“อนุทิน” ยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน สั่ง ศบก.คุมเข้มราคาหน้าโรงกลั่น-ปั๊ม ป้องกันฉวยโอกาส พร้อมขอความร่วมมือตำรวจปลดล็อกเวลารถขนน้ำมันเข้ากรุงได้ 24 ชม. ลดความกังวลประชาชน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 มี.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องประชุม CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ขณะเดียวกันยังมีภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายพลังงานน้ำมัน ตัวแทนโรงกลั่น ตัวแทนขนส่ง อาทิ ตัวแทนสถานีบริการน้ำมันภายในประเทศ ตามมาตรา 7 จำนวน 12 ราย เช่น บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) , บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด , บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) , บริษัทสตาร์ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (คาลเท็กซ์) , บริษัทซัสโก้จำกัด (มหาชน) , บริษัทไทยออยล์ออยล์ จำกัด (มหาชน)ผู้แทนโรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง 6 ราย , ผู้แทนคลังน้ำมัน 3 ราย , ผู้แทนผู้ค้าน้ำมัน จำนวน 3 ราย , ผู้แทนรถขนส่ง 3 รายนอกจากนี้ยังมีตัวแทนภาคประชาชน สมาคมประมงแห่งประเทศไทย , และ ผู้ประกอบการอื่นๆ เช้าร่วม
นายอนุทิน กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายทุกภาคส่วนตอบรับการประชุมในบ่ายวันนี้ ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องประชุมที่อาคารรัฐสภาแห่งนี้ เนื่องจากมีวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม ทุกท่านได้มาอย่างพร้อมเพรียงก็ต้องขอขอบคุณ โดยวันนี้เรามาประชุมท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งคงรับทราบมีแนวโน้มยืดเยื้อสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบ ไม่มากก็น้อย นับแต่รัฐบาลได้มีการปรับมาตรการด้านพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น ครอบคลุม ทั้งการกำหนดเพดานราคาน้ำมันใหม่ ป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภคการส่งเสริมพลังงานชีวภาพให้ผลิตใช้มากขึ้นขยายเวลาขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ โดยมาตรการเหล่านี้เรามีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้น้ำมันสามารถไปเติมน้ำมันได้ เหมือนกับสภาวะก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ก่อน 1 มีนาคม นี่คือ เป้าหมายของเรา ซึ่งไม่ได้เพิ่มอะไรมากมายตรงไหน ส่วนเรื่องของราคาให้เป็นไปตาม การควบคุมกลไกตลาด ขณะที่รัฐเองต้องหามาตรการที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนปัญหาเรื่องการปฏิบัติยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะประชาชนหลายๆ พื้นที่ มีการรายงานเข้ามาว่ายังไม่สามารถเข้าถึงการเติมน้ำมันได้อย่างคล่องตัว และมีความกังวล ตรงนี้สำคัญมาก ความกังวลต่อการเพียงพอของปริมาณน้ำมัน จึงขออนุญาตเรียนในที่ประชุมไม่ว่าจะเป็นวงเล็ก วงใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จนถึงปัจจุบันนี้ ประเทศไทยยังยืนยันได้ว่าเราไม่ได้มีปัญหาในการสำรองน้ำมัน และการเข้ามาของน้ำมันดิบยังสามารถที่จะสั่งซื้อและนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลกและยังไม่มีเหตุอันใดหรือตัวชี้วัดใด ที่จะบอกได้ว่าน้ำมันของประเทศไทย จะเข้ามาในปริมาณที่ลดน้อยลง ฉะนั้น ตรงนี้ต้องฝากให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้องให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งปัญหาทุกวันนี้กลายเป็นว่าพอประชาชนเกิดความกังวล ทั้งที่ตัวซัปพลายไม่ได้ลดลงเลย ถ้าพูดง่ายๆ พูด ATM สามารถใส่เงินได้ แค่ 3 ล้านบาท แต่จะมาเบิก 10 ล้านบาท ดังนั้น เท่าไหร่ก็ไม่พอและการจะมาเติมเข้าก็มีเวลาในการเติม การจะมาเติมปั๊มตลอดเวลาก็จะมีวงรอบของเขา ซึ่งตรงนี้เราก็จะมาปรับ โดยหาวิธีทำอย่างไรก็ตาม ที่จะให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และเมื่อเกิดความมั่นใจแล้วการมาออกันเต็มปั๊ม ก็จะไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ตรงนี้จะมีวิธีการดำเนินการ โดยวันนี้จะต้องขอความร่วมมือในเรื่องของเวลาที่จะผ่อนผันรถขนน้ำมัน อย่างกรุงเทพมหานครจะต้องขอให้เข้ามาได้ตลอดเวลา โดยต้องขอความร่วมมือผ่านไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่จะต้องทำให้เกิดการเข้าถึงน้ำมันของประชาชน และลดความวิตกกังวล
นอกจากนี้ สิ่งที่จะต้องแก้ไขนอกเหนือจากนี้มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือ เรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งในที่ประชุม ศบก.จะต้องมีมาตรการกำหนด จะขายหน้าโรงกลั่น ปั๊ม ผ่านคนกลาง jobber ต่างๆ จะต้องอยู่ในราคาที่สอดคล้องกัน ไม่ใช่อยู่หน้าโรงกลั่น ขายราคานึง แต่ที่ปั๊มขายอีกราคานึง จึงทำให้ทุกคนก็จะเฮกันมาเติมในราคาที่ถูก ฉะนั้น จะต้องมีมาตรการในเรื่องของสูตรผสมต่างๆ เพื่อทำให้ภาคอุตสาหกรรม หรือผู้ที่ไม่ได้ซื้อปลีก จะได้มีน้ำมันในคลังของตนเองอย่างเต็มที่ พูดง่ายๆ หมุนเวลากลับไปก่อนที่จะเกิดเหตุสงครามในตะวันออกกลาง ฉะนั้น วันนี้ได้เชิญผู้รับผิดชอบมา เพื่อขอความร่วมมือ จะได้ดำเนินการซึ่งการดำเนินการ ถือเป็นการดำเนินการตามข้อสั่งการตามมติของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความชัดเจน และประกาศในส่วนที่จำเป็นในราชกิจจานุเบกษา เพื่อนำไปปฏิบัติได้ โดยที่ผู้ปฏิบัติไม่ต้องกังวลในเรื่องของระเบียบกฎหมายอะไรต่างๆ เหล่านี้
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า วันนี้จะมีการตั้งประเด็นคำถามที่ต้องให้แต่ละฝ่ายไปรับผิดชอบ และชี้แจงกัน เพื่อความชัดเจน ทุกฝ่ายจะได้มีความมั่นใจในข้อมูลและไปดำเนินการร่วมกัน เช่น ในส่วนของผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน จะต้องตอบให้ชัดเจนน้ำมันดิบที่เข้าสู่โรงกลั่นแต่ละโรงกลั่นมีปริมาณเท่าไหร่ แตกต่างจากช่วงปกติแค่ไหน โรงกลั่นทุกโรงเดินเครื่องเต็มขีดความสามารถแล้วหรือไม่ น้ำมันสำเร็จรูปแต่ละประเภทที่รวมกันแต่ละโรงกลั่นมีจำนวนอย่างไร เทียบกับช่วงปกติ มีปัญหาในการจัดส่งอย่างไร และเป็นการกำหนดโควตาน้ำมันให้ผู้ประกอบการน้ำมันจะมีน้ำมันที่ส่งมายังคลังน้ำมันช่วงนี้เป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรหรือไม่มีการคาดการณ์อย่างไรหรือไม่ ราคาเป็นอย่างไร คลังน้ำมันได้ประกาศ ตามที่รัฐบาลได้สั่งการแล้วหรือยัง ขายน้ำมันให้ jobber ด้วยราคาที่ประกาศไปแล้วใช่หรือไม่ และมีหลักฐานเอกสารหรือไม่ หรือเป็นการยืนยันเอง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเราได้ดำเนินการทุกอย่าง และเพื่อไม่ให้ฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควร