xs
xsm
sm
md
lg

หอการค้าอุดรฯ ห่วงวิกฤตน้ำมันกดดันเศรษฐกิจฐานราก ต้นทุนธุรกิจพุ่ง เกษตรกรเสี่ยงกระทบขนส่งผลผลิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุดรธานี – หอการค้าจังหวัดอุดรธานีแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนและปริมาณน้ำมันที่เริ่มตึงตัว ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ทั้งต้นทุนการผลิต การขนส่ง รวมถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง


นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการหลายภาคส่วนต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10–20% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีการปรับราคาสูงขึ้นแล้วประมาณ 5–15% ส่งผลให้ราคาสินค้าในห่วงโซ่การผลิตขยับตาม และมีแนวโน้มกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง

“สถานการณ์พลังงานในปัจจุบันถือเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเศรษฐกิจภูมิภาค หากไม่มีมาตรการบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้เพียงพอและรักษาเสถียรภาพด้านราคา อาจทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้างและกระทบต่อประชาชนโดยตรง” นายกัณฑ์พงศ์กล่าว

ทั้งนี้ หอการค้าฯ เสนอให้ภาครัฐเร่งกำหนดแผนสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์อย่างน้อย 60–90 วัน ควบคู่กับมาตรการพยุงราคาพลังงานในช่วงภาวะวิกฤติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในภูมิภาค


ด้านนายจิณณ์ ชัยรัตน์ รองประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ฝ่ายพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาปริมาณน้ำมันที่ไม่เพียงพอเริ่มส่งผลกระทบต่อการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรหลักของจังหวัด เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระบบขนส่งต่อเนื่องไปยังตลาดปลายทาง

“ขณะนี้เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการขนส่งบางส่วนเริ่มประสบปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอต่อการลำเลียงผลผลิต ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นแล้วไม่น้อยกว่า 15% และมีความเสี่ยงที่ผลผลิตจะตกค้างหรือส่งมอบล่าช้า ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง” นายจิณณ์กล่าว


รองประธานหอการค้าฯ ยังเสนอให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือภาคการเกษตร อาทิ การจัดสรรน้ำมันสำหรับการขนส่งสินค้าเกษตร การสนับสนุนค่าขนส่ง รวมถึงการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวลุกลามกระทบกำลังซื้อและเศรษฐกิจในพื้นที่

ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดอุดรธานีเห็นว่า การบริหารจัดการวิกฤตพลังงานอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ จะมีส่วนสำคัญในการประคองเศรษฐกิจฐานราก ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเกษตรกร พร้อมสร้างเสถียรภาพให้เศรษฐกิจจังหวัดในระยะต่อไป.