย ที่อ้างว่ามีธรรมภิบาล ต้องไม่ทิ้งลูกค้าของตนเอง คือ บริษัทผู้ประกอบการ ที่ซื้อน้ำมันของ ปตท.บางจาก ผ่านจ็อบเบอร์ เพราะเขาก็คือลูกค้า ที่ทำเงินให้บริษัทไม่ต่างจากประชาชน ที่ขับรถไปเติมน้ำมันในปั๊ม
นายไชยยงค์ กล่าวว่า การขาดแคลนน้ำมัน รวมทั้งน้ำมันมีราคาแพงในครั้งนี้ ทำให้สินค้าขยับขึ้นทุกชนิด ไม่ใช่เฉพาะปุ๋ยเคมีที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยพ่อค้าแม่ค้าอ้างว่า สินค้าทุกอย่างแพงขึ้นเพราะต้นทุนจากค่าขนส่ง ที่น้ำมันมีราคาแพง ในขณะที่อาหารทะเลทุกชนิดปรับราคาเพราะน้ำมันแพงและขาดแคลน ทำให้เรือประมงออทะเลเพื่อไปทำประมงไม่ได้ แม้แต่เนื้อหมูในตลาดสดก็ขึ้นราคาทุกวันๆ ละ 1 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม