วานนี้ (18 มี.ค.) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกและรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาของกองทัพบก และ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคง ตามขอบเขตความรับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ
โดยผู้บัญชาการทหารบกและคณะฯ ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ณ ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส พร้อมร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ณ ห้องประชุมสโมสรร่มเกล้า ค่ายจุฬาภรณ์ จากนั้นเดินทางไปยังกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 5 กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือที่ 33 และกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย ซึ่งเป็นหน่วยในสังกัดกองทัพบกและกองทัพเรือที่ได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันในพื้นที่ เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย สกัดกั้นและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งถือเป็นกำลังแนวหน้าที่สำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน พร้อมพบปะให้กำลังใจกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังเฉพาะกิจของกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกส่วนที่มุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนของปีงบประมาณ 2569 โดยเน้นย้ำว่าการทำงานในพื้นที่จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันในหลายมิติ ทั้งงานด้านยุทธวิธีและการข่าว ขอให้หน่วยติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์รอบด้าน พร้อมประสานการปฏิบัติกับ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนดอย่างเหมาะสมและรัดกุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพล และหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้มากที่สุด ซึ่งในปีนี้มุ่งเน้นความเป็นเอกภาพในการทำงาน โดยมีหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดเป็นแกนหลักในการควบคุมและบูรณาการปฏิบัติงานในพื้นที่ ขอให้ผู้บังคับหน่วยกำชับกำลังพลให้ศึกษาในบทบาทหน้าที่และภารกิจหน่วย รวมทั้งแผนการปฏิบัติต่างๆ ตลอดจนนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปฏิบัติในพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด มีผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ร่วมขับเคลื่อนสันติสุขให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดอย่างแท้จริง