xs
xsm
sm
md
lg

“มาร์ค” แนะ 2 มาตรการด่วนลดภาระราคาน้ำมัน ยกเว้นภาษีสรรพสามิต-โรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“อภิสิทธิ์” เสนอ 2 มาตรการด่วน ลดภาระราคาน้ำมัน รับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ชงรัฐยกเว้นภาษีสรรพสามิต-ให้โรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน หวังประคองราคาถึงช่วงสงกรานต์

วันนี้ (18 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาราคาน้ำมันและสถานการณ์พลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ว่า ต้นทุนราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ และยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจนว่าสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปอีกนานเพียงใด แต่สิ่งสำคัญ คือ เมื่อรัฐบาลตั้งเป้าจะลดภาระให้ประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ก็จำเป็นต้องมีแนวทางที่ทำให้ทั้งประชาชน ผู้ค้า และภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวและปฏิบัติตามได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดเหมือนที่ผ่านมา

บทเรียนสำคัญจากมาตรการในอดีต คือ การที่รัฐบาลประกาศล่วงหน้าว่ามาตรการลดราคาน้ำมันจะสิ้นสุดเมื่อใด กลับกลายเป็นการส่งสัญญาณให้เกิดความกังวลในตลาด ประชาชนจึงเร่งเติมน้ำมัน ขณะที่ภาคธุรกิจก็มีแรงจูงใจชะลอการจำหน่าย เพราะรู้ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาในเวลาไม่นาน ส่งผลให้เกิดปัญหาการกักตุนและความไม่สมดุลของตลาด

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่รัฐบาลควรเร่งทบทวน คือ มาตรการที่ทำให้เกิดส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ประชาชนซื้อ กับราคาน้ำมันที่ภาคอุตสาหกรรมเคยซื้อ จนทำให้ภาคอุตสาหกรรมหันมาแย่งซื้อน้ำมันจากตลาดประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ การลดภาระของกองทุนน้ำมัน เนื่องจากขณะนี้การอุดหนุนต่อวันพุ่งสูงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่รัฐบาลเองก็แสดงความกังวลว่า หากกองทุนติดลบมากขึ้น อาจจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มหรือใช้มาตรการค้ำประกัน ซึ่งสุดท้ายภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับประชาชน เพราะเมื่อมีการดึงเงินจากกองทุนมาใช้ ก็ย่อมหมายถึงประชาชนจะต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นในอนาคต

สำหรับข้อเสนอเร่งด่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มี 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ ด้วยการยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่ปัจจุบันจัดเก็บอยู่ลิตรละ 6 บาท เพื่อลดภาระให้ประชาชนโดยตรง และอีกส่วนคือ ให้โรงกลั่นน้ำมันนำส่งเงินจากค่าการกลั่นที่ขณะนี้เพิ่มขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท เข้าสนับสนุนกองทุนน้ำมันในอัตราลิตรละ 3 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและเสริมสภาพคล่องของกองทุนให้สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่กระทบฐานะกองทุนในอนาคต

นายอภิสิทธิ์ แสดงความมั่นใจว่า หากดำเนินมาตรการดังกล่าว จะสามารถช่วยดูแลราคาน้ำมันได้อย่างน้อยจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบล่วงหน้าในส่วนของเม็ดพลาสติกและปุ๋ย ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

เมื่อถูกถามถึงความกังวลว่าการเจรจากับโรงกลั่นอาจทำได้ยาก เพราะบางแห่งอาจมีนักการเมืองถือหุ้นอยู่ด้วย นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า อาจมีความยุ่งยากในเชิงขั้นตอน แต่ย้ำว่าในอดีตเคยมีการใช้มาตรการลักษณะเดียวกันมาแล้ว เช่น การจัดเก็บภาษีลาภลอย เมื่อราว 2-3 ปีก่อน ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นก็สามารถเรียกผู้ประกอบการเข้ามาหารือและตกลงให้ร่วมแบ่งเบาภาระด้วยการส่งเงินเข้ากองทุนเพิ่มได้ภายในเวลาอันสั้น

“ตัวเลขต่างๆ สะท้อนชัดว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร รัฐบาลจึงต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร็ว และหากมีโอกาสได้พบนายกรัฐมนตรี ก็จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพูดคุยโดยตรง รวมถึงจะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการภายหลังการเปิดประชุมสภา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว