รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียกล่าวเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) ว่า ซาอุดีอาระเบียขอสงวนสิทธิ์ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน และความไว้วางใจใดๆ กับเตหะรานได้พังทลายลงแล้ว หลังจากที่ริยาดถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวของเตหะราน
อิหร่านกล่าวหาอิสราเอลว่าโจมตีโรงงานของตนในแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์สเมื่อวันพุธ (18) ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และอิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศโจมตีเป้าหมายน้ำมันและก๊าซทั่วอ่าวเปอร์เซีย โดยยิงขีปนาวุธใส่กาตาร์และซาอุดีอาระเบีย
ในการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงที่สุดจากราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในช่วงสงครามเกือบ 3 สัปดาห์ เจ้าชาย ไฟซอล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ ทรงกล่าวหาอิหร่านว่าจงใจกระทำการที่เป็นปรปักษ์ต่อประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งโดยตรงและผ่านตัวแทนในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งพระองค์เรียกร้องให้เตหะรานควบคุมการกระทำเหล่านั้น
“แรงกดดันจากอิหร่านจะส่งผลเสียต่อเราทั้งในทางการเมืองและทางศีลธรรม และแน่นอนว่า เราสงวนสิทธิ์ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารหากเห็นว่าจำเป็น” เจ้าชายไฟซอล ตรัสในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมของนักการทูตระดับสูงประจำภูมิภาคที่กรุงริยาด
มีการพบเห็นขีปนาวุธสกัดกั้นถูกยิงขึ้นจากบริเวณใกล้ๆ โรงแรมในกรุงริยาดซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุม ในช่วงเวลาที่รัฐมนตรีต่างประเทศจากสิบกว่าชาติ รวมถึงตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน กาตาร์ และซีเรีย มารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่าน
มีสัญญาณน้อยมากที่จะลดความตึงเครียดในสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่ดำเนินมา 3 สัปดาห์แล้ว และความขัดแย้งได้ลุกลามไปทั่วภูมิภาค จนก่อให้เกิดการหยุดชะงักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนต่อการจัดหาพลังงานทั่วโลก
ทางการของกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย แถลงเมื่อวันพุธ (18) ว่า โรงงานน้ำมันและก๊าซของทั้งสองประเทศเผชิญกับการโจมตี หลังจากที่อิหร่านประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้การโจมตีแหล่งก๊าซสำคัญของตนโดยอิสราเอล
ซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านหลายร้อยลูกนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ซึ่งทางการระบุว่าส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้
อย่างไรก็ตาม การโจมตีเมื่อวันพุธ (18) ถือเป็นครั้งแรกที่หลายคนในริยาดได้ยินเสียงระเบิด หรือได้รับข้อความเตือนผ่านทาง SMS
กระทรวงกลาโหมซาอุฯ ระบุว่า สามารถยิงทำลายขีปนาวุธทิ้งตัว 4 ลูกซึ่งมุ่งเป้าไปที่กรุงริยาด และเศษซากบางส่วนตกใกล้ๆ โรงกลั่นน้ำมันทางตอนใต้ของเมือง
ซาอุดีอาระเบียและอิหร่านฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2023 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะลดความตึงเครียด หลังจากความเป็นศัตรูกันมานานหลายปีที่ทำให้ทั้งสองประเทศสนับสนุนฝ่ายการเมืองและกองทัพที่ขัดแย้งกันในภูมิภาค
เจ้าชายไฟซอล ตรัสว่า ซาอุดีอาระเบียยังคงเลือกใช้แนวทางการทูต แต่ "หากอิหร่านไม่หยุดการกระทำดังกล่าวในทันที ผมคิดว่าแทบจะไม่มีอะไรที่จะสามารถฟื้นฟูความไว้วางใจได้เลย"
ที่มา: รอยเตอร์