xs
xsm
sm
md
lg

อาการหนัก! ทรัมป์บอกสหรัฐฯ อาจโจมตีเกาะคาร์กของอิหร่านอีก เพียงเพื่อ'ความสนุก"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันเสาร์(14 มี.ค.) ระบุอเมริกาอาจปฏิบัติการโจมตีเกาะคาร์ก ศูนย์ส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหราน อีกระลอก "เพื่อความสนุก" พร้อมอ้างดูเหมือนเตหะรานจะพร้อมสำหรับข้อตกลงยุติความขัดแย้ง "ทว่าเงื่อนไขต่างๆยังไม่ดีพอ" สำหรับเขา

ทรัมป์กล่าวว่าปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ "ทำลายโดยสิ้นเชิง" พื้นที่ต่างๆบนเกาะคาร์กเป็นส่วนใหญ่ และบอกกับเอ็นบีซีนิวส์ ต่อว่า "เราอาจโจมตีมันอีกสักสองสามครั้ง เพื่อความสนุก"

ระหว่างการสัมภาษณ์เดียวกันกับเอ็นบีซีนิวส์ ทรัมป์ ถูกถามเกี่ยวกับชะตากรรมของผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ในเรื่องนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯตอบว่า "ผมไม่รู้ว่า มอจตาบา ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครเห็นเขา ผมได้ยินข่าวว่าเขาเสียชีวิตแล้ว แต่ถ้าเขายังมีชีวิต เขาควรเลือกทางเลือกที่ฉลาดสำหรับประเทศ และยอมจำนน"

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ยุติข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านด้วยตนเอง โดยเรียกมันว่า "ข่าวลือ" ทั้งนี้เมื่อไม่นานที่ผ่านมา มีรายงานว่า มอจตาบา ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐฯ

นอกจากคำกล่าวที่คลุมเครือเกี่ยวกับชะตากรรมของผู้นำสูงสุดอิหร่านแล้ว ทรัมป์ยังพูดไม่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณีที่มีข่าวว่า อิหร่าน หย่อนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันอันสำคัญยิ่งแห่งนี้ "เรากำลังจะกวาดล้างช่องแคบด้วยความเข้มแข็งมากๆ และเราเชื่อว่าเราจะร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ที่ถูกขัดขวาง และในบางกรณีถูกขัดขวางจากการเข้าถึงน้ำมัน"

ความเห็นของทรัมป์ ในขึ้นหลังก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ส่งเสียงเรียกร้องรอบใหม่ ให้ประเทศอื่นๆช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ และบอกว่าอเมริกาจะร่วมมือกับพวกเขา ท่ามกลางสงครามของสหรัฐฯและอิสราเอล ที่เปิดศึกกับอิหร่าน

"สหรัฐอเมริกาจะเอาชนะและทำลายอิหร่านจนยับเยิน ทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ และในทุกหนทาง แต่ประเทศต่างๆของโลก ที่ได้รับน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จำเป็นต้องดูแลการสัญจรผ่าน และเราจะคอยช่วย" ทรัมป์เขียนบนทรูธโซเชียล

เขากล่าวต่อว่า "สหรัฐฯจะประสานงานกับประเทศต่างๆเหล่านี้ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว เรื่องนี้ควรเป็นความพยายามทำงานเป็นทีมมาตั้งแต่ต้น และเวลานี้มันจะเป็นเช่นนั้น มันจะเป็นการร่วมมือกันของโลก มุ่งหน้าสู่ความสามัคคี ความมั่นคงและสันติภาพที่ยั่งยืน"

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่อิหร่านได้หยุดการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนต่อระบบพลังงานโลก และสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลสหรัฐฯในการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมา

(ที่มา:การ์เดียน/รอยเตอร์)