xs
xsm
sm
md
lg

“ช่างติ๊ก” แม้ไร้แขน สู้จนเป็นช่างซ่อมรถด้วยเท้า พร้อมมีอู่ของตัวเอง ฝันอยากเป็นอู่ใหญ่ครบวงจร!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.สิงห์บุรี เพื่อรู้จัก “ช่างติ๊ก” ช่างที่แม้ไร้แขน แต่สามารถซ่อมรถด้วยเท้าได้ ทั้งยังมีอู่ซ่อมรถของตัวเอง ชีวิตเขากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ง่าย เขาได้ผ่านความพยายามและการทำงานมาแล้วมากมาย



แม้ไม่มีแขนตั้งแต่เกิด แต่ช่างติ๊ก บุญสม ชั่งเหลือ พยายามฝึกการใช้ชีวิตด้วยการช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด โดยมีพ่อแม่ช่วยส่งเสริม

“ผมก็ไม่คิดว่าผมจะขี่รถได้ ขี่จักรยานได้ ช่วยตัวเองได้ เพราะมันเป็นแบบนี้ มันไม่น่าจะทำได้ อย่างน้อยขอให้พ่อแม่คอยเลี้ยงดู แต่ผมก็อยากช่วยเหลือตัวเองนะ เขาขี่ได้ ก็อยากขี่แบบเขา (ถาม-ด้วยสภาพร่างกายเราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด เราฝึกยังไง?) การช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง อาบน้ำ ซักผ้า รีดผ้าตัวเอง หัดทำมาเองโดยตลอด (ถาม-พ่อแม่มีส่วนในการส่งเสริมให้เราพึ่งพาตัวเองยังไงบ้างไหม?) เขาก็ให้ลองทำดูก่อน สมมุติกินข้าว เมื่อก่อนก็กินเอง ใช้เท้า กินเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง เขาก็ป้อน ส่วนใหญ่เขาจะให้ทำเองมากกว่า”


พยายามฝึกทำในสิ่งที่คนปกติทำได้!

“อย่างปกติเขาไปเรียนกัน ตอนนั้นเหมือนผม พ่อแม่เขาจะไม่ให้เรียน เป็นคนพิการ พอดี ผอ.เขามา เขาบอกว่า อยากไปเรียน ก็ลองให้ไปเรียนนะ ก็ลองรับส่งดู พอไปเรียนปุ๊บ พ่อแม่ไปส่งทุกวัน ก็อยากขี่จักรยานเอง ก็ล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควรกว่าจะใช้ชีวิตอย่างนี้ได้ ล้ม กว่าจะปั่นเป็น กว่าจะเขียนได้ ช้ากว่าเขา แต่เราต้องทำให้ได้ แต่ผมก็สู้นะ ผมบอกเลยผมสู้”


ความชอบ-ความสนใจ เริ่มพา “ช่างติ๊ก” ให้เข้าสู่งานช่าง!

“ตอนนั้นผมจบ ม.3 ผมไปเรียน ปวช.ช่างอิเล็กฯ ชอบเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่ตอนนั้นผมก็หยุดเสาร์อาทิตย์ ตอนนั้นผมก็อยากซ่อมรถ ผมชอบ ผมชอบมอเตอร์ไซค์มาก ก็ไปขออู่เขาอยู่ ไปขอลองทำงาน ไปฝึกไปดูเขาทำ เขาก็บอกไม่มีค่าแรงให้นะ แต่เลี้ยงข้าว มีค่าข้าวให้ ได้ ผมอยากไป (ถาม-แล้วกลายมาเป็นอาชีพได้ยังไง?) มันชอบอยู่แล้ว ไปเรียนตรงนั้นได้รับรู้ การงัดยาง ถอดยาง ถอดล้อ เปลี่ยนลูกปืน ถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนสายคันเร่ง ซ่อมเล็กๆ น้อยๆ จะได้หลายๆ อาการ”


“(ถาม-วันที่เราเลือกเรียนอิเล็กทรอนิกส์เพราะอะไร?) อาจารย์บอกว่า ถ้าไปเรียนช่างยนต์ มันจะยกเครื่องใหญ่ๆ เราไม่สามารถไปยกตรงนั้นได้ ลองเรียนสาขานี้ดีกว่าไหม ผมก็บอก ได้ครับ (ถาม-แล้วสุดท้าย ช่างอิเล็กทรอนิกส์ไม่ตอบโจทย์ชีวิตหรือ?) ไม่ตอบโจทย์ชีวิต พอหลังจากนั้น เรียนจบ ผมก็ไปอยู่โรงงานผลิตขวดน้ำดื่ม 2 ปี ดูแล้วมันเข้ากะ และเรื่องสุขภาพกับร่างกายเราอีก ไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไหร่ (ถาม-ไปทำโรงงาน ตำแหน่งอะไร?) ช่างอิเล็กทรอนิกส์ เป็นช่างที่ควบคุมเครื่องจักรที่ผลิตขวด ถ้าเวลามีปัญหา เราก็ไปแก้ไข (ถาม-ทำได้ 2 ปี ไม่ลงตัว?) ก็ลาออก ก็ไปอยู่โรงงานตู้เย็นอีก 8 ปี”


เปิดอู่ครั้งแรก ไม่ประสบผลสำเร็จ!

“(ถาม-จู่ๆ มาเปิดอู่ได้ยังไง?) ตอนนั้นก็รับทำอยู่บ้างแล้ว เสาร์อาทิตย์หยุด ตอนนั้นพ่อแม่ยังไม่เสีย ก็รับไว้ เย็นกลับมาผมก็มาทำ กลางคืนทำ เสาร์อาทิตย์เปิดทำ เปิดได้ 2 ปี รู้สึกว่าการตอบรับไม่ดี ก็ปิดอู่ไป แล้วก็เข้ากรุงเทพฯ ไปอยู่อู่พวกเต๊นท์รถ ขายรถ และมารู้จักร้านยางร้านฟิล์ม ก็ไปศึกษากับเขา ไปอยู่กับเขาคลุกคลีกับเขา”


สั่งสมประสบการณ์-เงินทุน พร้อมเปิดอู่ซ่อมรถอีกครั้ง!

“(ถาม-ตอนแรกพยายามต่อชีวิตด้วยการไปหางานทำในกรุงเทพฯ ทำอะไรมาบ้าง?) อยู่เต๊นท์รถก็จะมีทุกอย่าง ขายรถ ปรับสภาพรถ จะได้รู้จักกับร้านทำสีรถยนต์ ร้านแม็กยาง ปรับสภาพแอร์ ฟิล์ม ทำงานในกรุงเทพฯ 2 ปี (ถาม-แล้วทำไมเลิกไปอีก?) ผมคิดว่าพอมีทุนที่จะกลับมาเปิดต่อ และประสบการณ์พอมีมาบ้าง ก็เลยกลับมา”


ทำแล้วจบ คนบอกต่อปากต่อปาก!

“(ถาม-เป็นยังไงกับการเริ่มต้นครั้งใหม่?) แรกๆ ไม่มีของเครื่องมืออะไรเลย มีถังลม มีกุญแจชุดหนึ่ง น้ำมันเครื่อง ยางในยางนอก ก็ค่อยๆ ทำไป และรับทำพวกช่วงล่าง ท่อวิดน้ำเกษตรกร เครื่องรถไถ (ถาม-แล้วเป็นยังไงกิจการ?) อันนี้ก็เหมือนปากต่อปาก แต่เขาเห็นกันแถวนี้เขาก็อาจจะรู้จักผม แต่ของพวกนี้ ทำไปแล้ว มันจะบอกศักยภาพของตัวเราเอง ทำไปแล้วมันจบ เขาก็บอกต่อคน (ถาม-พูดถึงการซ่อมรถโดยใช้เท้า ขั้นตอนที่ยากที่สุดคืออะไรสำหรับช่างเลย ทำแล้วรู้สึกภูมิใจ?) ถ้าเป็นรถยนต์ มันต้องขึ้นไปนั่งบนเครื่อง บางคนเขาก็ถือ บางคนเขาก็ไม่เป็นไร ช่างขึ้นได้เลย พอทำไปแล้วรู้สึกเขาแฮปปี้ ที่เขาทำมาแล้วมันไม่จบ ผมรับจบ เขาก็รู้สึก อยู่ที่ไหน เขาก็มาทำกับเรา”


“(ถาม-เทคนิคพิเศษในการใช้เท้า แตกต่างกับคนอื่นไหมที่เราต้องคิดค้นวิธีทำของเราเอง?) บางอย่าง ช่างทั่วไปเขาจะใช้มือล้วง ถอดนิดหน่อย ไม่ต้องถอดเยอะ แต่ของผมต้องใช้ที่กว้างๆ นิดหนึ่ง เท้าผมแหย่เข้าไม่ได้ ผมก็ต้องถอดเยอะกว่าเขาหน่อย และใส่ช้ากว่าเขาหน่อย (ถาม-สำหรับช่าง งานชนิดไหนที่ยากมาก?) ยากมากก็จะเป็นพวกรถไถนา เพราะมันต้องใช้กำลังและแรงในการถอดใส่ยกเยอะ (ถาม-แล้วอย่างนี้เราต้องมีผู้ช่วยไหม?) ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องทุ่นแรง พวกแม่แรง ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องจ้างเขามาช่วย”


“(ถาม-ในแง่การทำงาน เราจะช้ากว่าคนอื่น มันมีผลต่อการรับงานไหม?) ไม่มีผล ผมจะแจ้งว่า อย่างนี้ผมทำอยู่ประมาณ 2 วันนะ เสร็จ ผมก็ต้องคำนวณแล้ว ผมต้องให้ทัน ต้องได้ ถึงจะนัดลูกค้า ถ้ามันเกิดเหตุการณ์ขึ้น แล้วเราต้องทำอะไรมากกว่าเดิม เราก็ต้องโทรแจ้งลูกค้าว่ามันเป็นอย่างนี้ ต้องขอเวลาเพิ่มเติมหาอะไหล่ (ถาม-ลูกค้าที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่เขารู้จักช่างทางไหน?) สื่อบ้างและปากต่อปาก”


ด้าน สุกัญญา แช่มสุขจี ภรรยาช่างติ๊ก ซึ่งใช้ชีวิตด้วยกันมา 5 ปีแล้ว ยอมรับว่า ภูมิใจสามี ไม่เคยคิดเรื่องความพิการ“(ถาม-ทำไมเราถึงเลือกมาใช้ชีวิตกับช่างติ๊ก?) 1.สงสารเขา และ 2.เขามีความพยายามเหมือนคนปกติทั่วไป เราไม่ได้มองว่าเขาแขนขาด (ถาม-มีส่วนร่วมในการทำงานกับช่างติ๊กด้านไหนบ้าง?) 1.ซื้ออะไหล่ 2.ถ้าไม่มีลูกน้อง เราก็ช่วยเขาหยิบจับได้ (ถาม-ถึงวันนี้รู้สึกยังไงบ้างที่มีช่างติ๊กเป็นคู่ชีวิต?) ดีใจ เรารักเขา เราไม่ได้มองว่าเขาขาด และเราก็ภูมิใจว่า เขาเป็นอย่างนี้ เขาสามารถหล่อเลี้ยงครอบครัวได้ ดูแลครอบครัวได้ ดำเนินชีวิตครอบครัวได้ตามที่เขาต้องการ”


บ่อยครั้งเจอปัญหา ลูกค้าเอารถมาให้ซ่อม แต่ถึงเวลา ไม่มารับรถ!

“(ถาม-รถคันนี้ดูสภาพเก่ามากเลย อายุการใช้งานกี่ปีแล้ว?) น่าจะ 20 กว่าปี (คันนี้อาการเป็นยังไงบ้าง) เขามาให้ทำกระเดื่องวาล์ว กับวาล์ว ฯลฯ ลูกค้าเคยซ่อมที่อื่นมา มันไม่จบ (ถาม-ตอนนี้ช่างทำเสร็จแล้ว?) เสร็จแล้ว รอลูกค้ามารับ (ถาม-เคสนี้หมดไปเท่าไหร่?) 3 หมื่นกว่า หลายๆ อย่าง มีแบตเตอรี่ แอร์ พวกแม็ก พวกยาง ไดชาร์ท เก็บหลายอย่าง ตอนนี้ซ่อมแล้วสามารถใช้งานได้ปกติ (ถาม-แล้วนัดลูกค้ามารับเมื่อไหร่?) ยังติดต่อลูกค้าไม่ได้ 3 ปีแล้ว (ถาม-รู้สึกยังไงกับเหตุการณ์อย่างนี้?) มันเหมือนว่าเราลงทุนไปแล้ว เราก็ไม่สามารถไปต่อได้ เพราะต้นทุนก็เยอะพอสมควร (ถาม-อุปสรรคจากการเปิดอู่ไม่ใช่แค่การทำงานที่เราต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้า แต่ปัญหาต่อมาคือ?) ลูกค้าสั่งทำ แล้วไม่รับรถ ก็มีบ่อย มอเตอร์ไซค์บ้าง รถไถบ้าง”


ไร้แขนซ่อมรถ เจอทั้งคนดูถูก-ให้กำลังใจ!


“(ถาม-แน่นอนว่าในสังคมยังมีคนมองในหลายรูปแบบ ที่ผ่านมา เคยมีคนอคติหรือเข้ามาดูถูกเราบ้างไหม?) ก็มีนะ เหมือนเขาไปโพสต์ในกลุ่มว่า ทำรถได้อะไรได้ บางคนก็บอก ตัวเองยังดูแลไม่ได้เลย จะไปทำอะไรได้ (ถาม-พอเห็นคนพูดถึงเราลักษณะนี้รู้สึกยังไงบ้าง?) เขาก็ไม่เคยมาทำอะไรที่ผม ผมก็ไม่เคยทำอะไรให้เขา แล้วเขามาว่าผมทำไม เขาได้สัมผัสผมหรือยัง ผมก็นึกนะ แต่ไม่เคยตอบโต้ บางทีคนที่เขาเคยมาทำ เขาก็คอมเมนต์ตอบไปว่าเป็นอย่างนี้ๆ (ถาม-แล้วในแง่พลังบวกบ้าง คำพูดแบบไหนที่ทำให้เรามีกำลังใจมากสุด?) ก็มีลูกค้าโทรปรึกษา ผมจะเอารถเข้าวันนี้ เขาทำที่เรา เขาบอกลูกค้าต่อให้เรา ผมมาจากนี่ พี่คนนี้บอกมาให้มาหาพี่”


ฝันอยากเป็น “อู่ครบวงจร”!

“ตอนนี้ความฝัน จะเป็นอู่ใหญ่ๆ อยากจะมีลูกน้องทำด้วย หลายๆ อย่าง คือเป็นร้านยาง แบตเตอรี่ ฟิล์ม แบบครบวงจร (ถาม-ความสุขทุกวันนี้ของช่างติ๊กคืออะไร?) เปิดอู่มา ตื่นเช้ามา ลูกค้าโทรมา เอารถมาทำหน่อยช่าง เดี๋ยวผมเข้ามาเวลานี้นะ ขอให้มีงานทำทุกเช้า ได้จับกุญแจมีความสุขแล้ว”


“(ถาม-แล้วความพิการสำหรับช่างติ๊ก มันเป็นบทเรียนหรือมันสร้างตัวตนให้ตัวเองยังไงบ้าง?) ผมเป็นอย่างนี้มาแต่เกิด แต่ผมไม่ได้เอาความพิการมาเป็นปมด้อยของตัวเองว่า ทำอะไรไม่ได้ เราไม่มีเหมือนเขา แต่เราต้องทำให้ได้เหมือนเขา ผมเอาตรงนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ”


หากท่านใดต้องการใช้บริการช่างติ๊กในการซ่อมรถ และอยู่ในพื้นที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรีโทรไปได้ที่ 063-109-5175


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“มีไม่ครบ...ก็จบได้”
https://www.youtube.com/watch?v=2jpnYHzYaos


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos