ตำรวจ สน.ท่าข้ามคุมตัว “แบงค์” หนุ่มบังคับอดีตแฟนสาวเข้าห้องน้ำถ่ายคลิปขืนใจชดใช้หนี้ ก่อนคลิปหลุดแพร่ในโซเชียล ไปขอศาลฝากขัง ผกก.ยืนยันผู้ต้องหาไม่ใช่แก๊งทวงหนี้โหด
วันนี้ (19 มี.ค.) พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ควบคุมตัว นายจิราภาส หรือแบงค์ กังวาลไกร อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุข่มขู่บังคับข่มขืนอดีตแฟนสาว ก่อนปล่อยคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์จำนวนมากว่า เป็นแก๊งทวงหนี้โหด หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 324/2569 ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย และมีการบันทึกภาพหรือเสียงไว้ ข่มขืนใจผู้อื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลลามกอันประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” เพื่อนำตัวส่งฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี
โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า เจ้าตัวเป็นแก๊งทวงหนี้โหดจริงหรือไม่มีการ หรือ บังคับขู่เข็ญถ่ายคลิปผู้เสียหายจริงหรือไม่และผู้เสียหายยืมเงินไป 700,000 จริงหรือไม่ และนำคลิปไปเผยแพร่จำนวนมากน้อยเพียงใด แต่นายจิราภาสไม่ยอมตอบคำถามใดๆ โดยเจ้าตัวเอาผ้าคลุมปกปิดใบหน้า ขณะเดียวกันพบว่า ตลอดการควบคุมตัวนายจิราภาสมีอาการมือสั่นอยู่ตลอด รวมถึงขณะอยู่ภายในห้องขังนายจิราภาส ยังไม่มีญาติมาติดต่อเข้าเยี่ยม และนายจิราภาสมีความเครียดนั่งก้มหน้า อยู่ในห้องขัง
ด้าน พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวยืนยันว่าไม่ใช่แก๊งทวงหนี้โหด และไม่ใช่แก๊งทวงหนี้นอกระบบ เป็นเรื่องของการที่ผู้เสียหาย และผู้ต้องหาเคยคบหากันเป็นคู่รักและในระหว่างที่มีการคบหากันทั้งคู่มีการยืมเงินกัน
ส่วนคลิปวิดีโอที่มีการถ่ายภาพผู้เสียหายเกิดขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย.68 แต่ผู้ต้องหานำมาเผยแพร่ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้รับความเสียหายจึงเข้ามาแจ้งความ ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี
ขณะที่ พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายเบื้องต้น ยืนยันว่า นายจิราภาส ผู้ก่อเหตุ เป็นอดีตแฟน เคยคบหากันประมาณ 2–3 ปี ก่อนจะเลิกรากันไป
จนกระทั่งวันที่ 10 มิ.ย.68 ผู้ก่อเหตุได้บังคับให้ผู้เสียหายมีเพศสัมพันธ์ เพื่อชดใช้หนี้ พร้อมมีการบันทึกคลิปวิดีโอไว้ แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่มีการเผยแพร่คลิปแต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายพบว่ามีคลิปของตนเองถูกเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ขอศาลอาญาธนบุรีอนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เนื่องจากทนแรงกดดันไม่ไหว
ในส่วนประเด็นเรื่องเงินนั้น จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหามีฐานะค่อนข้างดี โดยครอบครัวเคยเปิดร้านทองให้ดูแลร่วมกับพี่ชาย ก่อนที่ระยะหลังพี่ชายจะเข้ามาดูแลธุรกิจเต็มตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีปัญหาทางการเงิน จากการนำเงินไปให้ผู้เสียหายยืม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนเงินที่แน่ชัดได้ แต่คาดว่าเป็นจำนวนไม่น้อย และยังไม่มีการชำระคืน
พ.ต.อ.วิชยานนท์ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบ ผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นแก๊งทวงหนี้โหด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นคลิปของผู้เสียหาย ขอให้งดการแชร์ต่อ เนื่องจากผู้เสียหายถือเป็นเหยื่อ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะติดตามตรวจสอบผู้ที่เผยแพร่คลิป เพื่อตรวจสอบเจตนาและพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบพยานหลักฐานเพียงพอ
สำหรับคลิปที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เบื้องต้นคาดว่าอาจไม่ใช่การนำไปขาย แต่เป็นการหลุดและถูกส่งต่อกัน โดยตรวจสอบพบว่ามีหลายคลิป ทั้งในช่วงที่ยังคบหากันและหลังเลิกรา
ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 1 ราย หากมีผู้เสียหายรายอื่นที่เคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน สามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีได้ เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธในประเด็นการเผยแพร่คลิป แต่ยอมรับว่ามีการถ่ายคลิปและมีเพศสัมพันธ์จริง
ภายหลังการจับกุม ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจขึ้น โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ขณะเดียวกัน โทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาซึ่งมีหลายเครื่อง อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์
เบื้องต้นจากการสอบคำให้การ ของผู้เสียหาย ยืนยันว่า นายจิราภาสเป็นแฟนเก่าของตัวเองมาก่อน คบหากันมาได้ประมาณ 2-3 ปี ก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกรากันไป จนกระทั่งวันที่ 10 มิ.ย.68 ผู้ก่อเหตุได้บังคับให้ผู้เสียหายมีเพศสัมพันธ์ เพื่อล้างหนี้ทั้งหมด พร้อมมีการอัดถ่ายคลิปไว้
จนกระทั่งวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางผู้เสียหายพบว่า มีคลิปตัวเองถูกปล่อยออกไปช่องออนไลน์ จึงตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายและพยานหลักฐานจนกระทั่งเมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) ทางตำรวจได้มีการขอศาลอาญาธนบุรีอนุมัติออกหมายจับผู้ก่อเหตุ จนทำให้ผู้ก่อเหตุทนแรงกดดันไม่ไหว และเข้ามอบตัวที่ห้องฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม
สำหรับปัญหาในเรื่องของการยืมเงินนั้น จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นคนที่ค่อนข้างมีฐานะ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางครอบครัวได้มีการเปิดร้านทองให้ผู้ต้องหาและพี่ชายดูแล จนกระทั่งระยะหลังๆ พี่ชายมาดูแลธุรกิจร้านทองเต็มตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีปัญหาเรื่องเงิน เพราะต้องการนำเงินมาให้ผู้เสียหายยืม ในส่วนเรื่องจำนวนเงินนั้น ขณะนี้ยังไม่ยืนยันจำนวนเงินชัดเจนว่าผู้เสียหายได้มีการยืมเงินผู้ก่อเหตุไปจำนวนเงินเท่าไหร่ แต่คาดว่า เป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร และปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการใช้หนี้กับทางผู้ก่อเหตุ
ทั้งนี้หากใครพบคลิปของผู้เสียหายอย่าแชร์ต่อ เพราะถึง และเป็นเหยื่อของ ซึ่งผู้ที่เผยแพร่คลิปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการติดต่อมาให้ปาก ว่าวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่คลิปนี้ คืออะไร หากถามว่าจะมีการขยายผลเอาผิดไปยังผู้เผยแพร่ ก็อยู่ระหว่างพยานหลักฐาน
สำหรับคลิปของผู้เสียหายที่มีการเผยแพร่ สู่โซเชียลนั้น อาจจะไม่ใช่เป็นการขายคลิป แต่อาจจะเป็นการหลุดจะมีการเผยแพร่ต่อ ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่า มีจำนวนหลายคลิป ซึ่งเป็นคลิปที่ขณะ คบกันและหลังเลิกกัน สำหรับผู้เสียหายนั้นจากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้ที่เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ท่าข้ามมีเพียงคนเดียว แต่ถ้าหากมีผู้เสียหายคนใดที่เคยถูกกระทำแบบนี้ก็สามารถมาแจ้งความดำเนินเอาผิดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
เบื้องต้นทางผู้ก่อเหตุให้การภาคเสธในการปล่อยคลิป แต่ยอมรับว่ามีการถ่ายคลิป และมีเพศสัมพันธ์จริง หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ ทางผู้เสียหายก็มีความสบายใจ ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าที่ตำรวจได้มีการคัดค้านประกันตัวผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเกรงกลัวว่าผู้ก่อเหตุจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานต่างๆ สำหรับโทรศัพท์มือถือของผู้ก่อเหตุนั้นขณะนี้ขณะนี้อยู่ตรวจพิสูจน์ทราบกับทางเจ้าหน้าที่ เนื่องจากโทรศัพท์ของผู้เข้าเห็นนั้นมีหลายเครื่อง
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย และมีการบันทึกภาพหรือเสียงไว้, ข่มขืนใจผู้อื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลลามกอันประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้