xs
xsm
sm
md
lg

ทัวร์ลงฉ่ำ "ซาเล้ง" ตลก! "เลิกข้าวฟรี สส." เจอ "หมอวรงค์" สวนหมัดฮุค งานนี้ไม่ขำเพราะอยู่ที่จิตสำนึก! ** ย้อนคดี BNK Master หลงทิศ! ก่อนป.ป.ช. ส่งสำนวน“บิ๊กโจ๊ก” เอี่ยวเว็บพนัน คืนตำรวจ 3 คดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


โสภณ ซารัมย์ - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม - พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล
ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ ทัวร์ลงฉ่ำ "ซาเล้ง" ตลก! "เลิกข้าวฟรีสส." เจอ "หมอวรงค์" สวนหมัดฮุค งานนี้ไม่ขำเพราะอยู่ที่จิตสำนึก!

กลายเป็นดรามาที่บ่งบอก "ตัวตน" กันกลางโซเชียลฯ ให้รู้กันไปว่า “คุณค่า”ของใครอยู่ตรงไหน?

งานนี้ต่อเนื่องมา หลังจาก "หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี “ท็อปฟอร์ม”ตั้งแต่นัดแรก ลุกขึ้นอภิปรายชงประธานสภาฯ ให้ "ล้างบาง" ความฟุ่มเฟือยของสส. "ยกเลิกข้าวฟรี" และตัดจำนวนผู้ช่วยฯ ลดเงินกองทุนบำนาญลง ให้เหลือแค่พอดีๆ ไม่ใช่ถลุงภาษีประชาชนสวนทางกับภาวะที่เศรษฐกิจวันนี้

งานนี้ทำเอา "โสภณ ซารัมย์" ประธานสภาฯ ป้ายแดงจากค่ายสีน้ำเงิน ถึงกับหลุดกิริยา! แทนที่จะรับฟังอย่างผู้ใหญ่ กลับออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยภาษากาย ที่ใครดูก็รู้ว่า "เย้นหยัน" ทำเป็นเรื่อง "ตลก" บอกว่า ตัวเองอยู่มานาน เขาก็เลี้ยงกันแบบนี้

แถมโบ้ยว่า "หมอวรงค์" พูดผิดกาละเทศะ และล่าสุดยังใช้คำพูดที่เหน็บแหนมแซะว่า "หมอวรงค์" หิวแสง!

โสภณ ซารัมย์
แหม..ขอถามท่านประธาน ที่มีฉายา "ซาเล้ง" แทนชาวบ้านว่า ภาษีประชาชน สส. เงินเดือนหลักแสน แต่ยังจะกินข้าวฟรี นี่มันตลกตรงไหน ?

กินมานาน ไม่ได้แปลว่าต้องกินตลอดไป นะจ๊ะ!

ขณะที่ "หมอวรงค์" โพสต์คลิปลงในเพจสวนกลับ "ซาเล้ง" นิ่มๆ แต่เจ็บลึก ย้ำว่าข้อเสนอเลิกข้าวฟรี สส.รวมทั้งค่าใช้จ่าย สส.ที่เอางบประมาณมาใช้กัน "ไม่ใช่เรื่องตลก" แต่มันคือเรื่องของ "จิตสำนึก"

ไม่รู้ว่า “ท่านประธานซาเล้ง” จะเข้าใจ เข้าถึง คำว่า "จิตสำนึก" หรือไม่ ที่แน่ๆ โลกโซเชียลเขามองเหมือนกันว่า งานนี้เห็นชัดเลยว่า "ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน" เพราะ "หมอ" เดินหน้าชนเพื่อปกป้องภาษีชาวบ้านจริงๆ ผิดกับ "ทั่นซาเล้ง" ที่ดูเหมือนว่า "ค่าของคนจะอยู่ที่คนของใคร" มากกว่า!

เพราะใครๆ ก็รู้ว่า ที่ได้นั่งเก้าอี้เนี่ย "บ้านใหญ่" หลังไหนหนุนหลัง ถ้าไม่มีแบ็กดี ป่านนี้คงไม่ได้มานั่งขำเรื่องข้าวฟรี บนบัลลังก์แบบนี้หรอก!

ประธานฯซาเล้ง น่าจะไปส่องโซเชียลดูบ้างว่า ทัวร์ลงจอดหน้าบ้านตัวเองเยอะแค่ไหน ชาวเน็ตสับเละ ว่า "ห่วงแดก" และ "ซาเล้ง" เสียรังวัดตั้งแต่ออกสตาร์ท

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
คอมเมนต์ชาวเน็ตแต่ละคนนี่ อ่านแล้วอายแทนทั่นประธาน จริงๆ

บางคนถึงกับบอกว่า "หิวแสง ยังดีกว่าหิวของฟรี" หรือบางรายก็จัดหนักว่า “เสียรังวัดไปเยอะ เป็นประธานแทนที่จะสำรวม กลับปากพล่อย มองปัญหาประชาชนเป็นเรื่องตลก”

ยิ่งพอบอกว่า “หมอวรงค์” หิวแสง ชาวเน็ตยิ่งสวนกลับแรงว่า "เขาพูดเพื่อผลประโยชน์ชาติ ไม่ได้หิวแสง แต่ท่านน่ะหวงข้าว!" แถมยังมีคนเตือนสติว่า "เป็นแล้วเปลี่ยนไป ใหญ่แล้วลืมตัว" หรือถึงขั้นตั้งคำถามถึงวุฒิภาวะ ว่า "เหมาะสมกับตำแหน่งจริงหรือ?"

แค่ยกแรกก็ "เป๋" จนคนส่ายหน้ากันทั้งเมืองแบบนี้ แล้วสภาฯจะไหมมั้ย ?

ถ้า "หิวแสง" แล้วทำให้ประหยัดงบไปได้ปีละหลายร้อยล้าน ประชาชนเขาก็ยอมให้หมอกินแสงแทนข้าวสภา!

ส่วนท่านประธาน ก็ระวังเถอะ ทำเป็นขำเรื่องงบประมาณ ระวังจะ "ขำไม่ออก" ตอนเลือกตั้งรอบหน้า เพราะ ชาวเน็ตเขาจดชื่อไว้ในเมนูเรียบร้อยแล้วว่าท่านน่ะ "วัวลืมตีน!"

นี่เป็นแค่บางส่วนของรถทัวร์ ที่ลงฉ่ำที่ลานหน้าบ้าน "ซาเล้ง"

สรุปได้สั้นๆ ว่า ระหว่าง "หมอวรงค์" คนหนึ่งรักษาเงินชาติ กับอีกคน "ประธานซาเล้ง" ที่รักษาผลประโยชน์พวกพ้อง... ดรามานี้ ยาวแน่นอน!

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล
++ ย้อนคดี BNK Master หลงทิศ! ก่อน ป.ป.ช. ส่งสำนวน “บิ๊กโจ๊ก” เอี่ยวเว็บพนัน คืนตำรวจ 3 คดี

คดีเว็บพนันออนไลน์ และฟอกเงินของ“บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผบ.ตร. ที่เจ้าตัวพยายามให้สำนวนไปอยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช.

โดยอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง เมื่อมีการกล่าวหาว่าทุจริต หรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อำนาจการสอบสวนต้องเป็นของป.ป.ช.

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ “บิ๊กโจ๊ก” มองว่าหากสำนวนคดีอยู่ที่ ป.ป.ช. แล้ว ตามกฎหมายต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และยังไม่มีการชี้มูลความผิด ทำให้ไม่สามารถนำกรณีนี้ มาใช้พิจารณาโยกย้าย หรือสั่งฬฆ็ออกจากราชการได้ง่ายๆ เหมือนคดีอาญาปกติ

นอกจากนี้ “บิ๊กโจ๊ก” ยังได้ยื่นฟ้องคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดเดิม ที่ทำคดีของเขาต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เห็นว่าเป็นคู่ขัดแย้ง หากคดีอยู่ในมือตำรวจ เกรงว่าการทำคดีจะไม่โปร่งใส

แล้วในที่สุดก็มีข่าว “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยทองคำหนัก 246 บาท ให้ช่วยเป่าคดี!

ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้มีมติ ส่งสำนวนคดี เกี่ยวกับการทำผิดเว็บพนันออนไลน์ และร่วมกันฟอกเงิน ของกลุ่ม “บิ๊กโจ๊ก” กลับคืนตำรวจ ให้ดำเนินการต่อไปทั้ง 3 เรื่อง เป็นที่เรียบร้อย

หนึ่งในสำนวน ที่ต้องย้อนรอยให้เห็นกันชัดๆ คือ “คดีเว็บพนัน BNK Master” จากคดีที่วันนี้ควรเดินหน้าในชั้นศาล แล้วใครกัน ที่พาคดีออกนอกลู่นอกทาง จนเกิดความล่าช้า บิดเบี้ยว

คดีเว็บพนัน BNK Master ไม่ใช่เพียง คดีอาชญากรรมออนไลน์ธรรมดา แต่เป็นคดีที่สั่นสะเทือนวงการสีกากี อย่างรุนแรง เพราะปลายทางของมัน เชื่อมโยงไปถึงการดำเนินการทางวินัยและสถานะราชการของ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” ซึ่งต่อมา ก.พ.ค.ตร. มีมติยืนว่า คำสั่งไล่ออก ชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองสูงสุด ก็มีคำพิพากษายกฟ้อง ในคดีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

แต่สิ่งที่ประชาชนจำนวนมากยังติดใจ และมีคำถาม คือ ใครทำให้คดีนี้ไม่เดินในรางปกติของกระบวนการยุติธรรม!

ตามข้อมูลสาธารณะ ป.ป.ช.มีมติเมื่อ 5 มี.ค.67 รับเรื่องกล่าวหา “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกรวม 5 คน” ไว้ดำเนินการเอง โดยให้เหตุผลว่าผู้ถูกกล่าวหาบางรายเป็นข้าราชการระดับสูง และเรื่องมีลักษณะเป็นความผิดร้ายแรง หรือเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง

ที่น่าสนใจคือ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคดี มีความพยายาม “โยกศูนย์ถ่วง” ของคดี ออกจากแนวทางปกติ หรือไม่ โดยเฉพาะการเปิดคดีอีกสำนวน ในพื้นที่อื่น และการเร่งส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.ส่วนกลาง

ชื่อของ “พ.ต.อ.ดุสิต” ถูกพูดถึงในฐานะ“ตัวละครสำคัญ”ในห้วงเวลาที่คดีเริ่มเปลี่ยนทิศ เพราะในไทม์ไลน์ ที่มีการกล่าวอ้าง เขาเป็นผู้ร้องทุกข์เปิดคดี ที่ สภ.คอหงส์ เมื่อ 20 ก.พ.67 ก่อนที่ในวันที่ 5 มี.ค.67 จะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติม ในคดี BNK Master ที่ สน.เตาปูน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องของ “บิ๊กโจ๊กกับพวก” ไว้ดำเนินการ

คำถาม คือ หากคดีมีพยาน หลักฐาน และเส้นทางคดีชัดอยู่แล้ว ทำไมต้องทำให้เส้นเรื่องแตกแขนง ซ้อนทับ และเปิดช่องให้เกิดข้อถกเถียง เรื่องอำนาจสอบสวน อำนาจไต่สวน และหน่วยงานที่ควรเป็นเจ้าภาพตัวจริง

ยิ่งเมื่อในเวลาต่อมา มีข้อมูลว่า ชุดทำคดีจำต้องส่งสำนวน BNK Master ให้ป.ป.ช. พิจารณา

เพียงเพราะ มีการกล่าวหาของ “พ.ต.อ.ดุสิต” แบบลอยๆ ว่า“พ.ต.ท.คริษฐ์” ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในคดีนี้

กฎหมายป.ป.ช. มัดมือว่า พนักงานสอบสวน ต้องส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.ก่อน

นับจากวันส่งสำนวนไปจนถึงวันนี้ ผ่านไปเนินนานมาก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า คดีนี้ ไม่ได้ติดขัดเพราะข้อกฎหมายอย่างเดียว แต่อาจเพราะคนบางกลุ่มรู้วิธีใช้ข้อกฎหมาย เป็นเครื่องมือซื้อเวลา!

นี่จึงเป็นหัวใจของปัญหา… คดีอาญาไม่ควรแพ้ “เทคนิก”

พยานหลักฐานไม่ควรถูกทำให้ช้าลงด้วย “เกมเขตอำนาจ” และกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรถูกประชาชนมองว่า ถูกดึงไป ดึงมา เพราะเครือข่ายอิทธิพล!!

เมื่อมองย้อนกลับ จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา ทั้งมติ ก.พ.ค.ตร. และคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ยิ่งทำให้คำถามนี้ ดังขึ้นกว่าเดิมว่า ถ้าปล่อยให้คดีเดินตามครรลองตั้งแต่ต้น โดยไม่ถูกทำให้สับสน วุ่นวาย หรือเบี่ยงประเด็น วันนี้ข้อเท็จจริงใน คดี BNK Master คงถูกทดสอบในเวทีที่ตรงที่สุดไปนานแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้สังคมค้างคาใจ กับการ “ยื้อ ยัก และย้ายเกม” เช่นนี้

เรื่องนี้ จึงไม่ใช่เพียงการย้อนรอยคดีหนึ่งคดี แต่คือการย้อนถามกระบวนการยุติธรรม ทั้งระบบว่า…ใครทำให้คดี BNK Master เดินช้า …ใครทำให้สำนวนที่ควรไปศาล กลับต้องไปติดหล่มอยู่กลางทาง

และที่สำคัญที่สุด... ใครต้องรับผิดชอบ หากพิสูจน์ได้ว่า มีการใช้ช่องว่างกฎหมายเพื่อบิดทิศคดี ไม่ใช่เพื่ออำนวยความยุติธรรม!

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนไม่ได้ต้องการดูละครอำนาจ แต่ต้องการเห็นความจริงไปถึงศาล

และเมื่อคดีหนึ่งถูกทำให้บิดเบี้ยว คนที่เสียหายไม่ใช่แค่คู่กรณีในสำนวน แต่คือความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ!