ไม่มีอะไรต้องแอ๊บ! “มายมิ้นท์” เปิดใจเลิก “อาสัว” เหตุเพราะฝ่ายหญิงไปตีกอล์ฟ ตนเองเลยต้องไป “ตีกะxรี่” ร่ายยาวห่างมาแล้ว 5 เดือน รอวันแบ่งสมบัติ แต่ถ้าไม่ลงตัว ยอมยกให้หมด ขอไปแต่ตัว ชาตินี้ไม่ขอเผาผี เมินที่อีกฝ่ายมาแก้ตัว ฟังแล้วเหมือน “ตอแหx” ส่วนรถพอร์ชที่ชน ยอมขายซากแล้วเอาเงินมาแบ่งกัน
เปิดปากครั้งแรกแบบไม่มีแอ๊บ สำหรับ “มายมิ้นท์นารา” เจ้าของฉายาพริตตี้อีสาน ที่ต้องออกมาเคลียร์ชัดอีกครั้ง เมื่ออดีตแฟนหนุ่ม “อาสัว” ขับรถพอร์ชไปชนจนพังยับ แต่ที่กลายเป็นประเด็นเพราะอีกฝ่ายบอกหลับใน แต่ไหงเบาะข้างๆ ถึงมีบีบีที่ใช้ทาตัวติดที่เบาะ ซึ่งด้านเจ้ายอมรับว่าเลิกมาได้ 5 เดือนกว่า ตอนนี้เหลือขั้นตอนแบ่งสมบัติ แต่ถ้าตกลงไม่ได้ อยากได้ก็เอาไปให้หมดเลยก็ได้ พร้อมทิ้งท้ายชาตินี้ไม่ขอเผาผีเลย
“ตอนนี้โล่ง เหมือนเราได้ปลดปล่อยภาระ เราหาเงินมาแล้วไม่ต้องเอาไปแบ่งผู้ชาย เพราะเราคิดว่า ไม่จำเป็นต้องหาเงินเก่งก็ได้ แต่แค่อยู่ข้างๆ เราเป็นกำลังใจให้เราก็พอแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ช่วยเรา อย่างที่ช่วยยิงแอด อันนี้เราก็พูดกันตรงๆ แต่ก็มีทีมงานด้วย ซึ่งในส่วนของมายด์เองก็จะคิดในด้านของโปรดักส์ วางแผนธุรกิจ กระทั่งบัญชีหลังบ้าน ก็ช่วยกันนั่นแหละ
ซึ่งเราคบกันมา 11 ปี และเรื่องที่มันเกิดขึ้นคือเรื่องผู้หญิง รวมไปถึงเรื่องอีโก้ ในส่วนของเรื่องผู้หญิง เราเข้าใจในธรรมชาติของความเป็นชาย เข้าใจในฮอร์โมนของเขา แต่แค่เวลาทำผิดขอแค่สำนึกผิดหน่อย อย่างที่เขาบอกว่าตัวเขาไปตีกะxรี่ แต่มายไปตีกอล์ฟ ทั้งๆ ที่เราก็ทำการบ้านเท่าเดิม และเราก็ไม่อนุญาตให้เขาไปด้วย แล้วจริงๆ แล้วการที่มึงไปตีกะxรี่ ก็บอกตรงๆ ว่าเงี่xxสิ บอกว่าอยาก พูดตรงๆ ไม่ใช่จะมาอ้างว่าที่ไปตีกะxรี่เพราะว่าเราไปตีกอล์ฟ มันไม่แมน
ย้อนกลับไปสถานการณ์วันนั้นคือทุกอย่างมันแตกหัก ทะเลาะกันในบ้าน เราก็น้อยเนื้อต่ำใจ ที่ทำให้บริษัทโบรกเหรอ เราก็ปรึกษากับเพื่อนเราคนหนึ่ง ซึ่งนางก็เป็นพริตตี้เก่า เพื่อนก็ด่าเรากลับมาว่ามึงจะกดตัวเองทำไม มึงด้อยค่าตัวเองทำไม มึงรู้มั้ยว่าผัวมึงตีกะหรี่ ตอนนั้นเราช็อก เราอึ้ง เพราะว่าผัวเราก็อยู่บ้าน เขาก็ทำงานตลอด แล้วเพื่อนคนนี้ก็เลยเปิดหลักฐานให้ดู
ซึ่งเราก็ถามสามีเรา เขาก็ยอมรับ ซึ่งย้อนกลับไปตอนที่เรารู้ แต่เราก็ไม่ได้บอกเขาทันที เราปล่อยเวลาไปเกือบสองเดือน เราจะลองดูสิว่าเขาจะเปลี่ยนพฤติกรรมไหม ซึ่งมายด์ไม่แน่ใจว่ากี่ครั้ง แต่ไม่น่าจะต่ำกว่า 4-5 คน คือมายด์เป็นคนที่เชื่อว่า ถ้าเราให้อภัยแล้ว พอเราทะเลาะกันวันนี้อีก มายด์ก็จะไม่หยิบเรื่องเมื่อวานมาทะเลาะ เพราะว่าเรารู้สึกเสียเวลา เราพูดตรงๆ กันได้ การคบกันมันคือการสื่อสาร แต่แค่รู้สึกว่ารอบนี้ มันไม่ได้รู้สึกผิดอะไร มายด์ก็ทำการบ้านเหมือนเดิม เราไม่ได้บกพร่องเลย ซึ่งพอเรารู้ว่าเค้าไปตีกะxรี่ เราก็ดูสิว่าเขาจะสำนึกไหม
จนมีอยู่วันนึงเราโดนบอกเลิก เขามาบอกเลิก คือเราไปเที่ยวแล้วกลับบ้านมาตีสอง ซึ่งถ้าเขาไป เขากลับตีห้า หรือ 11 โมง เราก็ไม่เคยว่า แล้วตอนนั้นเรานั่งแท็กซี่กลับ เราก็อยากรู้สึกให้เขาเป็นห่วงเราเพราะเราไม่มีรถกลับ เราอยากให้เขาไปรับ แต่เขาส่งข้อความมาบอกเลิก ซึ่งตอนนั้นเราก็ทนกับเรื่องที่เขาไปตีกะxรี่ งั้นเลิกก็เลิก แต่เราก็ยังอยู่บ้านหลังเดียวกันนะ แต่เขาก็ขอโอกาสเรา ซึ่งเราก็โอเคเราก็ให้เขาทำเต็มที่ ในโอกาสที่เขาขอมา 6-7 เดือน ก็อยู่บ้านต่อ พอผ่าน 7 เดือน เราถึงแยกออกมาอยู่คอนโด”
เลิกกัน 5 เดือน เพราะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว
“ซึ่งเขาบอกเลิกเอง แต่เขาไม่ยอมเลิกไง คือมันเป็นแฟนกัน ทะเลาะกัน ซึ่งเขาจะพูดยังไงก็ได้ แต่ประเด็นคือกายหยาบมันอยู่ด้วยกัน ซึ่งมันอยู่ที่บ้านด้วยกันเป็นสามีภรรยากัน แต่ถ้าถามว่าเลิกกันจริงๆ กี่เดือนก็ประมาณ 5 เดือนแล้วที่เราตัดสินใจเลิก เพราะเรารู้สึกว่าคุยกับเขาไม่รู้เรื่องแล้ว มันเหมือนเราคุยกันคนละภาษา และเราก็ชอบโทษตัวเอง เวลามันเกิดเรื่องผิดพลาด เราผิด 50 เขาก็ผิด 50 เราก็ปรับจูน เราก็คุยกัน
แต่เขาจะเป็นฟีลกูไม่ผิด เรารู้สึกว่าเราอยู่กับคนแบบนี้ไม่ได้ เราจะโดนกด และนอกใจ เขาจะรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นคนผิดนะ เขามองว่ามายด์ให้อภัยง่าย ก็ทำอีก ในครั้งต่อไป มันก็คือหน้าที่มายด์ ที่ต้องให้อภัยเขาซึ่งตอนนี้เค้าเองก็ยังคิดว่าตัวเองไม่ผิด ซึ่งเรารู้สึกว่าเราจะคุยกับคนแบบนี้ทำไม เราจะอยู่คนแบบนี้ไปทั้งชีวิตจริงเหรอ แล้วตอนที่เราออกมา เราก็ไม่ได้มั่นใจตัวเอง เราก็ไม่ได้มีเงินด้วยนะ ออกมาแต่ตัว เพียงแต่เราคิดว่าเราไม่อยากอยู่กับคนแบบนี้ หาใหม่ แต่พอออกมาปุ๊บ สุดท้ายเราก็ทำได้นี่ และสุดท้ายคนเก่งก็คือกูนี่ มันเลยเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองเรื่อยๆ จากที่เคยรู้สึกว่าตัวเองกาก เพราะว่าเราโดนกดมาเรื่อยๆ”
แฉมีผู้หญิงตั้แต่แรก แต่ไม่รู้ว่านอกกายหรือไม่ ลั่นไม่อยากอยู่กับคนที่มีอีโก้
“ซึ่งเรื่องผู้หญิง มันมีมาตั้งแต่แรก แต่มายด์ไม่แน่ใจว่ามันถึงขั้นนอกกายหรือเปล่า ตอนนั้นมันอยู่ต่างจังหวัด มันไกลกัน ในส่วนของเรื่องอีโก้ ที่เห็นได้แตกต่างเลย คือตอนที่เรามีเงินกัน พอมีเงินปุ๊บ เริ่มเก่งเหมือนเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เริ่มทะเลาะกัน เริ่มสาดโคลนใส่กัน นี่ก็เลยคิดว่าออกมาดีกว่า ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผู้หญิง 100% เราไม่อยากอยู่กับคนที่มีอีโก้แบบนี้ เพราะว่าถ้าเค้าแค่ยอมรับผิด มันก็ไม่ยาก”
รอคำตอบแบ่งสมบัติ บอกจะเอาไปทั้งหมดก็ได้ไม่อยากเครียดแล้ว
“การแบ่งสมบัติ ตอนนี้ยังรอคำตอบอยู่เลย ว่าเขาจะเอายังไง เพราะว่าตอนนี้เขาอยู่บ้าน คนที่ต้องรอคำตอบ คืออีมายด์ค่ะ แค่อยากรู้ว่า มึงจะขาย หรือมึงจะเอาไว้ พอให้เส้นตายไปว่า 5 วันต้องได้คำตอบ มาบอกอีกว่าเร่งเกินไปไหม เราก็ให้เกียรติเขา ก็กลัวว่าเขาจะไม่มีที่ไป ตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่ได้คำตอบเขาก็โยนมาให้มายด์ ว่ารอคำตอบจากมายด์ นี่ก็งงว่าจะมารออะไรกู ทั้งๆ ที่ผ่านมาคือกูรอคำตอบจากมึง เพราะว่าบ้านคือชื่อบริษัท ถือหุ้น 98% เขาถือ 1% เพราะเขาเคยบอกไปว่าถ้าเขานอกใจมายด์เขาจะไปแต่ตัว รถที่เอาไปชนก็เป็นชื่อมายด์
และอย่างที่เค้าบอกว่าถ้าเขานอกใจแล้วเขาจะไปแต่ตัว คนแบบนี้แม้จะจำได้แต่ยังไงก็แถ เพราะเขาไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง แต่นี่ก็ไม่ได้ซีเรียสอยู่แล้วเพราะว่านี่เป็นคนแฟร์ ออกมาแบ่งคนละครึ่งก็ได้ หรือมึงจะเอาไปหมดเลยก็ได้ไม่อยากเครียดแล้ว ไม่อยากติดต่อแล้ว
นี่ก็บอกว่าเดี๋ยวจะยกบริษัทไปให้เลย 100% หรือว่าอยากได้บ้านก็เอาไปเลย แต่ขอแค่รถตู้คันเดียว และยังมีหน้ามาขอเงินปันผลจากบริษัท ซึ่งมาบอกว่าไม่ได้ เพราะว่าบริษัทมีหนี้สิน และสิ่งที่เล่ามา มันก็เกิดจากการที่เราให้ทนายไปคุย และเอาตรงๆ ถ้าฟ้อง เขาจะไม่เหลืออะไรเลยนะ แล้วถ้าว่ากันด้วยเอกสาร ทุกสิ่งทุกอย่างคือของอีมายด์หมด แต่เราไม่อยากทำแบบนั้นไง เราก็อยากให้มันแฟร์แบ่งกันคนละครึ่ง แต่ตอนนี้แค่รู้สึกว่าจะเอาอะไรอีก นอกใจก็นอกใจเราเจ็บจะตายอยู่แล้ว และยังมาทำให้เราเป็นคนไร้ค่าไร้ศักดิ์ศรีขึ้นไปอีก สุดท้ายสิ่งที่ควรจะทำให้กันคือการให้เกียรติกันหลังจากที่เราเลิกกัน แค่นี้ยังทำให้ไม่ได้เลย เพราะเราก็ตัดสินใจไปแล้วว่า ขายบ้านไปเลยไหม แล้วปิดบริษัทไปเลย มันจะได้แฟร์ รถก็ขายไปเลย และเงินทำหน้า ก็คือเงินที่เรารับงานรีวิวตอนนั้น
แล้วอย่างที่เขาบอกว่าเขาไม่ได้ทวงสมบัติ แล้วยังมีหน้ามาบอกว่ามีกล้องวงจรปิด ให้เอามาโชว์เลย แล้วรู้ว่ากล้องวงจรปิดที่พูดถึง มันพังค่ะ แล้วเขาจะไม่รู้ได้ไงเพราะแอปฯ อยู่ในมือเขา และในวันนั้นพยานไม่ได้มีแค่มายด์ มีทีมงาน มีทนาย มีเลขาฯ ด้วย เขาได้ยินกันหมด ตอนชีเดินมา (ชี้ไปที่นาฬิกา) อันนี้แบ่งไหม ไม่แบ่งเนอะ แล้วก็ขำใส่ ต่อหน้าทนายต่อหน้าทีมงานทุกคน แล้วจะมาทักว่าสวยมันก็ไม่เมคเซ้นส์ มึงซื้อมาให้กูเมื่อสามปีที่แล้ว เพิ่งมาทักว่าสวย แล้วตอนนี้สมบัติก็ไม่ได้เยอะ ถ้ารวมจริงๆ ก็แค่ 5 ล้านบาท เพราะว่าบ้านก็ยังผ่อนอยู่ ถ้าขายได้ก็ได้กำไร เราก็ผ่อนมาหลายล้านแล้ว
แล้วที่เขาเอารถเราไปชน เขาก็ไม่รับผิดชอบ เขาบอกว่าเขาไม่ผิด เขาบอกว่ารถเราแบ่งกันใช้ตั้งแต่แรก และมึงไม่มีสิทธิ์ที่จะเอารถไปชน มึงมีสิทธิ์แค่เอารถไปใช้ แต่ไม่มีสิทธิ์เอารถไปชน แล้วพูดตรงๆ นะถ้ารถตู้ที่เราใช้ไปชน เราก็ต้องรับผิดชอบ แล้วถ้าต้องขาย เราก็ต้องแบ่งเงินให้เขาด้วย ตอนนี้รถก็ยังจอดอยู่ที่อู่ คือเราอยากขายซากไปเลย ให้มันจบไปเลย ไม่ต้องมีทรัพย์สินตรงนี้แล้ว เพราะว่าเดี๋ยวก็ต้องตีกันอีกว่าพอร์ชเป็นของใคร มายด็อยากจบ มายด์ไม่อยากยุ่งแล้ว ไปไกลๆ
แล้วก็มีแม่ย่านางอยู่บนรถ ในวันที่รถชน มีวีดีโอคอลหามายด์บอกว่าหลับในก็เลยชน คือก่อนหน้านั้น เราก็ไม่ได้คุยกันมาแล้วสองอาทิตย์ โผล่มาก็มีปัญหาแล้ว ตอนนั้นก็ไม่ได้ด่า เรารู้สึกว่าชีวิตคนสำคัญที่สุด เราก็รีบไปหาเลย ไปนั่งรอที่บ้านเป็นชั่วโมง พอเขากลับเข้ามา เราก็ไปกอดถามว่าเป็นยังไงบ้าง พาเขาไปเช็ดตัวเปลี่ยนชุดนอน”
ฉะโกหกทำไมเรื่องผู้หญิง ในเมื่อเลิกกันแล้ว ทำให้เป็นคนโง่จนวินาทีสุดท้าย
“พอดีที่เราไปหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเขาเพื่อที่จะไปชาร์จแบต สรุปเจอยาคุมฉุกเฉิน แต่ก็ไม่ได้อะไรนะ เพราะว่าเราเลิกกันแล้ว เราก็เลยด่าเขาไปว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน นี่ก็ไปสดกับคนอื่นเลยหรอ เขาอาจจะเป็นโรคก็ได้ นี่คือสิ่งที่มายด์ด่าเขา ด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้มีความหึงเลย เขาก็ไปบอกเพื่อนให้ช่วยปิดว่า เขาไปคนเดียว สุดท้ายตำรวจโทร.มาบอกว่าให้ผู้หญิงที่ไปด้วย เข้ามาให้ปากคำด้วยนะ ก็เลยส่งรูปที่มีบีบีติดที่เบาะ เราก็เลยรู้สึกว่าแล้วจะโกหกทำไมในเมื่อเลิกกันแล้ว ยินดีด้วยซ้ำกับรักครั้งใหม่ของเขา คือมายด์แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกหกกัน เขาทำให้เหมือนมายด์เป็นคนโง่จนวินาทีสุดท้าย แค่คำว่าเพื่อนยังไม่มีความจริงใจให้กัน ก็คงคบไม่ได้แล้วคนแบบนี้
ก็บอกแล้วไงว่าเด็กรังสิตมันร้าย ไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยอะไร ไม่รู้ว่าเขาคบนานไหม แต่ชีก็ไปแต่ม.กรุงเทพ ม.รังสิต ไม่นอนบ้าน ก็เลยงงว่าที่พูดว่าเป็นห่วงหมาแมวเลยไม่ออกจากบ้าน แต่ก็ไม่ได้อยู่บ้านอยู่แล้ว เขาไปนอนรังสิต เราก็รู้แต่เราไม่พูด เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา เราจะไปแขวะทำไมมันเรื่องแฟนใหม่ของเขา แล้วผู้หญิงเขาก็เข้ามาในตอนที่เราเลิกกัน เราก็ไม่เบลมผู้หญิง”
ซัดตอแหx ปั้นน้ำเป็นตัว สุดท้ายจะไม่เหลือใคร
“แล้วเราได้ฟังที่เขาพูดวันก่อน ที่เราอึดอัดคือความตอแหx ความอีโก้ ความปั้นน้ำเป็นตัว อยากจะบอกเขาเหมือนกันว่าการที่เขาเป็นคนแบบนี้ สุดท้ายแล้วเขาไม่เหลือใครเลย สุดท้ายตอนนี้เขาก็ไม่เหลือใครแล้ว เพื่อนก็ไม่อยากรับสาย เพราะว่าเพื่อนเตือนตรงๆ ก็ไม่ฟัง เพราะไม่เห็นด้วยกับเขา เขาก็ตัดสายทิ้งเลย แล้วมายด์ก็เชื่อว่าเขาหลงผิดอยู่ และหลังจากที่เขาได้เรียนรู้ชีวิตแล้ว ถ้าเขากลับมาขอความช่วยเหลือกับมายด์ มายด์ช่วยเขานะ เพราะว่าคนเราเรียนรู้จากความผิดพลาด เราก็ต้องให้โอกาสกัน แต่ยังไม่ให้ตอนนี้ ตอนนี้เขาเก่งก็ให้เขาดูแลตัวเองไป
ถามว่ากลัวไหมถ้าจะมีความรักครั้งใหม่ เอาตรงๆ ว่ากลัว มายด์เป็นแพนิก ย้อนกลับไปเมื่อสามปีที่แล้ว เราเห็นเขากับเด็กเอ็นอยู่ในบ้าน มันทำให้เราเป็นแพนิก เราก็ตื่นมาร้องไห้ในทุกคืน เขาก็ได้มาปลอบใจเรา จิตใจเรามันแย่มาก แต่เราไม่ได้ขุดนะ เพราะว่าที่ผ่านมามันก็ฮีลใจมาโดยตลอด แต่ทุกวันนี้ความเป็นแพนิกมันก็มีอยู่ มันกลัวผู้ชาย ถ้าเรารู้สึกว่าเราไม่ปลอดภัย อาการแพนิกมันจะเกิดขึ้น มันหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก
และการที่เราเที่ยว host คือเราเที่ยวหลังจากที่เขาเอาเด็กเอ็นเข้ามาในบ้าน host ยังมีคุณค่ามากกว่ามึงอีก ถ้ามึงใจแตก กูก็จะลองใจแตกดูบ้าง สรุปไปเที่ยว host ยังไงรู้เปล่า ก็คือให้เขามานั่งกินเหล้าเป็นเพื่อน แบบพี่น้อง แล้วถ้าเราจะกลับมาคืนดีกันเราก็ต้องหยุดเที่ยว เพราะว่าเราใช้ชีวิตเที่ยว host เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ชอบแล้ว ก็หยุด แล้วก็คิดว่าการที่เขาไปตีกะxรี่เพราะว่าเราไปเที่ยว host แต่เราก็ไม่ได้มีอะไรกับใครนะมันเป็นแค่ปาร์ตี้ เค้าก็อ้างว่าที่เขาไปตีกะxรี่เพราะว่าเราไปเที่ยว host ก็เลยคิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความผิดมาจากเราด้วย งั้นเราก็ต้องเดินหน้าต่อทั้งคู่จะไม่ทำความผิดต่อกันแล้ว แล้วรอบนี้เราก็เลยถามว่าทำไมป๊าถึงไปตีกะxรี่ เขาต้องตอบกลับมาว่าก็เพราะหนูไปตีกอล์ฟ อันนี้ไม่ใช่เหตุผลแล้ว อันนี้มึงโทษกูแหละ”
เดินออกมา ไม่มีน้ำตาสักหยด
“หลังจากนี้เราก็ไม่เสียใจเลย ที่เคยให้โอกาส ย้อนกลับไปได้เราก็จะเป็นคนโง่เหมือนเดิม เพราะอยากทำความสัมพันธ์นี้ให้มันเต็มที่ ถ้าโง่ปล่อยตัวเองให้โง่ไปเลย ถ้าอยากดีกับเขา ก็ดีไปเลยให้มันสุด แล้วถ้าวันนึงหนูโง่สุดๆ ไร้ค่าสุดๆ สักวันนึงเราจะเห็นคุณค่าในตัวเอง แล้วมันจะลุกขึ้นมาโดยที่ไม่มีน้ำตาสักหยด แล้ววันที่เราเดินออกมา เขานั่งกอดขาร้องไห้ เชื่อไหมว่าเดินออกมาไม่มีน้ำตาเลย เขากอดขาเรา ขอร้องให้เรากลับไปบ้านได้ไหม เชื่อไหมว่ามายด์ไม่มีน้ำตาเลย มายด์ก็บอกเขาว่าไม่ ซึ่งเราก็บอกว่าสิ่งที่เขาทำ เราเคยเป็นมาหมดแล้ว เพราะว่ามายด์ก็เคยบอกว่าให้เขาหยุด แต่เขาไม่เคยหยุด แล้วมันก็บอกเขาว่าวันไหนที่เข้มแข็งขึ้นมา มายด์ก็จะไม่เอาเขาแล้ว มายด์จะไม่มีน้ำตาสักหยด แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง”
ประกาศไม่เกลียด แต่ไม่เผาผี
“ถามว่าทุกวันนี้ยังรักเขาอยู่ไหม ไม่ ไม่เผาผี ไม่เกลียดนะ แต่ไม่เอาดีกว่า ไม่ขออยู่กับคนแบบนี้ คนมายด์เซ็ตแบบนี้ ถึงเป็นเพื่อนก็ตีกันอยู่แล้ว บ้าหรือเปล่าให้แต่ร้ายคนอื่น สิ่งสุดท้ายที่อยากฝาก อยากให้ลุกขึ้นมาทำงาน ลุกขึ้นมาสร้างตัวเอง ลุกขึ้นมาสร้างความสำเร็จเอามาฟาดหน้ามายด์ไปเลย อยากให้โฟกัสที่สุดคือเรื่องงาน เรื่องผู้หญิงปล่อยไปก่อน ค่อยมีเงิน 200 ล้านบาท จะเลี้ยงเด็ก 10 คนก็ได้ มายด์เชื่อว่าคุณทำได้ เชื่อว่าคุณเป็นคนเก่ง และทัวร์ที่ลง คือเขากำลังสอน เขาสอนให้คุณมีสติ วันนี้ที่คุณควรจะมีมากที่สุดคือสติ และไม่ต้องเอาชนะมายด์แล้ว แล้วถ้าคุณอยากชนะ ตอนนี้คือคุณชนะแล้ว มายด์ยอมแพ้ให้แล้ว เพราะฉะนั้นมูฟออน แล้วตั้งใจทำงานแค่นั้น”