xs
xsm
sm
md
lg

สงครามยิ่งบานปลาย! ‘อิสราเอล’ถล่มแหล่งก๊าซมหึมาของอิหร่านครั้งแรก เตหะรานเตรียมเอาคืน! เตือนปท.เพื่อนบ้านอพยพจากสถานที่ตั้งทางพลังงานด่วน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อาคารที่พักอาศัยหลังหนึ่งเกิดการระเบิดและไฟลุกไหม้ ภายหลังการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ในบริเวณตอนกลางของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน เมื่อวันพุธ (18 มี.ค.)
แหล่งก๊าซ “ปารส์” (Pars) ขนาดบิ๊กเบิ้มมหึมาของอิหร่าน ถูกโจมตีเป็นครั้งแรกในวันพุธ (18 มี.ค.) ถือเป็นรายงานชิ้นแรกในสงครามที่สหรัฐฯ-อิสราเอลก่อขึ้นครั้งนี้ว่ามีการเล่นงานใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซียของอิหร่าน และเป็นการยกระดับบานปลายครั้งสำคัญของการสู้รบขัดแย้งคราวนี้ ซึ่งเร่งให้เตหะรานออกมาเตือนให้พวกชาติเพื่อนบ้านอพยพผู้คนออกไปจากสถานที่ตั้งทางด้านพลังงานของตนเอง




ปารส์ เป็นส่วนที่อยู่ในดินแดนอิหร่าน ของแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งอิหร่านกับกาตาร์เป็นเจ้าของร่วมกัน โดยแหล่งก๊าซนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางในแถบอ่าวเปอร์เซีย สำนักข่าวฟารส์ของอิหร่านรายงานว่า แทงก์บรรจุก๊าซ และหลายส่วนของโรงผลิตก๊าซแห่งหนึ่งถูกโจมตี ทำให้พวกคนงานต้องอพยพไปอยู่ตามสถานที่ปลอดภัย และเจ้าหน้าที่รับเหตุฉุกเฉินกำลังพยายามดับไฟที่เกิดขึ้นกันอยู่

การโจมตีคราวนี้ได้รับการรายงานอย่างกว้างขวางในสื่อมวลชนอิสราเอลว่า เป็นฝีมือของอิสราเอลที่ได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐฯแล้ว ฝ่ายทหารของรัฐยิวเองนั้นยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งสื่อมวลชนพากันสอบถามไป

ขณที่ กาตาร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรระดับใกล้ชิดรายหนึ่งของสหรัฐฯ รวมทั้งเป็นเจ้าบ้านของฐานทัพอากาศใหญ่ที่สุดของอเมริกาในตะวันออกกลาง ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของอิสราเอลโดยไม่เอ่ยถึงบทบาทของสหรัฐฯ กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เรียกเหตุคราวนี้ว่า เป็นการยกระดับบานปลาย “อย่างเป็นอันตรายและอย่างไร้ความรับผิดชอบ” ซึ่งทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้รีบบอกกล่าวชาติเพื่อนบ้านอย่าง ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), และกาตาร์ ให้ดำเนินการอพยพออกไปจากพวกสถานที่ทางด้านพลังงานจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯกับอิสราเอลยังยั้งมือไม่เล็งเป้าหมายใส่พวกสถานที่ทางด้านการผลิตพลังงานของอิหร่านในเขตอ้าวเปอร์เซีย เนื่องจากเห็นกันว่าหากทำเช่นนั้นก็เท่ากับเชื้อเชิญให้เกิดการตอบโต้แก้แค้นเอากับพวกชาติผู้ผลิตอื่นๆ และทำให้ตลาดโลกยิ่งยากจะฟื้นตัวจากสิ่งที่กำลังถูกเรียกว่าเป็นการสะดุดติดขัดของซัปพลายด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาอยู่แล้ว

ทว่า สงครามคราวนี้ซึ่งดำเนินมาได้เกือบ 3 สัปดาห์เต็ม ยังคงไม่มีสัญญาณว่าจะลดระดับความดุเดือดรุนแรงลงเลย

รัฐยิวประกาศ ‘ทุกคนล้วนตกเป็นเป้าถูกเล็งยิง”

อิสราเอลยังแถลงในวันพุธ (18) ว่า ได้สังหารรัฐมนตรีข่าวกรองของอิหร่าน ในการโจมตีเล่นงานพวกคณะผู้นำระดับท็อปครั้งที่ 2 ในรอบเวลา 2 วัน รวมทั้งประกาศมอบอำนาจให้กองทัพในการเล็งเป้าหมายใส่เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านคนใดก็ได้ที่สามารถระบุตำแหน่งแห่งที่เพื่อเข้าสังหารได้

นอกจากนั้นแล้ว รัฐยิวยังเข้าถล่มโจมตีตอนกลางของกรุงเบรุต ทำลายอาคารที่พักอาศัยหลายแห่งในการโจมตีทางอากาศใส่เมืองหลวงของเลบานอนแห่งนี้ซึ่งน่าจะเป็นครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปี

“ไม่มีใครในอิหร่านที่มีภูมิคุ้มกันไม่ให้ถูกฆ่า และทุกๆ คนล้วนแต่ตกเป็นเป้าเล็งยิงทั้งสิ้น” เป็นคำประกาศก้องของ รัฐมนตรีกลาโหม อิสราเอล แคตซ์ ผู้ซึ่งประกาศข่าวเรื่องรัฐยิวได้สังหารรัฐมนตรีข่าวกรอง เอสมาอิล คอติบ ของอิหร่าน หนึ่งวันภายหลังการฆ่า อาลี ลาริจานี เลขาธิการของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน

“นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู และผม ได้มอบอำนาจให้แก่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ชื่ออย่างเป็นทางการของกองทัพอิสราเอล) ในการเล็งเป้าหมายพวกเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านคนไหนก็ตาม ที่โอกาสทางด้านข่าวกรองและทางด้านปฏิบัติการเปิดขึ้นมา โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเพิ่มเติมอีก”

เตหะรานถล่มเทลอาวีฟด้วยขีปนาวุธลูกปราย

ก่อนหน้านี้ อิหร่านระบุว่า ได้ล็อกเป้าเทลาอวีฟ ซึ่งนานาชาติยังถือเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล เพื่อถล่มด้วยขีปนาวุธลูกปราย ซึ่งหมายถึงอาวุธที่สามารถแตกออกมาเป็นลูกขีปนาวุธย่อยๆ กระจายออกครอบคลุมบริเวณกว้าง ทั้งนี้ เพื่อล้างแค้นให้ ลาริจานี ผู้นำด้านความมั่นคงที่ถูกอิสราเอลลอบสังหาร พร้อมกับย้ำการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่มีผลต่อระบอบที่มั่นคงแข็งแกร่งของอิหร่าน และปฏิบัติการชำระแค้นจะไม่จบเพียงเท่านี้

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์อัลจาซีรา ซึ่งสื่อของรัฐบาลอิหร่านนำออกเผยแพร่เมื่อวันพุธ (18 ) ว่า อเมริกาและอิสราเอลไม่เคยเข้าใจว่า อิหร่านมีระบบการเมืองเข้มแข็งมาก ซึ่งไม่ได้ขึ้นกับบุคคลเพียงคนเดียว ดังนั้น การเสียชีวิตของเหล่าเจ้าหน้าที่อาวุโสจึงไม่กระทบต่อการปกครองและการทำงานของรัฐบาลอิหร่านแต่อย่างใด

ก่อนหน้านั้นสถานีทีวีของทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านโจมตีเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอลด้วยขีปนาวุธติดหัวรบลูกปรายเพื่อล้างแค้นให้ลาริจานี ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสที่สุดของอิหร่านที่ถูกลอบสังหารหลังจากอยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตระหว่างการโจมตีระลอกแรกของอเมริกาและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

ขณะเดียวกัน IRGC ออกคำแถลงที่เผยแพร่ผ่านสถานีทีวีของทางการอิหร่านระบุว่า อาวุธที่ใช้โจมตีเทลอาวีฟเมื่อคืนวันอังคาร (17 มี.ค.) รวมถึงขีปนาวุธคอร์รัมชาร์ 4 และคัดร์ ซึ่งบรรจุหัวรบที่แตกตัวเป็นหัวรบย่อยจำนวนมากกลางอากาศทำให้ยากต่อการสกัดกั้น พร้อมเตือนว่า การล้างแค้นไม่ได้จบเพียงเท่านี้

ทางด้านเจ้าหน้าที่อิสราเอลเผยว่า การโจมตีของอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตในอิสราเอลจากสงครามครั้งนี้ล่าสุดรวมเป็นอย่างน้อย 14 คน

ขณะเดียวกัน สื่ออิหร่านรายงานว่า ดินแดนของตนคือที่จังหวัดโรเลสถานและเมืองฮาเมดาน ทางตะวันตกของประเทศ รวมถึงจังหวัดฟารส์ทางใต้ และใกล้โรงงานนิวเคลียร์บูเชห์ ได้ถูกโจมตี อย่างไรก็ดี อิหร่านแจ้งกับทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศว่า โรงงานดังกล่าวไม่ได้รับความเสียหายและไม่มีผู้บาดเจ็บ

ส่วนที่เลบานอน สื่อของทางการรายงานว่า อิสราเอลโจมตีกลางกรุงเบรุตเมื่อเช้าวันพุธโดยไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน และบาดเจ็บ 41 คน

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเสริมว่า อิสราเอลยังโจมตีรถคันหนึ่งในเมืองไซดอน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางใต้ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ทั้งนี้ สงครามที่ลุกลามเข้าสู่เลบานอนหลังจากกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงจรวดโจมตีอิสราเอลเพื่อแก้แค้นให้อยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอีนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตจนถึงขณะนี้กว่า 900 คน และประชาชนกว่า 1 ล้านคนต้องทิ้งถิ่นฐาน

การลอบสังหารทางการเมือง

ฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี ประณามว่า การลอบสังหารทางการเมืองของอิสราเอลต่อเหล่าผู้นำอิหร่านเป็นการกระทำผิดกฎหมายและละเมิดกฎหมายสงครามปกติ

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลยังประกาศว่า กำลังไล่ล่าอัคราม อัล-อาจูรี ผู้นำฝ่ายทหารของกลุ่มปาเลสติเนียนอิสลามิกญิหาดในอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การล่าสังหารผู้นำของศัตรูนับจากเหตุการณ์ที่นักรบฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023

อิสราเอลยังประกาศตามล่าโมจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน ซึ่งยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยนับตั้งแต่สืบทอดอำนาจต่อจากพ่อคือ อยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี

อเมริกาถล่มใกล้ฮอร์มุซ

กองทัพสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันอังคารว่า ทิ้งระเบิดบังเกอร์บัสเตอร์ขนาด 5,000 ปอนด์ (2,250 กก.) หลายลูกถล่มฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านบริเวณชายฝั่งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากเป็นภัยคุกคามการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

วันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงไม่หายหงุดหงิด และโจมตีองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่า ผิดพลาดอย่างโง่เขลา หลังจากบรรดาชาติพันธมิตรยืนยันชัดเจนว่า ไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับความขัดแย้งที่อเมริกาและอิสราเอลก่อขึ้น และจะไม่ส่งเรือรบเข้าร่วมคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซตามที่ทรัมป์ร้องขอ

อเมริกาให้เหตุผลกลับไปกลับมาเกี่ยวกับการตัดสินใจเข้าร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน แถมยังไม่สามารถอธิบายเหตุผลทางกฎหมายในการเริ่มสงครามได้ ความน่ากระอักกระอ่วนนี้ได้รับการตอกย้ำจากการที่โจเซฟ เคนต์ ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ โดยให้เหตุผลว่า ไม่สามารถร่วมสนับสนุนสงครามในอิหร่านได้ เนื่องจากอิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าต่ออเมริกา

เคนต์ยังสำทับว่า อเมริกาเริ่มต้นสงครามเพราะถูกกดดันจากอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ทรงอิทธิพลภายในประเทศ

ประเทศอ่าวรับเคราะห์ต่อ

การโจมตีของอิสราเอลและอเมริกา ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการเปิดฉากโจมตีเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียอย่างกว้างขวาง

จนถึงขณะนี้ ที่ตั้งทางการทูตและฐานทัพของอเมริกาในอ่าวอาหรับ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ท่าเรือ สนามบิน เรือ ที่พักอาศัย และอาคารพาณิชย์ในดินแดนนี้ถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนกว่า 2,000 ชุด

อารักชีย้ำระหว่างให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีราว่า การโจมตีของเตหะรานจะไม่จำกัดอยู่ที่ฐานทัพอเมริกันเท่านั้น เนื่องจากอเมริกาใช้พื้นที่อื่นๆ นอกฐานทัพเป็นฐานโจมตีอิหร่าน

(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)